svasdssvasds

หมีขั้วโลกนอร์เวย์ปรับตัว! สู้น้ำแข็งละลาย-โลกร้อน อ้วน-สุขภาพดีขึ้น แต่อาจแค่ระยะสั้น

หมีขั้วโลกนอร์เวย์ปรับตัว! สู้น้ำแข็งละลาย-โลกร้อน อ้วน-สุขภาพดีขึ้น แต่อาจแค่ระยะสั้น

นักวิทย์พบ 'หมีขั้วโลกนอร์เวย์' อ้วน สุขภาพดีขึ้น แม้น้ำแข็งละลายจากโลกร้อน ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 สวนทางกับการลดลงของน้ำแข็งทะเลจากภาวะโลกร้อน ชี้อาจเป็นผลจากการปรับตัวและแหล่งอาหารใหม่บนบก แต่เตือนว่าอาจเป็นเพียงผลดีระยะสั้น

SHORT CUT

  • หมีขั้วโลกบนหมู่เกาะสฟาลบาร์ด นอร์เวย์ มีไขมันสะสมมากขึ้นและสุขภาพดีขึ้น ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 แม้น้ำแข็งทะเลลดลงจากภาวะโลกร้อน
  • นักวิจัยเชื่อว่าเป็นผลจากการปรับตัว โดยหันไปล่าเหยื่อบนบกมากขึ้น เช่น วอลรัสและกวางเรนเดียร์ รวมถึงการล่าแมวน้ำที่อาจมีประสิทธิภาพขึ้น
  • นักวิทยาศาสตร์เตือนว่านี่อาจเป็นเพียงผลดีระยะสั้น เพราะในระยะยาวการสูญเสียน้ำแข็งทะเลจะกระทบการอยู่รอดและจำนวนประชากรหมีขั้วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นักวิทย์พบ 'หมีขั้วโลกนอร์เวย์' อ้วน สุขภาพดีขึ้น แม้น้ำแข็งละลายจากโลกร้อน ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 สวนทางกับการลดลงของน้ำแข็งทะเลจากภาวะโลกร้อน ชี้อาจเป็นผลจากการปรับตัวและแหล่งอาหารใหม่บนบก แต่เตือนว่าอาจเป็นเพียงผลดีระยะสั้น

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ตรงกันข้าม แต่หมีขั้วโลกบริเวณหมู่เกาะสฟาลบาร์ดในแถบอาร์กติกของนอร์เวย์กลับอ้วนท้วนและมีสุขภาพดีขึ้น นับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ในขณะที่น้ำแข็งในทะเลลดลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยปกติแล้ว หมีขั้วโลกต้องอาศัยน้ำแข็งทะเลเป็นฐานในการล่าแมวน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักที่อุดมไปด้วยไขมัน ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของหมีช่วยให้พลังงาน ให้ความอบอุ่น และช่วยให้แม่หมีสามารถผลิตน้ำนมที่มีคุณค่าสูงสำหรับลูกอ่อนได้

นักวิจัยได้ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดตัวของหมีขั้วโลกโตเต็มวัยจำนวน 770 ตัวในหมู่เกาะสฟาลบาร์ด ระหว่างปี 1992 ถึง 2019 และพบว่า หมีเหล่านี้มีไขมันสะสมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยทีมวิจัยเชื่อว่าหมีขั้วโลกในสฟาลบาร์ดสามารถปรับตัวต่อการสูญเสียน้ำแข็งทะเลได้ด้วยการหันไปล่าเหยื่อบนบกมากขึ้น อย่าง กวางเรนเดียร์และวอลรัส

หมีขั้วโลกนอร์เวย์ปรับตัว! สู้น้ำแข็งละลาย-โลกร้อน อ้วน-สุขภาพดีขึ้น แต่อาจแค่ระยะสั้น

การค้นพบนี้ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ยิ่งน่าฉงนมากขึ้น เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคสฟาลบาร์ด ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการศึกษานี้ อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้จำนวนวันที่ปราศจากน้ำแข็งในแต่ละปีของพื้นที่นี้เพิ่มขึ้นเกือบ 100 วัน หรือเฉลี่ยประมาณ 4 วันต่อปี

ดร.จอน อาร์ส (Dr Jon Aars) หัวหน้านักวิจัยจากสถาบันขั้วโลกนอร์เวย์ กล่าวว่า ยิ่งหมีอ้วนมากเท่าใด ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพมากเท่านั้น และคาดว่าจะเห็นสภาพร่างกายของหมีแย่ลง เมื่อการสูญเสียน้ำแข็งทะเลรุนแรงถึงขนาดนี้

วอลรัสได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการในนอร์เวย์ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 หลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ โดยนักวิจัยคาดการณ์ว่ามาตรการคุ้มครองดังกล่าวช่วยให้จำนวนประชากรวอลรัสเพิ่มขึ้น และดูเหมือนจะกลายเป็นแหล่งอาหารไขมันสูงแห่งใหม่สำหรับหมีขั้วโลก

หมีขั้วโลกนอร์เวย์ปรับตัว! สู้น้ำแข็งละลาย-โลกร้อน อ้วน-สุขภาพดีขึ้น แต่อาจแค่ระยะสั้น

ดร.อาร์ส กล่าวว่า ทุกวันนี้มีวอลรัสให้ล่ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และก็เป็นไปได้ว่าหมีขั้วโลกเหล่านี้อาจล่าแมวน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน พร้อมเสริมว่า เมื่อพื้นที่น้ำแข็งสำหรับแมวน้ำลดลง แมวน้ำจะรวมตัวกันอยู่ในบริเวณเล็กๆมากขึ้น ทำให้หมีขั้วโลกสามารถล่าเป็นกลุ่มได้ง่ายขึ้น

แม้ว่านี่จะเป็นข่าวดีที่คาดไม่ถึงสำหรับสัตว์นักล่าในแถบอาร์กติกเหล่านี้ แต่นักวิจัยเชื่อว่า สถานการณ์เช่นนี้ไม่น่าจะยั่งยืนในระยะยาว เนื่องจากเมื่อพื้นที่น้ำแข็งทะเลลดลงอย่างต่อเนื่อง หมีขั้วโลกจะต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อเข้าถึงแหล่งล่าเหยื่อ ทำให้ใช้พลังงานมากขึ้นและทำให้ไขมันสะสมอันมีค่าลดลง

ด้านองค์กรการกุศล Polar Bears International (PBI) ระบุว่า หมีขั้วโลกในสฟาลบาร์ดเคยเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ถูกล่ามากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก จนกระทั่งมีการนำมาตรการคุ้มครองในระดับนานาชาติมาบังคับใช้เมื่อทศวรรษ 1970 ผู้เชี่ยวชาญจึงเชื่อว่าผลการค้นพบใหม่ล่าสุดนี้อาจเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการฟื้นตัวของประชากรหมีขั้วโลกจากแรงกดดันดังกล่าว ซึ่งเมื่อรวมกับการเพิ่มจำนวนขึ้นของวอลรัสและกวางเรนเดียร์ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา จึงดูเหมือนว่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมให้หมีขั้วโลกมีสภาพร่างกายที่ดีขึ้นในระยะสั้น

ดร.จอห์น ไวต์แมน (Dr John Whiteman) หัวหน้านักวิจัยของ PBI กล่าวว่า ผลการศึกษานี้เป็นข่าวดีในระยะสั้น แต่สภาพร่างกายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมเท่านั้น งานวิจัยอื่น ๆ ล่าสุดเกี่ยวกับหมีขั้วโลกกลุ่มนี้พบว่า การเพิ่มขึ้นของวันที่ไร้น้ำแข็งส่งผลให้อัตราการรอดชีวิตของลูกหมี รวมถึง หมีวัยรุ่นและหมีตัวเมียสูงวัยลดลง

ในพื้นที่อื่นของแถบอาร์กติก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลับส่งผลกระทบต่อหมีขั้วโลกในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

ปัจจุบันมีประชากรย่อยของหมีขั้วโลก 20 กลุ่มทั่วภูมิภาคอาร์กติก

ในอ่าวฮัดสันตะวันตกของแคนาดา (Western Hudson Bay) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมีที่อยู่ทางใต้สุดและได้รับการศึกษาอย่างดีที่สุด การลดลงของประชากรมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น

ดร.ไวต์แมน กล่าวเสริมว่า ภาพรวมระยะยาวสำหรับหมีขั้วโลกนั้นชัดเจน พวกมันต้องการน้ำแข็งทะเลเพื่อความอยู่รอด การสูญเสียน้ำแข็งในที่สุดหมายถึงการลดลงของหมี แต่การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าภาพรวมระยะสั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

นอกจากนี้ยังทิ้งท้ายว่า ในระยะยาว หากการสูญเสียน้ำแข็งยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการควบคุม เราก็รู้ว่าหมีขั้วโลกจะหายไปในที่สุด

 ที่มา: BBC News

https://www.bbc.com/news/articles/cx2l1xpz03no

Credit ภาพ: Reuters  & Norwegian Polar Institute