แผ่นดินไหว! เขย่าโลกรายวัน ถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น หรือธรรมชาติกำลังเอาคืน!

แผ่นดินไหว! เขย่าโลกรายวัน ถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น หรือธรรมชาติกำลังเอาคืน!

แผ่นดินไหวเขย่าโลกรายวัน วานูอาตู 6.1 แมกนิจูดตามหลังอินโดนีเซีย 7.7 และโคลอมเบีย 7.4 จุด คำถามโลกกำลังสั่นสะเทือนถี่ขึ้น หรือเป็นเพียงธรรมชาติที่กำลังทำงานตามกลไกของโลก

SHORT CUT

  • วานูอาตูเจอแผ่นดินไหว 6.1 ตามหลังอินโดนีเซีย 7.7 และโคลอมเบีย 7.4 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
  • ปี 2569 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปหลายครั้งทั่วโลก โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวรอยต่อแผ่นธรณีภาคและวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก
  • ยังไม่มีหลักฐานว่าโลกกำลังเกิดแผ่นดินไหวผิดปกติ แต่เหตุการณ์ย้ำให้ประชาชนเตรียมพร้อมและรู้วิธีรับมือ เพราะยังไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

แผ่นดินไหวเขย่าโลกรายวัน วานูอาตู 6.1 แมกนิจูดตามหลังอินโดนีเซีย 7.7 และโคลอมเบีย 7.4 จุด คำถามโลกกำลังสั่นสะเทือนถี่ขึ้น หรือเป็นเพียงธรรมชาติที่กำลังทำงานตามกลไกของโลก

สถานการณ์แผ่นดินไหวยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วโลก ล่าสุดวันนี้ 16 สิงหาคม 2569 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 แมกนิจูดนอกชายฝั่งประเทศวานูอาตู โดยข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ หรือ USGS ระบุว่าจุดศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ Port Olry และมีความลึกราว 188 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหาย และยังไม่มีการประกาศแจ้งเตือนภัยสึนามิจากทางการวานูอาตูในเหตุการณ์ครั้งนี้

วานูอาตูถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้งของโลก เนื่องจากเป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในบริเวณแนววงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนตัวและปะทะกันของแผ่นธรณีภาคหลายแผ่น ทำให้เกิดกิจกรรมทางธรณีวิทยาและแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้วานูอาตูเพิ่งเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 เมื่อเดือนกรกฎาคม และเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 เมื่อเดือนมีนาคม 2569

เหตุการณ์ที่วานูอาตูเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากอินโดนีเซียเพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูดบริเวณเกาะฟลอเรส เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 แรงสั่นสะเทือนทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง โดยมีรายงานว่าบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิและมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง ก่อนที่คำเตือนสึนามิจะถูกยกเลิกในเวลาต่อมา

ขณะที่ก่อนหน้าเหตุการณ์ในอินโดนีเซีย โลกเพิ่งเผชิญเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 โดย USGS รายงานขนาด 7.4 แมกนิจูด จุดเกิดเหตุอยู่ทางตะวันตกของประเทศใกล้เมือง San José del Palmar แรงสั่นสะเทือนสร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออาคารบ้านเรือน โรงพยาบาล โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ โดยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 300 รายและมีผู้สูญหายอีกจำนวนมากตามรายงานล่าสุด

โคลอมเบียถือเป็นอีกประเทศที่มีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาคหลายแผ่น โดยนักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าแผ่นนาซกามุดตัวลงใต้แผ่นอเมริกาใต้และสะสมพลังงานไว้ใต้พื้นโลก เมื่อเกิดการปลดปล่อยพลังงานจึงสามารถทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงได้

หากย้อนดูภาพรวมตลอดปี 2569 จะพบว่าแผ่นดินไหวขนาด 7.0 แมกนิจูดขึ้นไปเกิดขึ้นหลายครั้งในหลายภูมิภาคของโลก โดยข้อมูลจากฐานข้อมูลแผ่นดินไหวของศูนย์วิจัยธรณีวิทยาเยอรมนีหรือ GFZ ระบุเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ต้นปี ได้แก่ แผ่นดินไหวขนาด 7.0 บริเวณบอร์เนียวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ขนาด 7.5 ที่ตองกาในเดือนมีนาคม ขนาด 7.3 ที่วานูอาตูในเดือนมีนาคม ขนาด 7.4 ในทะเลโมลุกกะของอินโดนีเซียในเดือนเมษายน ขนาด 7.4 นอกชายฝั่งญี่ปุ่นในเดือนเมษายน และขนาด 7.8 ที่เกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ในเดือนมิถุนายน

จากนั้นในวันที่ 24 มิถุนายนเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 และ 7.4 ถึงสองเหตุการณ์บริเวณเวเนซุเอลา ก่อนที่วันที่ 17 กรกฎาคมจะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 บริเวณนอกชายฝั่งรัฐเชียปัสของเม็กซิโก ตามมาด้วยแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ในโคลอมเบียเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม และแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ในอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ทำให้ปี 2569 มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปอย่างน้อย 11 เหตุการณ์จนถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังเกิดแผ่นดินไหวผิดปกติหรือกำลังเข้าสู่ช่วงที่โลกจะแตก เพราะโดยธรรมชาติแล้วโลกมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ส่วนมากกระจุกตัวตามแนวรอยต่อของแผ่นธรณีภาค โดยเฉพาะแนววงแหวนแห่งไฟแปซิฟิกซึ่งทอดผ่านบริเวณรอบมหาสมุทรแปซิฟิกและครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศในเอเชียและโอเชียเนีย

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงจำนวนแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น แต่คือสถานที่ที่เกิดเหตุและผลกระทบต่อประชาชน เพราะแผ่นดินไหวขนาดเท่ากันอาจสร้างความเสียหายแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับความลึกของจุดเกิดเหตุ ระยะห่างจากชุมชน ลักษณะของดินและมาตรฐานการก่อสร้าง โดยกรณีโคลอมเบียเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแม้แผ่นดินไหวจะเกิดในระดับความลึกมากกว่าเหตุการณ์บางแห่ง แต่ก็สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงได้

สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่ได้ตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟโดยตรง แต่ประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลังและสามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวทั้งในประเทศและจากประเทศรอบข้างได้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และบางพื้นที่ทางภาคใต้ ขณะที่คนที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ก็อาจรู้สึกถึงการแกว่งของอาคารจากแผ่นดินไหวระยะไกลได้

ดังนั้นการที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นถี่ในหลายพื้นที่ทั่วโลกไม่ควรกลายเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่ควรเป็นสัญญาณให้ทุกคนกลับมาให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อม เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถระบุวันเวลาและสถานที่ของแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนประชาชนควรจำหลักหมอบป้องเกาะ หมอบลงกับพื้น ป้องกันศีรษะและลำคอ หลบใต้โต๊ะหรือสิ่งที่แข็งแรงและยึดเกาะไว้จนกว่าแรงสั่นจะหยุด ไม่ควรวิ่งออกจากอาคารในช่วงที่กำลังสั่นและไม่ควรใช้ลิฟต์

สำหรับประชาชนบริเวณชายฝั่งอันดามัน หากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงและรู้สึกได้เป็นเวลานาน รวมถึงพบว่าน้ำทะเลลดหรือเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ หรือได้ยินเสียงคำรามจากทะเล ควรรีบขึ้นสู่ที่สูงทันทีโดยไม่ต้องรอให้มีประกาศเตือน เพราะสึนามิจากแหล่งกำเนิดใกล้ชายฝั่งอาจเดินทางมาถึงได้อย่างรวดเร็ว

ภาพของวานูอาตูในวันนี้ อินโดนีเซียเมื่อวานนี้ และโคลอมเบียเมื่อไม่กี่วันก่อน จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่าแผ่นดินไหวยังคงเป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่สามารถควบคุมได้คือระดับความพร้อมของเรา

แผ่นดินไหวอาจหยุดไม่ได้ แต่ความประมาทหยุดได้ และการรู้เท่าทันข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือพร้อมเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ คือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความสูญเสียเมื่อธรรมชาติเกิดการสั่นสะเทือน

 

 

 

related