
SHORT CUT
ในวันที่ไทยร้อน 42 องศาฯ ไม่ใช่แค่คนจะแย่ แต่หมาแมวจรที่ต้องนอนพื้นปูนร้อนๆ ก็เสี่ยงน็อกแดด! เช็กวิธีปฐมพยาบาลและวิธีดูแลน้องๆ ให้รอดพ้นวิกฤตนี้
เช็กพยากรณ์อากาศวันที่ 7 เมษายน 2569 จากกรมอุตุฯ แล้วบอกเลยว่าร้องกรี๊ด! ภาคเหนือ-ภาคกลางพุ่งแตะ 42 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพฯ ก็ไม่แผ่วจัดไป 40 องศาฯ เน้นๆ อากาศเบอร์นี้ไม่ใช่แค่เราที่เหงื่อท่วมจนอยากสิงตู้เย็น แต่น้องหมาน้องแมวที่บ้านเขากำลังเผชิญกับวิกฤตชีวิตเหมือนกัน เพราะร่างกายเขาไม่มีทางระบายความร้อนได้ดีเท่าคนเรา อีกทั้งยังเสี่ยงเกิดฮีทสโตรกได้อีกด้วย
ในวันที่แดดแรงระดับนี้ ถ้าเห็นน้องเริ่มมีอาการแปลกๆ อย่าชะล่าใจ เพราะนาทีชีวิตเริ่มนับถอยหลังแล้ว ลองสังเกตดูว่าน้องเริ่ม หอบแรงจนตัวโยน อ้าปากหายใจถี่ๆ จนลิ้นแดงจัดหรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำหรือเปล่า? ยิ่งถ้าเห็นน้ำลายเหนียวเริ่มฟูมปาก เดินโซเซทรงตัวไม่ได้ เหมือนคนเมา หรือลองสัมผัสตัวแล้วรู้สึกว่า ตัวร้อนจี๋ผิดปกติ ให้รีบขยับตัวช่วยน้องทันที เพราะถ้าปล่อยไว้จนถึงขั้นอาเจียน ชัก หรือหมดสติ อวัยวะภายในอาจเสียหายจนกู้คืนยาก
หากน้องน็อกแดดขึ้นมา 'สติ' สำคัญที่สุด ขั้นแรกต้องรีบ ย้ายน้องเข้าที่ร่ม ที่มีลมโกรกหรือห้องแอร์ทันที จากนั้นให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้อง เช็ดตัวลดไข้เน้นที่ซอกขาหนีบ รักแร้ และอุ้งเท้า ซึ่งเป็นจุดระบายความร้อนหลัก
เริ่มจาก 'น้ำดื่ม' ที่ต้องเย็นและห้ามขาด ลองใส่แข็งลงไปนิดให้น้องได้จิบคลายร้อนตลอดวัน ส่วนเรื่องการออกกำลังกาย ให้งดเดินเล่นช่วงแดดจัดไปเลย เพราะพื้นถนนที่รับแดด 42 องศาฯ มันร้อนจนลวกอุ้งเท้าพองได้
นอกจากนี้การพาไป 'ซอยขนให้บางลง' หรือแปรงขนบ่อยๆ ก็ช่วยให้ผิวหนังระบายอากาศได้ดีขึ้นเยอะ และที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามทิ้งน้องไว้ในรถที่ดับเครื่อง ไม่ว่าจะกี่นาทีก็ตาม เพราะรถจะกลายเป็นเตาอบที่อันตรายถึงชีวิตในพริบตา
ในวันที่แดดเผาจนคนยังแทบละลาย ลองนึกถึงหมาแมวจรจัดที่ไม่มีแอร์ ไม่มีบ้านให้หลบ และต้องเท้าเปล่าเดินบนปูนร้อน ๆ 42 องศาฯ ดู พวกเขาไม่มีคนดูแลเหมือนสัตว์เลี้ยงที่บ้าน ความเมตตาเล็ก ๆ ของเราจึงสำคัญมาก
ร้อนปี 2569 นี้โหดร้ายกว่าทุกปี การหมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงและเผื่อแผ่ความใจดีให้สัตว์ข้างถนน จะช่วยให้เราและเพื่อนสี่ขาผ่านวิกฤตแดดระอุนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ที่มา: โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน