นักวิทย์เตือน ใช้ AI เท่าที่จำเป็น ก่อนโลกวิกฤตเกินแก้

นักวิทย์เตือน ใช้ AI เท่าที่จำเป็น ก่อนโลกวิกฤตเกินแก้

อย่าใช้ AI เพื่อแก้เหงา! เพราะการประมวลผลของเทคโนโลยีสุดยอดอัจฉริยะนี้ แลกมากับการผลาญทรัพยากรโลกปริมาณมหาศาลจนอาจผลักวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เลวร้ายกว่าเดิม

SHORT CUT

  • นักวิทยาศาสตร์เตือนว่ากระบวนการทั้งหมดของ AI ตั้งแต่การสกัดแร่ธาตุเพื่อผลิตฮาร์ดแวร์ไปจนถึงการทำงานของศูนย์ข้อมูล ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล
  • ศูนย์ข้อมูล AI ใช้พลังงานและน้ำในปริมาณสูงมาก โดยมีการประเมินว่าหากรวมกันจะเป็นผู้ใช้พลังงานอันดับที่ 11 ของโลก และอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากับสหราชอาณาจักร
  • จึงมีคำแนะนำให้ผู้คนตระหนักและใช้งาน AI เท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยเฉพาะเพื่อความบันเทิง พร้อมเรียกร้องให้ผู้พัฒนาเปิดเผยข้อมูลการใช้ทรัพยากรอย่างโปร่งใส

อย่าใช้ AI เพื่อแก้เหงา! เพราะการประมวลผลของเทคโนโลยีสุดยอดอัจฉริยะนี้ แลกมากับการผลาญทรัพยากรโลกปริมาณมหาศาลจนอาจผลักวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เลวร้ายกว่าเดิม

นักวิทย์ออกมาเตือน 'โปรดคิดให้ดีก่อนใช้ AI' โดยเฉพาะการใช้งานเพียงเพื่อความบันเทิงหรือ 'แก้เหงา' เพราะเบื้องหลังทุกคำสั่ง ทุกการใช้งาน ทุกปฏิสัมพันธ์ นับตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทานที่ต้องมีการสกัดแร่ธาตุที่สำคัญ ไปจนถึงการผลิตฮาร์ดแวร์ การก่อสร้างศูนย์ข้อมูล การดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล และการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก 

รายงานล่าสุดของสหประชาชาติที่ประเมินการใช้ที่ดิน การใช้น้ำ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผยว่า หากเปรียบ 'ศูนย์ข้อมูลที่รองรับ AI' เหล่านี้รวมตัวกันเป็นประเทศ ประเทศนั้นจะอยู่ในอันดับที่ 11 ของโลกในด้านการใช้พลังงาน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการไฟฟ้าที่สูงมากในการฝึกฝนโมเดลที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้มันสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทุกรูปแบบ

นักวิทย์เตือน ใช้ AI เท่าที่จำเป็น ก่อนโลกวิกฤตเกินแก้

โดยพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจพุ่งสูงถึง 3% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกภายในปี 2030 ซึ่งจะใช้น้ำมากเท่ากับปริมาณน้ำที่ประชากร 1.3 พันล้านคนในแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราใช้ในหนึ่งปี เพื่อตอบสนองความต้องการน้ำในครัวเรือนของพวกเขา ทั้งยังอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากับสหราชอาณาจักรในปี 2025

ผลการประเมินดังกล่าว ได้กลายเป็นคำเตือน ให้ผู้คนตระหนักได้ว่า เบื้องหลังทุกคำสั่งหรือการใช้งานของพวกเขา ล้วนมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงการใช้งานเพื่อความบันเทิงก็ตาม

นักวิทย์เตือน ใช้ AI เท่าที่จำเป็น ก่อนโลกวิกฤตเกินแก้

แม้นักวิทยาศาสตร์จะยอมรับว่า การขยายตัวของ AI อาจเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติโดยรวมในอนาคต จากการที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา พร้อมมอบโอกาสและการพัฒนามากมาย แต่ปัญหาคือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ส่วนใหญ่มักจะเป็น 'ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก' เช่น ผู้เล่นรายใหญ่และนักลงทุนเอกชนจำนวนมาก พวกเขายังแทบไม่ต้องแบกรับภาระอย่างการเกิดมลพิษ การขาดแคลนน้ำ หรือ การเสื่อมโทรมของที่ดิน 

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม และมีความรับผิดชอบมากขึ้น โดยการใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น ควรเลือกโมเดล AI ที่เหมาะสม พร้อมถามตัวเองว่า จำเป็นต้องสร้างภาพใหม่หรือไม่? หรือจำเป็นต้องสร้างวิดีโอใหม่หรือไม่?

นอกจากนี้เรายังสามารถเรียกร้องให้ผู้พัฒนา AI เปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างปริมาณการใช้ทรัพยากรในแต่ละปี โดยต้องรายงานอย่างโปร่งใสมากขึ้น