
SHORT CUT
ภูเขาไฟ 'อานักกรากาตัว' ในอินโดนีเซียเกิดการปะทุ พ่นเถ้าถ่านและกลุ่มควันขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงจาการ์ตาประกาศยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยวบิน
วันที่ 6 กันยายน 2569 จากกรณีภูเขาไฟในอินโดนีเซียระเบิด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ภูเขาไฟอานักกรากาตัวที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะชวา กับเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย เริ่มเกิดปะทุพ่นเถ้าถ่านกลุ่มควันพุ่งสู่ท้องฟ้าตั้งแต่วันศุกร์ (4 ก.ย.) ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างที่เป็นผลให้ท่าอากาศยานนานาชาติโซการ์โน-ฮัตตา ซึ่งเป็นสนามบินหลักในกรุงจาการ์ตา ต้องประกาศระงับดำเนินการเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยวบินในวันนี้
ท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา แจ้งผ่านอินสตาแกรมว่า ทางสนามบินได้ขอระงับการให้บริการเที่ยวบินไปจนถึงเวลา 09.30 น.ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากปัญหาเถ้าภูเขาไฟ ก่อนที่ล่าสุดจะขยายเวลาการระงับเที่ยวบินไปจนถึง 13.30 น.ของวันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น
ด้านบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งผลกระทบเที่ยวบินจากสถานการณ์ภูเขาไฟในอินโดนีเซียปะทุ โดยระบุว่า
จากสถานการณ์การปะทุของภูเขาไฟกรากะตัว (Krakatau) ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการบินและความปลอดภัยในการเดินทาง การบินไทยมีความจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินที่ให้บริการระหว่างกรุงเทพฯ – จาการ์ตา ในวันที่ 6 กันยายน 2569 จำนวน 4 เที่ยวบิน ดังนี้
สำนักข่าว NHK เปิดเผยว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ติดตามความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิ หลังภูเขาไฟกรากะตัว (Krakatau) ของอินโดนีเซียเกิดการปะทุครั้งใหญ่เมื่อคืนวันศุกร์
จากข้อมูลของ MAGMA Indonesia หน่วยงานติดตามภูเขาไฟของอินโดนีเซียเผยให้เห็นว่า มีการปะทุของภูเขาไฟส่งน้ำพุลาวาพุ่งขึ้นเหนือปากปล่อง ขณะที่กลุ่มเถ้าถ่านลอยขึ้นไปสูงประมาณ 400 เมตร
ล่าสุดทางการอินโดนีเซียยังคงประกาศระดับการเตือนภัยภูเขาไฟอยู่ที่ระดับ 3 และกำหนดเขตห้ามเข้าในรัศมี 3 กิโลเมตรจากปากปล่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังคงตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าการปะทุของภูเขาไฟจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่ส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นหรือไม่
ด้านสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNPB) ระบุว่า ประชาชนยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว ห้ามลักลอบเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม หรือพยายามเข้าใกล้ภูเขาไฟเพื่อชมและบันทึกภาพการปะทุเป็นอันขาด
ขณะเดียวกัน สำนักงานธรณีวิทยาของอินโดนีเซียให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงสร้างของภูเขาไฟที่ก่อตัวขึ้นใหม่ภายหลังการปะทุครั้งใหญ่เมื่อปี 2561 ยังคงมีขนาดค่อนข้างเล็ก ดังนั้นในขณะนี้จึงยังไม่มีความเสี่ยงที่โครงสร้างดังกล่าวจะพังถล่มลงสู่ทะเลในระดับที่อาจก่อให้เกิดคลื่นสึนามิได้