svasdssvasds

พร้อมมั้ย!ไทยเข้าฤดูร้อน 22 ก.พ.นี้ เสี่ยงแตะ 43 องศาฯ เตือนระวังพายุ-ฮีทสโตรก

พร้อมมั้ย!ไทยเข้าฤดูร้อน 22 ก.พ.นี้ เสี่ยงแตะ 43 องศาฯ เตือนระวังพายุ-ฮีทสโตรก

กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุ เคาะวันไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 22 ก.พ. นี้ ร้อนแรงต่อเนื่อง เสี่ยงแตะ 43 องศาฯ เตือนพายุฤดูร้อน-ฮีทสโตรก

SHORT CUT

  • กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทยเข้าสู่ ‘ฤดูร้อน 2569’ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ หลังเข้าเกณฑ์อุณหภูมิและทิศทางลมครบถ้วน
  • ปีนี้อากาศร้อนกว่าปีก่อนเล็กน้อย อุณหภูมิสูงสุดบางพื้นที่อาจแตะ 42–43 องศาเซลเซียส โดยจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก
  • หลังเข้าสู่ฤดูร้อน มีความเสี่ยงเกิดพายุฤดูร้อน และดัชนีความร้อนสูง อาจกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะภาวะฮีทสโตรก

กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุ เคาะวันไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 22 ก.พ. นี้ ร้อนแรงต่อเนื่อง เสี่ยงแตะ 43 องศาฯ เตือนพายุฤดูร้อน-ฮีทสโตรก

ประเทศไทยเตรียมรับมืออากาศร้อนเต็มรูปแบบ หลัง กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ 'ฤดูร้อนปี 2569' ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป แม้หลายพื้นที่จะรู้สึกร้อนมาพักใหญ่แล้วก็ตาม ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า การประกาศฤดูร้อนต้องอิงเงื่อนไขทางวิชาการ โดยปีนี้พบว่าอุณหภูมิสูงสุดช่วงกลางวันแตะ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป ครอบคลุมมากกว่า 60% ของพื้นที่ไทยตอนบน พร้อมกับทิศทางลมประจำฤดูที่พัดต่อเนื่อง จึงถือว่าเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างสมบูรณ์

หลังจากเริ่มฤดูร้อน ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีแนวโน้มเผชิญ “พายุฤดูร้อน” ในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ ซึ่งอาจมาพร้อมลมแรง ฝนฟ้าคะนอง และลูกเห็บบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา รวมถึงพื้นที่การเกษตร สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าอากาศร้อนปีนี้จะเป็นผลจากเอลนีโญ กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่า ยังไม่ใช่อิทธิพลของเอลนีโญ เนื่องจากปัจจุบันยังอยู่ในช่วงลานีญา และกำลังจะเข้าสู่สภาวะเป็นกลาง โดยคาดว่าเอลนีโญจะเริ่มชัดเจนราวเดือนสิงหาคม ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝน

ภาพรวมอุณหภูมิปี 2569 คาดว่าจะร้อนกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของไทยตอนบนอยู่ที่ประมาณ 36–37 องศาเซลเซียส แต่บางพื้นที่ทางภาคเหนืออาจเจออากาศร้อนจัด อุณหภูมิพุ่งเกิน 42 องศาเซลเซียส จังหวัดที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก ซึ่งมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง

กรมอุตุฯ ระบุว่า ช่วงที่ร้อนที่สุดของปีจะอยู่ใน ปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน ขณะที่ปลายเมษายนต่อเนื่องพฤษภาคมจะเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู อากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นระยะ ทั้งนี้ แม้ตัวเลขอุณหภูมิจะวัดจากเครื่องมือ แต่ประชาชนอาจรู้สึกร้อนมากกว่าความเป็นจริงจาก “ดัชนีความร้อน” ที่รวมความชื้นเข้าไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงเมษายน–พฤษภาคม ซึ่งมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะฮีทสโตรก จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ

related