เผยรายละเอียด แผนพ่นละออง 'บังแสงอาทิตย์' ลดอุณหภูมิโลก

เผยรายละเอียด แผนพ่นละออง 'บังแสงอาทิตย์' ลดอุณหภูมิโลก

บริษัทสตาร์ดัสต์ เผยส่วนประกอบของ 'อนุภาค' ที่จะใช้ในแผนพ่นละอองบดบังแสงอาทิตย์ หวังลดอุณหภูมิโลกให้เย็นลง

SHORT CUT

  • บริษัทสตาร์ทอัพ Stardust Solutions เผยแผนการพ่นละอองลอยสะท้อนแสงอาทิตย์หลายล้านตันสู่ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์
  • อนุภาคที่ใช้ทำจากซิลิกาอสัณฐานขนาดเล็ก มีเป้าหมายเพื่อบดบังแสงอาทิตย์และช่วยลดอุณหภูมิของโลกให้เย็นลง
  • โครงการนี้เผชิญความท้าทายในการพิสูจน์ความปลอดภัยเพื่อขอทุนสนับสนุนจากรัฐบาล และถูกมองว่าไม่ได้แก้ปัญหาโลกร้อนที่ต้นเหตุ

บริษัทสตาร์ดัสต์ เผยส่วนประกอบของ 'อนุภาค' ที่จะใช้ในแผนพ่นละอองบดบังแสงอาทิตย์ หวังลดอุณหภูมิโลกให้เย็นลง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บริษัทสตาร์ดัสต์ (Stardust Solutions) สตาร์ทอัพด้านด้านวิศวกรรมธรณี สัญชาติอิสราเอล-สหรัฐฯ ได้เปิดเผยส่วนประกอบของ  'อนุภาค' ที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบรรเทาภาวะโลกร้อน และตั้งเป้าหมายจะสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ

รายละเอียดของแผนนี้ คือการพ่น 'ละอองลอยสะท้อนแสงอาทิตย์' หลายล้านตันเข้าไปในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ เพื่อปล่อยให้ละอองเหล่านั้นทำหน้าที่บดบังแสงอาทิตย์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดอุณหภูมิโลกให้เย็นลง 

โดยทางบริษัทได้เริ่มระดมทุนมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาตั้งตั้งแต่ปี 2023 จากนักลงทุนที่คาดการณ์ว่าภาวะโลกร้อนอาจรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ และปกปิดแผนการนี้เป็นความลับมาเป็นเวลานาน 

กลไกสำคัญอยู่ที่ส่วนประกอบของอนุภาคซึ่งทำจากซิลิกาอสัณฐานและมีขนาด 0.5 ไมครอน ซึ่งมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น ซึ่งจะถูกนำไปใช้ควบคู่กับระบบที่สามารถกระจายอนุภาคซิลิกานี้ให้ลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 11 กิโลเมตร และติดตามการตกลงสู่พื้นโลกของอนุภาคเหล่านั้นด้วย

ผู้บริหารของสตาร์ดัสต์เปิดเผยว่า อุปสรรคเดียวในตอนนี้ คือหาทางที่จะทำให้รัฐบาลยอมพิจารณาการให้ทุนกับโครงการ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาสามารถพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า เทคโนโลยีดังกล่าว มีความปลอดภัย ใช้งานได้จริง และควบคุมผลลัพท์ได้ 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้ว วิธีนี้มีโอกาสสูงที่จะสามารถลดภาวะโลกร้อนได้ แต่ก็ไม่ได้แก้ไขสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล นั่นหมายความว่าโลกจะต้องพึ่งพาการปรับสภาพภูมิอากาศไปเรื่อยๆ จนกว่าประเทศต่างๆ จะลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ ถ่านหิน และกำจัดมลพิษทางอากาศและทางทะเล จนกว่าสภาพแวดล้อมจะกลับเข้าสู่ระดับที่ปลอดภัย