Gen Z รับไม่ได้ใช้ AI ตัดสินใจเรื่องความรักเพราะไม่โรแมนติก

Gen Z รับไม่ได้ใช้ AI ตัดสินใจเรื่องความรักเพราะไม่โรแมนติก

แม้ว่า ‘คนรุ่นใหม่’ จะรับได้กับการใช้ ‘AI’ ช่วยในการทำงาน แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวโดยเฉพาะความรัก กลับมองว่าคนที่ใช้ AI นั้น ห่างไกลกับความจริงใจมากพอสมควร

SHORT CUT

  • ผลสำรวจพบว่า 64% ของคน Gen Z ปฏิเสธที่จะเดทกับคนที่ใช้ AI ช่วยตัดสินใจเรื่องชีวิตส่วนตัว เพราะมองว่าไม่โรแมนติก
  • พฤติกรรมที่ Gen Z รับไม่ได้อย่างยิ่ง คือการใช้ AI ช่วยเขียนคำสาบานในงานแต่ง (65%) หรือใช้ AI วิเคราะห์ความขัดแย้งในความสัมพันธ์ (75%)
  • แม้จะเป็นคนรุ่นดิจิทัล แต่ในเรื่องความรัก Gen Z กลับให้ความสำคัญกับ "ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง" และความจริงใจมากกว่าการพึ่งพาเทคโนโลยี

แม้ว่า ‘คนรุ่นใหม่’ จะรับได้กับการใช้ ‘AI’ ช่วยในการทำงาน แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวโดยเฉพาะความรัก กลับมองว่าคนที่ใช้ AI นั้น ห่างไกลกับความจริงใจมากพอสมควร

แม้ว่าคนรุ่น 'Gen Z' จะได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ยุคดิจิทัลโดยกำเนิด รุ่นแรกของโลกการทำงาน แต่พวกเขาก็มีเหตุผลเบื้องหลังอีกมากที่จะเกลียดชัง AI ตั้งแต่การที่มันเข้ามาแย่งงานระดับเริ่มต้น ที่คนรุ่นใหม่ต้องพึ่งพาเพื่อไต่เต้า

แต่ว่าข้อมูลจากผลสำรวจล่าสุดกลับพบว่า ความไม่พอใจที่ Gen Z มีต่อแชตบอตในโลกการทำงานนั้น ยังเทียบไม่ได้เลยกับความรังเกียจเมื่อ AI เริ่มรุกล้ำเข้ามาใน “ชีวิตส่วนตัว” จนถึงขั้นที่หลายคนพร้อมจะตัดความสัมพันธ์กับคนรักทันที หากพบว่าอีกฝ่ายใช้เทคโนโลยีนี้ช่วยตัดสินใจในเรื่องส่วนตัว

เรียกได้ว่าตอนนี้ชาว Gen Z กำลังต่อต้านกระแสคลั่งไคล้ AI อย่างรุนแรง ด้วยการมองว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้ที่ทำลายความโรแมนติกไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่กำลังเริ่มผลิบาน หรือความสัมพันธ์ที่มั่นคงแล้วก็ตาม ผลสำรวจระบุว่า 64% ของ Gen Z ปฏิเสธที่จะเดตกับใครก็ตามที่ใช้ AI ช่วยตัดสินใจในเรื่องชีวิตประจำวัน

“มือที่คอยพิมพ์คำสั่ง (Prompt) ใส่ ChatGPT จะไม่มีวันได้กุมมือฉัน” นี่คือประโยคที่สะท้อนความคิดของพวกเขาได้ดีที่สุด

60% ของ Gen Z ที่ทำแบบสำรวจของแอปพลิเคชันหาคู่ Hily ระบุว่า พวกเขาจะมองว่าคนคนนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากเป็นพิเศษ หากคนนั้นยอมรับตามตรงว่าไม่เคยใช้ AI ในการตัดสินใจเรื่องส่วนตัวเลย

เมื่อ AI กลายมาเป็น ผู้ช่วยความรัก ?

ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ในโลกธุรกิจ แพลตฟอร์มหาคู่ชื่อดังอย่าง Hily จึงอยากรู้ว่าเทคโนโลยีนี้ส่งผลอย่างไรต่อชีวิตส่วนตัวของคนรุ่นใหม่ พวกเขาจึงทำแบบสำรวจกับผู้ใช้งานชาวอเมริกันรุ่น Gen Z และ Gen Y จำนวน 3,500 คน เพื่อวัดว่าการใช้ AI ส่งผลต่อความสนใจในเชิงโรแมนติกอย่างไร

โดยทางบริษัทได้สรุปผลการวิจัยไว้ว่า ตั้งแต่การประมวลผลทางอารมณ์, การถามคำถามเชิงลึก ไปจนถึงการเขียนคำปฏิญาณในพิธีแต่งงาน ผลลัพธ์ชี้ชัดว่า วิธีที่ใครคนหนึ่งเลือกใช้ AI กำลังกลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่ใช้วัดว่าคนคนนั้นควรค่าแก่การเป็นคู่ชีวิตหรือไม่

นอกเหนือจาก 64% ที่จะไม่เดตกับคนใช้ AI ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีสถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก ได้แก่

75% ระบุว่าพวกเขาจะหมดอารมณ์ทันที หากรู้ว่าคู่เดตใช้แอปพลิเคชันช่วยตัดสินใจว่าควรจะมีเดตครั้งที่สองไหม

65% พร้อมจะเดินหนีจากแท่นพิธีวิวาห์ หากพบว่าคู่หมั้นของพวกเขาใช้ AI ในการเขียนคำปฏิญาณในงานแต่งงาน

อะไรคือเส้นแบ่งที่ AI ห้ามข้าม

อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ Gen Z มีการจัดลำดับพฤติกรรมการใช้ AI ของคนรักที่พวกเขารับไม่ได้ที่สุดไว้อย่างละเอียด โดย 75% มองถึงเรื่องการใช้ AI วิเคราะห์ความขัดแย้งในความสัมพันธ์ว่า ถ้าระดับอารมณ์ความรู้สึกในชีวิตคู่ต้องให้หุ่นยนต์มาช่วยคิด คู่นั้นก็คงกำลังมุ่งหน้าสู่ทางตันอยู่ดี

คนอีก 69% มองว่าการใช้ AI ทำหน้าที่แทนนักบำบัดหรือที่ปรึกษาทางอารมณ์นั้นส่งผลให้คนรักที่ไม่สามารถทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองได้โดยไม่มี AI ช่วย กลายเป็นปัญหาเรื่องความเข้ากันไม่ได้

นอกจากนี้อีก 66% มองว่าไม่ควรเอาเรื่องบนเตียงไปให้ AI ช่วยประเมิน เพราะการเอาเรื่องเซ็กส์ไปปรึกษาแชตบอต ถือเป็นความผิดขั้นร้ายแรงที่ยอมรับไม่ได้ รายงานระบุว่าการปรึกษาเพื่อนหรือผู้เชี่ยวชาญคือเรื่องหนึ่ง แต่การเอาไปเล่าให้แชตบอตฟังมันเป็นคนละเรื่อง เนื่องจากเป็นเรื่องของความใกล้ชิดและความเป็นส่วนตัว แต่การปรึกษา AI อาจทำให้กลายเป็นเรื่องที่แย่ลง

ถ้าหาก Gen Z เกลียดชังการมีอยู่ของ AI ในชีวิตรัก เพราะมันเข้ามาทำลายโอกาสในชีวิตและหน้าที่การงาน พวกเขาก็ไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะคน “Gen Y” ที่ร่วมทำแบบสำรวจ ก็มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความรับไม่ได้ตามหลัง Gen Z อยู่เพียงแค่ 5-8 จุดเท่านั้น

Hily อธิบายว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เจอกับ AI ครั้งแรกในที่ทำงาน และในปัจจุบันพวกเขากำลังเห็นเพื่อนร่วมรุ่นเริ่มนำมันมาใช้กับเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวบ่อยกว่าคนรุ่นเก่าๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเขามองว่าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

รายงานทิ้งท้ายไว้ว่า AI กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนหาคู่ส่วนใหญ่ไม่ได้ต่อต้านภาพรวมนี้ สิ่งที่พวกเขาต่อต้านคือเรื่องที่เฉพาะเจาะจงมากกว่านั้น นั่นคือ การที่คนรักปล่อยให้ AI มาทำหน้าที่แทนการตัดสินใจของตัวเอง การประมวลผลทางอารมณ์ หรือการแสดงออกที่มาจากใจจริง เส้นเรื่องที่เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันคือ ความจริงใจ

คนหาคู่ในยุคนี้ไม่ได้ประเมินแค่ว่าอีกฝ่ายปฏิบัติกับพวกเขาอย่างไร แต่พวกเขากำลังประเมินว่าอีกฝ่ายสัมพันธ์และเข้าใจตัวเองอย่างไรด้วย และ สำหรับคนส่วนใหญ่ การพึ่งพา AI ในเรื่องส่วนตัวถือเป็นจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์

และนี่คือเรื่องหักมุมสำหรับคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เราเคยคิดกันว่าเป็นรุ่นที่เปิดกว้าง โอนอ่อน และยอมรับความหลากหลายทางเทคโนโลยีได้มากที่สุด แต่เมื่อเป็นเรื่องของความรัก พวกเขากลับเข้มงวดและต้องการ “ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง” มากกว่าใครนั่นเอง

ที่มา : Inc

 

related