svasdssvasds

นักวิจัยไทยค้นพบ แมลงปอยักษ์ชนิดใหม่ของโลก ตั้งชื่อ "แมลงปอเขียวท้องส้ม"

นักวิจัยไทยค้นพบ แมลงปอยักษ์ชนิดใหม่ของโลก ตั้งชื่อ "แมลงปอเขียวท้องส้ม"

เคยเห็นไหม? แมลงปอเขียวท้องส้ม เพิ่งถูกค้นพบโดยนักวิจัยม.เกษตร และเพิ่งประกาศว่ามันคือแมลงปอยักษ์ชนิดใหม่ของโลก บ่งชี้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้

ไม่ใช่สัตว์ลึกลับที่ไหน หรือไม่ใช่ไม่มีใครเคยค้นพบ แต่มันเพิ่งถูกวิเคราะห์สปีชีส์ว่าแตกต่างจากชนิดพันธุ์อื่น ๆ ในสายพันธุ์ของมันเอง ซึ่งไม่เคยถูกบันทึกหรือแยกแยะมาก่อน

แมลงปอยักษ์เขียวท้องส้ม เป็นแมลงปอที่เดิมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Anax immaculifrons ซึ่งกระจายพันธุ์กว้างขวางทั่วโลกตั้งแต่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป เอเชียใต้ ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบางประเทศในเอเชียตะวันออก แต่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ สังเกตได้จากสีท้องของมัน

แมลงปอเขียวท้องส้ม Cr. Kasetsart University ประชากรแมลงปอที่พบในแถบเอเชียใต้ไปจนถึงยุโรปตอนใต้จะมีท้องเป็นสีฟ้า ส่วนประชากรที่พบในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีท้องเป็นสีส้ม หากบ้านใครมีแมลงปอลองไปสังเกตเล่น ๆ กันได้นะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แมลงปอชนิดนี้จะพบได้ค่อนข้างยาก

ถิ่นที่อยู่แมลงปอท้องส้ม Cr. Kasetsart University แมลงปอเขียวท้องส้ม มักบินไปมาเหนือลำธารตามภูเขาสูง และเกาะพักในแนวดิ่งตามพืชริมธารหรือกิ่งไม้สูงเหนือลำธาร ดังนั้น จึงอาจพบได้ที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเลย ของประเทศไทย หรืออาจพบได้ในจังหวัดสกลนครในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงตุลาคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในความเป็นจริง แมลงปอทั้งสองสี เคยจัดเป็นแมลงปอชนิดเดียวกัน จากหลักฐานที่พบแมลงปอสีต่าง ๆ แพร่กระจายอยู่ในแต่ละพื้นที่ แต่ก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์สงสัยและงัดขึ้นมาทำวิจัยใหม่ ถึงเนื้อแท้ของสปีชีส์ว่าแตกต่างกันจริงหรือไม่ จึงนำไปสู่การศึกษาในด้านสัณฐานวิทยาและความสัมพันธ์ระดับโมเลกุล (DNA) ของแมลงปอทั้งสองประชากรทั้งในรูปแบบตัวเต็มวัยและตัวอ่อน รวมถึงเทียบเคียงกับแมลงปอยักษ์ชนิดอื่น ๆ ด้วย

การเทียบเคียงสปีชีส์ Cr. Kasetsart University ผลการศึกษาเราพบว่า นอกจากแมลงปอทั้งสองจะมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของลวดลายและสีสันของท้อง มันยังมีรูปร่างของรยางค์ปลายท้อและอวัยวะเพศ ตลอดจนลำดับเบสใน DNA ที่แตกต่างกัน เมื่อรวมกับข้อมูลที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกันออกไปด้วยแล้วนั้น ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น

จึงสรุปได้ว่า A. immaculifrons ทั้งสองประชากรเป็นคนละชนิดกัน และทีมงานได้ตั้งชื่อให้กับประชากรที่พบในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกว่า A. aurantiacus ซึ่งแปลว่า สีส้ม ตามที่สีท้องที่โดดเด่นไม่เหมือนกับสมาชิกอื่น ๆ ในสกุลและพบได้ยากในวงศ์นี้

ประโยชน์ของแมลงปอในธรรมชาติ

การมีอยู่ของแมลงปอยักษ์มีความสำคัญมากกับระบบนิเวศ หากพื้นที่ใดมีแมลงปอยักษ์อาศัยอยู่ ก็สามารถบ่งบอกได้ว่า พื้นที่แห่งนั้นสะอาดมีการไหลเวียนของน้ำที่ดี และสามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพของน้ำได้ด้วย ดังนั้น การค้นพบครั้งนี้จึงบ่งบอกได้ถึง สภาพระบบนิเวศบริเวณลำธารต้นน้ำในไทยได้เป็นอย่างดี

ซึ่งงานวิจัยนี้ ทีมงานวิจัยได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเผยแพร่ลงในวารสาร Odonatologica ซึ่งเป็นวารสารเก่าแก่มากกว่า 50 ปี และมีชื่อเสียงในวงการนักธรรมชาติวิทยาที่ศึกษาแมลงปอ ในเดือนธันวาคม 2565 ว่าเป็นงานวิจัยการค้นพบแมลงปอชนิดใหม่ของโลก นำโดย ดร. ทศพล แซ่ตั้ง กีฏพิชญกุล นักวิจัยหลังปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ อาจารย์ ดร. กรอร วงษ์กำแหง ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ นายนพปฎล มากบุญ นักกีฏวิทยาผู้เชี่ยวชาญทางด้านแมลงปอ

แมลงปอเขียวท้องส้ม Cr. Kasetsart University ทั้งนี้ ดร. กรอร วงษ์กำแหง ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยทุนสนับสนุนการวิจัย Basic Research Fund (BRF 6/2565) จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อศึกษา ความหลากชนิด ของสิ่งมีชีวิต ในพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับดร.ทศพล แซ่ตั้ง กีฏพิชญกุล และ นายนพปฎล มากบุญ (ผู้ดูแลกลุ่ม facebook: แมลงปอของไทย (Dragonflies of Thailand))

ที่มาข้อมูล

Kasetsart University

related