
SHORT CUT
ญี่ปุ่นประกาศใช้ ‘Kokushobi’ (โคคุโชบิ) ศัพท์พยากรณ์อากาศใหม่ รับมืออากาศร้อนทะลุ 40°C หลังปี 2025 ร้อนสุดทุบสถิติประวัติศาสตร์ พร้อมเปิดเกณฑ์แบ่งระดับความร้อนใหม่ที่คนญี่ปุ่นต้องเผชิญ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ประกาศใช้คำศัพท์ใหม่ 'Kokushobi' (酷暑日) สำหรับใช้ในการพยากรณ์อากาศเพื่อเตือนถึงสถานการณ์ความร้อนจัดที่มีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า หลังจากที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025
'Kokushobi' (โคคุโชบิ) แปลได้ว่า ร้อนอย่างโหดร้าย ร้อนอย่างทารุณ หรือ ร้อนอย่างรุนแรง โดยชื่อนี้ได้รับเลือกจากการโหวตสาธารณะอย่างท่วมท้น เอาชนะคำว่า ‘chōmōshobi’ (โชโมโชบิ) แปลว่า วันที่ร้อนจัดสุดๆ ที่ตามมาเป็นอันดับสอง
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ JMA ต้องริเริ่มใช้คำศัพท์ใหม่สำหรับการพยากรณ์อากาศ นับตั้งแต่ปี 2007 ที่มีการนำคำว่า ‘mōshobi’ (วันที่ร้อนจัดมาก) มาใช้สำหรับวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส
ฤดูร้อนปี 2025 ถูกบันทึกว่าเป็นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในปี 1898 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2.36 องศาเซลเซียส
ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม อุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสถึงเก้าวัน โดยสถิติสูงสุดของประเทศอยู่ที่ 41.8 องศาเซลเซียส บันทึกไว้ที่เมืองอิเซซากิ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ขณะที่ปี 2024 มีวันที่อุณหภูมิถึง 40 องศาเซลเซียส เพียงสี่วัน โดยอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 41 องศาเซลเซียสในเมืองซาโนะ
JMA ได้คาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าฤดูร้อนปีนี้จะยังคงร้อนกว่าค่าเฉลี่ย โดยคาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงทั่วประเทศ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสาเหตุหลักมาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่น้ำทะเลรอบหมู่เกาะญี่ปุ่นมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้อุณหภูมิในประเทศสูงต่อเนื่องไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง แต่ยังเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดฝนตกหนักและพายุไต้ฝุ่นที่ทวีความรุนแรงขึ้นด้วย
ในการสำรวจออนไลน์ในช่วงต้นปี มีผู้คนกว่า 203,000 คนเลือก 'kokushobi' เป็นคำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับวันที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส การตัดสินใจครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่เห็นว่าชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยและเหมาะสมในภาษาญี่ปุ่น
คำว่า ‘Kokushobi’ ใช้ตัวอักษรญี่ปุ่น koku (酷) ซึ่งสื่อความหมายถึง รุนแรง หรือ โหดร้าย
ปัจจุบัน JMA มีการจำแนกประเภทของวันที่มีอุณหภูมิสูง ดังนี้:
การจำแนกชื่อเรียกเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงระดับความร้อนและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะในระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้นไปอย่าง ‘Mōshobi’ และ ‘Kokushobi’ ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ความร้อนจัดก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างมาก ตั้งแต่ผิวไหม้แดด โรคลมแดด ไปจนถึงการเสียชีวิต และยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากการหยุดชะงักของอุตสาหกรรมกลางแจ้ง และการปิดโรงเรียนบ่อยครั้ง
ญี่ปุ่นไม่ได้เผชิญกับสถานการณ์นี้เพียงลำพัง ข้อมูลจาก Copernicus ระบุว่า ปี 2025 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับสามทั้งในระดับโลกและในยุโรป โดยสามปีที่ผ่านมา (2024, 2023, 2025) เป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดที่เคยมีการบันทึกไว้ทั่วโลก
รายงานของ Copernicus ชี้ถึงสองสาเหตุหลักของอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ:
ตราบใดที่การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลยังดำเนินต่อไปในอัตราที่น่าตกใจ อุณหภูมิก็จะยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชีวิต บ้านเรือน และธุรกิจนับล้านทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยง
ที่มา: euronews