
SHORT CUT
เตือนภัยวิกฤต 'เอลนีโญระดับก็อตซิลลา' ที่เสี่ยงคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกกว่า 4.5 แสนราย ภายใน 6 เดือน ซ้ำเติมวิกฤตโลกร้อน-ภัยแล้ง
รายงานฉบับใหม่จากสถาบันวิจัย Climate Impact Lab ร่วมกับมหาวิทยาลัยชิคาโกและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เผยผลประเมินที่น่าตกใจว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญขั้นรุนแรงที่กำลังแผ่อิทธิพลครอบคลุมทั่วโลก จะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนจัดสูงถึง 450,000 รายในช่วงระยะเวลาอีก 6 เดือนข้างหน้า และมีแนวโน้มสะสมต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 2027
นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศเรียกปรากฏการณ์เอลนีโญรอบนี้ว่าอยู่ในระดับ 'ก็อตซิลลา' เนื่องจากสามารถทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ โดยผลกระทบจะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคหลักของโลก ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกา ไนจีเรีย ซูดาน อินเดีย บราซิล ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคจากความร้อนจัด ภัยแล้ง ไฟป่า และน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ศาสตราจารย์ไมเคิล กรีนสโตน ผู้ร่วมก่อตั้ง Climate Impact Lab ระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์ 451,000 รายนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสถิติ แต่หมายถึงชีวิตของครอบครัว แรงงาน และประชาชนที่ต้องสังเวยให้กับสภาพอากาศสุดขั้ว พร้อมเตือนว่าปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งนี้เปรียบเสมือน 'ภาพสะท้อนอนาคตในอีก 20 ปีข้างหน้า' ที่อุณหภูมิสูงผิดปกติจะกลายเป็นเรื่องปกติของโลก ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐทั่วโลกจึงจำเป็นต้องเร่งระดมกลยุทธ์ฉุกเฉิน เช่น การพัฒนาแบบจำลองแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า การเพิ่มศูนย์พักพิงคลายร้อน จัดหาบุคลากรทางการแพทย์ และมาตรการคุ้มครองแรงงานกลางแจ้งเพื่อรับมือภัยพิบัติด้านสุขภาพโดยเร็ว
นอกจากความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์โดยตรงแล้ว โครงการอาหารโลก (WFP) ยังเตือนว่าผลกระทบจากเอลนีโญครั้งรุนแรงนี้จะสะเทือนถึงห่วงโซ่อาหารและผลผลิตทางการเกษตรทั่วโลก ซึ่งอาจทำให้ประชากรราว 50 ล้านคนต้องตกอยู่ในภาวะอดอยากและเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อด้านราคาอาหาร เนื่องจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ร้อนจัดกับการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลของมนุษย์ ได้กลายเป็นการเติมพลังงานมหาศาลเข้าสู่ระบบภูมิอากาศโลก จนบั่นทอนศักยภาพในการรับมือของชุมชนในทุกระดับอย่างน่ากังวล