
SHORT CUT
นิวเคลียร์มีประโยชน์มากกว่าการผลิตไฟฟ้า พาสำรวจการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การแพทย์ การเกษตร ไปจนถึงการถนอมอาหาร พร้อมรู้จักโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR อนาคตพลังงานสะอาดของไทย
เมื่อพูดถึง ‘นิวเคลียร์’ หลายคนอาจนึกถึงโรงไฟฟ้าขนาดมหึมา อุบัติเหตุร้ายแรง หรือภาพจำจากภาพยนตร์ไซไฟ แต่รู้หรือไม่ว่า เทคโนโลยีนิวเคลียร์อยู่ใกล้ตัวเรามานานแล้ว ตั้งแต่การรักษาโรค การพัฒนาพันธุ์พืช การถนอมอาหาร ไปจนถึงเรือบรรทุกเครื่องบินที่เดินทางได้หลายสิบปีโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และกำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในทางเลือกพลังงานสะอาดของไทย
ช่วงที่ผ่านมา ชื่อของ SMR หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) ซึ่งหมายถึงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก กำลังได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำระหว่างการเดินเครื่อง
ประเทศไทยเองก็เริ่มขยับตัวในทิศทางเดียวกัน โดยมีการบรรจุ SMR ไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือร่างแผน PDP 2026 เพื่อเป็นหนึ่งในทางเลือกสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการพูดถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คำถามเรื่องความปลอดภัยก็มักตามมาเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะภาพจำของคำว่า ‘นิวเคลียร์’ ยังผูกติดอยู่กับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ หรือแม้แต่อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
แต่หากลองมองให้พ้นภาพจำเหล่านั้น เราอาจพบว่าเทคโนโลยีที่ดูเหมือนอยู่ไกลตัว กลับแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามานานกว่าที่คิด
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า คำว่า ‘นิวเคลียร์’ มีรากศัพท์มาจากคำว่า ‘นิวเคลียส’ ซึ่งหมายถึงแกนกลาง โดยในทางฟิสิกส์นิวเคลียร์จะเกี่ยวข้องกับนิวเคลียสของอะตอม
พลังงานนิวเคลียร์เกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่ นิวเคลียร์ฟิชชัน (Nuclear Fission) หรือการแตกตัวของนิวเคลียสอะตอมหนักออกเป็นนิวเคลียสที่เล็กลง และนิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) หรือการรวมตัวของนิวเคลียสอะตอมเบาให้กลายเป็นนิวเคลียสที่หนักขึ้น
ทั้งสองกระบวนการสามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาได้ แต่มีหลักการและเงื่อนไขในการเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันอาศัยปฏิกิริยาฟิชชันเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะยังครอบคลุมถึงการใช้รังสีและสารกัมมันตรังสีในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ เกษตรกรรม อาหาร ไปจนถึงการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม
รศ.ดร.เจษฎา อธิบายว่า ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน เพียงแต่คนทั่วไปอาจไม่ทันสังเกตว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเทคโนโลยีทางการแพทย์ สิ่งที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันที่สุดก็คือ การเอกซเรย์ หรืออย่างการทำ CT Scan ในร่างกายเพื่อตรวจวินิจฉัยโรค หรือการให้คีโมเพื่อการรักษาโรค การฉายรังสี ก็คือการใช้นิวเคลียร์
แม้แต่เครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระตามสนามบินและสถานที่สำคัญต่าง ๆ ที่หลายคนคุ้นเคย ก็เป็นการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เช่นกัน
หากคิดว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์เป็นเรื่องของห้องทดลองหรือโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ภาคการเกษตรอาจเป็นตัวอย่างที่ทำให้ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะในความเป็นจริง มีการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้พัฒนาการเกษตรมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยรังสี ทำให้พืชเกิดการกลายพันธุ์
หนึ่งในวิธีที่ใช้กันคือการนำเมล็ดพันธุ์ เช่น เมล็ดข้าว ไปฉายรังสีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรม หรือ DNA จากนั้นนักวิจัยจะคัดเลือกต้นที่มีลักษณะตามต้องการเพื่อนำไปพัฒนาพันธุ์ต่อ
วิธีดังกล่าวสามารถนำไปสู่การพัฒนาพืชที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากเดิม เช่น ทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตหรือการสังเคราะห์แสงที่เหมาะสมขึ้น รวมถึงมีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูงขึ้น
อีกตัวอย่างหนึ่งคือการนำเหง้าบัวไปฉายรังสี เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาบัวที่มีสีสันหรือลักษณะดอกแตกต่างจากพันธุ์เดิม เทคโนโลยีนี้จึงเปิดโอกาสให้เกษตรกรและนักวิจัยพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ทั้งการผลิตอาหารและตลาดไม้ดอกไม้ประดับ
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ นิวเคลียร์ยังถูกนำมาใช้ควบคุมจำนวนแมลงศัตรูพืชด้วยการทำให้เป็นหมันได้ เช่น นำดักแด้ของแมลงวันทอง ที่เป็นศัตรูสำคัญทำลายพืชผลทางการเกษตร ไปฉายรังสีเพื่อทำให้เป็นหมัน ก่อนปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ
เมื่อแมลงตัวผู้ที่เป็นหมันไปผสมพันธุ์กับแมลงวันทองทั่วไปในธรรมชาติ ก็ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ ทำให้แมลงศัตรูพืชมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ และลดการพึ่งพาสารเคมีกำจัดแมลงได้ในบางพื้นที่
อีกเรื่องที่หลายคนอาจเคยได้ยิน แต่ยังมีคำถามอยู่ในใจคือ ‘อาหารฉายรังสี’ แค่ได้ยินชื่อก็อาจทำให้บางคนรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะคำว่ารังสีมักถูกเชื่อมโยงกับความอันตราย ทั้งที่กระบวนการฉายรังสีอาหารมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร
หลักการคือการนำอาหารไปผ่านรังสีชนิดและระดับพลังงานที่ได้รับอนุญาต มีประโยชน์ในด้านการฆ่าเชื้อโรค จุลินทรีย์ สปอร์ พยาธิ โดยไม่เสียคุณค่าทางอาหารและอาหารไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง บางกรณีการฉายรังสีเพื่อถนอมอาหาร ยังช่วยยืดระยะเวลาการเก็บรักษาได้อีกด้วย
ประเด็นสำคัญที่ควรทำความเข้าใจคือ อาหารที่ผ่านการฉายรังสีตามมาตรฐานไม่ได้กลายเป็นอาหารที่มีสารกัมมันตรังสีตกค้าง และไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคจะได้รับรังสีจากการรับประทานอาหารเหล่านั้น
ประโยชน์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยังขยายไปถึงงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้เทคนิคทางรังสีและสารติดตามรังสีเพื่อศึกษาการเคลื่อนที่ของสารในระบบต่าง ๆ
ตัวอย่างเช่น การประยุกต์ใช้เทคนิคตรวจวัดที่เกี่ยวข้องกับรังสี เพื่อช่วยตรวจสอบหรือศึกษาการแพร่กระจายของสารมลพิษจากกระบวนการอุตสาหกรรม รวมถึงการติดตามการเคลื่อนที่ของสารในระบบบำบัดหรือกำจัดของเสีย
ในกรณีของโรงกำจัดขยะ เทคโนโลยีตรวจวัดที่เหมาะสมสามารถนำมาใช้ร่วมกับระบบติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อประเมินว่ามีสารมลพิษถูกปล่อยออกมาหรือไม่ และช่วยให้การตรวจสอบมีความแม่นยำมากขึ้น
ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่หลายคนเชื่อมโยงกับความเสี่ยง สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาและจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน
ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา 2 ลำ ได้แก่ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ซึ่งเดินทางมาเยือนจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 และ USS George H.W. Bush (CVN-77) ซึ่งเดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 4-9 ตุลาคม 2569
ซึ่งเรือรบทั้งสองลำใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการขับเคลื่อน โดยติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ Westinghouse A4W แบบน้ำอัดความดัน หลักการทำงานคือใช้ความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำไปขับเคลื่อนกังหันและระบบต่าง ๆ ภายในเรือ
ส่งผลให้เรือสามารถแล่นได้ประมาณ 20 – 25 ปี โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง และยังสามารถผลิตพลังงานเพื่อรองรับการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานของกำลังพลประมาณ 5,000 คน รวมถึงระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเรือได้ ซึ่งเครื่องปฏิกรณ์ของเรือมีระบบความปลอดภัยที่เป็นระบบวงจรปิด ป้องกันสารกัมมันตรังสีไม่ให้รั่วไหลออกสู่ภายนอก
จากเครื่องมือทางการแพทย์ อาหารที่ผ่านการฉายรังสี พืชพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนา ไปจนถึงเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ตัวอย่างเหล่านี้ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์มีบทบาทในโลกปัจจุบันมากกว่าที่หลายคนคุ้นเคย แถมยังได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยว่า มีความปลอดภัย สามารถควบคุมได้ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงไม่แปลกที่จะถูกย่อขนาดลงมาให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ สู่ SMR หนึ่งในตัวเลือกด้านพลังงานสะอาด
จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบอุปกรณ์ให้มีขนาดเล็กลงอยู่ในรูปโมดูล ผลิตและประกอบจากโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ขนส่งและติดตั้งได้รวดเร็ว มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง สามารถหยุดการทำงานได้เองเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้า ได้รับความไว้วางใจให้นำร่องในการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ขนาด 300 เมกะวัตต์แรกเข้าสู่ระบบในช่วงปลายแผนหรือปี พ.ศ. 2580 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมผลักดันไทยสู่เป้าหมาย Net Zero