UN เตือน โลกร้อนทำการตั้งครรภ์อันตราย เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด-แท้ง

UN เตือน โลกร้อนทำการตั้งครรภ์อันตราย เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด-แท้ง

เมื่อความร้อนเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ UNFCCC จี้รัฐบาลทั่วโลกเร่งปกป้องแม่และเด็ก ชี้หญิงตั้งครรภ์ในประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงหนักสุด เหตุขาดแคลนระบบทำความเย็นและสถานที่ปลอดภัย

SHORT CUT

  • สหประชาชาติ (UN) เตือนว่าวิกฤตโลกร้อนและอุณหภูมิที่สูงขึ้น กำลังทำให้การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรมีความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
  • ภาวะความร้อนจัดมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด, การเสียชีวิตของทารกในครรภ์ (การแท้ง) และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในมารดา
  • UN เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกบรรจุประเด็นสุขภาพของมารดาและทารกแรกเกิดเข้าไว้ในแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติโดยเร่งด่วน

เมื่อความร้อนเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ UNFCCC จี้รัฐบาลทั่วโลกเร่งปกป้องแม่และเด็ก ชี้หญิงตั้งครรภ์ในประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงหนักสุด เหตุขาดแคลนระบบทำความเย็นและสถานที่ปลอดภัย

ไซมอน สตีล (Simon Stiell) หัวหน้าหน่วยงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (UNFCCC) ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญในระหว่างการปราศรัยก่อนการประชุม COP31 ณ ประเทศฟิจิ โดยระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด กำลังทำให้ ‘การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร’ กลายเป็นความเสี่ยงอันตรายรูปแบบใหม่ของมนุษยชาติ พร้อมจี้ให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งนำประเด็นสุขภาพของมารดาและทารกแรกเกิดบรรจุเข้าสู่แผนรับมือโลกร้อนระดับชาติโดยด่วน

คำเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดจากมูลนิธิเวลล์คัม (Wellcome) ที่สอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมารดาใน 5 ทวีป พบว่า 73% ของบุคลากรทางการแพทย์รายงานเคสภาวะแทรกซ้อนของหญิงตั้งครรภ์จากความร้อนจัดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ 81% กังวลว่าสภาวะความร้อนสุดขั้วจะทวีความรุนแรงจนอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากสภาวะความร้อนจัดมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการคลอดก่อนกำหนด การทารกเสียชีวิตในครรภ์ น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในผู้เป็นแม่

UN เตือน โลกร้อนทำการตั้งครรภ์อันตราย เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด-แท้ง

หัวหน้า UNFCCC เน้นย้ำว่า ผลกระทบจากโลกร้อนครั้งนี้ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างรุนแรง เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์ในประเทศกำลังพัฒนา หรือผู้ที่ทำงานกลางแจ้งและอาศัยอยู่ในที่พักอาศัยที่ไม่มีระบบทำความเย็น ไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนได้ พร้อมเปรียบเปรยว่าคำแนะนำการ ‘รักษาความเย็น’ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง หากไม่มีสถานที่เย็นและปลอดภัยให้พวกเธอเดินทางไปพักผ่อนหรือรับการดูแลรักษา

เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว UN ได้เสนอ 3 ลำดับความสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ การผนวกการดูแลหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดเข้ากับแผนปรับตัวด้านสุขภาพระดับชาติ, การเปลี่ยนข้อมูลวิจัยให้เป็นมาตรการป้องกันเชิงรุกผ่านระบบแจ้งเตือนภัยความร้อนและเตรียมสถานที่ปลอดภัย, และการปรับปรุงระบบข้อมูลเพื่อระบุความเสี่ยงให้ตรงจุด พร้อมเรียกร้องให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาจำนวน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อให้มั่นใจว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเด็กทุกคนจะไม่ขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินในการหลีกหนีความร้อนอีกต่อไป