BYD เตรียมลงแข่ง F1 ผู้บริหารยืนยัน เตรียมโชว์พลังรถ EV จีน

BYD เตรียมลงแข่ง F1 ผู้บริหารยืนยัน เตรียมโชว์พลังรถ EV จีน

สเตลล่า หลี่ รองประธาน BYD ยืนยันมีการหารือกับซีอีโอ F1 ถึงความเป็นไปได้ในการเข้าสู่สังเวียนความเร็ว เพื่อพิสูจน์เทคโนโลยีและขยายอิทธิพลสู่ระดับโลก

SHORT CUT

  • รองประธาน BYD ยอมรับว่ามีการเจรจากับซีอีโอ F1 จริง เพื่อใช้เป็นเวทีพิสูจน์นวัตกรรมเทคโนโลยีไฟฟ้าของแบรนด์ในระดับสากล
  • การปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ F1 ให้เน้นพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น คือช่องว่างสำคัญที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน EV อย่าง BYD ได้เปรียบในการตัดสินใจเข้าสู่การแข่งขัน
  • การเข้าสู่สนามของ BYD จะตอบโจทย์แผนการขยายฐานทีมแข่งเป็น 12 ทีม ที่ต้องการตัวแทนจากมหาอำนาจจีนเพื่อคานอำนาจกับค่ายรถฝั่งตะวันตกอย่าง Cadillac และ Audi

สเตลล่า หลี่ รองประธาน BYD ยืนยันมีการหารือกับซีอีโอ F1 ถึงความเป็นไปได้ในการเข้าสู่สังเวียนความเร็ว เพื่อพิสูจน์เทคโนโลยีและขยายอิทธิพลสู่ระดับโลก

เมื่อยักษ์ใหญ่ EV จีนเตรียมเขย่าวงการ Formula 1 ในโลกของยานยนต์ปัจจุบัน ไม่มีชื่อไหนจะร้อนแรงไปกว่า BYD ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีน และล่าสุดในงาน Beijing Motor Show 2026

CREDIT : electrek

ข่าวลือที่เคยเป็นเพียงการคาดเดาก็ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เมื่อ สเตลล่า หลี่ รองประธานของ BYD ออกมาเปิดเผยด้วยตนเองว่า "ใช่ เรากำลังหารือกันอยู่" เกี่ยวกับการก้าวเข้าสู่การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน (F1) 

ล่าสุด มีการยืนยันว่าผู้บริหารระดับสูงของ BYD ได้พบปะกับ สเตฟาโน่ โดเมนิคาลี่ ซีอีโอของ F1 โดยตรงที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า BYD มองเห็น 'โอกาส' ในเวทีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดสูงสุดของมอเตอร์สปอร์ตโลก

โดยให้เหตุผลสำคัญว่า F1 คือพื้นที่แห่งความหลงใหล วัฒนธรรม และที่สำคัญที่สุดคือเป็น 'สนามทดสอบเทคโนโลยี' ชั้นยอดของบริษัท

CREDIT : electrek

กฎการแข่งขันปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง มีการปรับสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของ BYD โดยตรง นอกจากนี้ FIA ภายใต้การนำของ โมฮัมเหม็ด เบน ซูไลเยม ยังมีนโยบายเปิดรับทีมใหม่ๆ

โดยเฉพาะจากตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ (Cadillac) และจีน ซึ่งหาก BYD เข้ามาจริง จะเป็นการเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ F1 ในการครองตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสมบูรณ์แบบ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ BYD ต้องเผชิญคือ 'กำแพงทางการเมือง' ในวงการ F1 จากทีมแข่งปัจจุบันที่กังวลเรื่องส่วนแบ่งรายได้ แต่ด้วยสถานะการเงินที่แข็งแกร่งกว่า Tesla และเทคโนโลยีไฟฟ้าที่ล้ำหน้า การเข้ามาของมังกรจีนรายนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ F1 ก้าวสู่ยุคใหม่ที่ยั่งยืนและล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิม

ที่มา : Yahoo Sports

related