
SHORT CUT
ปัญหามลพิษทางน้ำในแม่น้ำกก ยังคงต้องแก้ไขเร่งด่วน ล่าสุด ‘ออสเตรเลีย’ ผนึกกำลังหนุนไทยแก้ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ‘แม่น้ำกก’
แม่น้ำกก สายน้ำสำคัญของภาคเหนือที่ไหลจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เข้าสู่ไทย กำลังเผชิญวิกฤติคุณภาพน้ำต่อเนื่องในช่วงปี 2568–2569 จากปัญหามลพิษข้ามพรมแดน โดยข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและสื่อสาธารณะระบุว่า ต้นตอหลักมาจากกิจกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งปล่อยสารโลหะหนัก เช่น สารหนูและตะกั่ว ลงสู่แหล่งน้ำ ก่อนถูกพัดพาเข้าสู่พื้นที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ส่งผลให้น้ำมีความขุ่นและพบค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐานในหลายจุด
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศไทย แต่ยังลุกลามไปถึงลุ่มน้ำโขงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว สะท้อนปัญหาระดับภูมิภาคที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะที่ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำกกเริ่มได้รับผลกระทบต่อการใช้น้ำและวิถีชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งติดตามสถานการณ์และเรียกร้องให้มีการควบคุมกิจกรรมต้นน้ำอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น
ล่าสุด ‘สุรินทร์ วรกิจธำรง’ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ,) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนที่เกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ไหลผ่านแม่น้ำแม่กก สาย-รวก โขง สาละวิน รวมถึง แม่น้ำกระบุรี ทั้งการติดตามตรวจสอบ แก้ปัญหาที่ต้นทาง รวมทั้งเจรจาระหว่างประเทศ และแสวงหาความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อผลักดันการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนให้สำเร็จเป็นรูปธรรม และมีความยั่งยืน เพื่อคุ้มครองคุณภาพน้ำและระบบนิเวศในพื้นที่ดังกล่าวให้กลับมาสมบูรณ์
สุรินทร์ กล่าวว่า ล่าสุด คพ. ได้ประชุมหารือความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ด้านการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน โดยมี คุณซิเบลล่า สเติร์น เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ดร. รัตมณี อ๋องสกุล ผู้จัดการโครงการอาวุโส แผนกการพัฒนา สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และ ผู้แทนกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมหารือฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค
โดยสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย และ Australian Water Partnership (AWP) หรือ โครงการริเริ่มด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลออสเตรเลีย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านน้ำ ยินดีสนับสนุนการดำเนินการเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกัน ลด ติดตาม และจัดการมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน โดยเฉพาะมลพิษจากสารหนูที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่และปนเปื้อนในแหล่งน้ำผิวดิน อาทิ การจัดหาผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลียเข้าร่วมโครงการ และร่วมกันจัดทำขอบเขตงาน (Terms of Reference - TOR) ให้ตรงกับความต้องการของฝ่ายไทย
ทั้งนี้ คพ.เสนอให้มีการจัดประชุมในครั้งต่อไป โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ กระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วม เพื่อปรับปรุงรายละเอียดในข้อเสนอโครงการ (Proposal) ให้มีความเหมาะสมและมีขอบเขตที่ครอบคลุมมากขึ้น คพ.เน้นย้ำการแก้ปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ข้ามพรมแดนด้วยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านและการสนับสนุนทางเทคนิคระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ต้องพึ่งพาแม่น้ำ และเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมในพื้นที่ไปสู่มาตรฐานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น นายสุรินทร์ กล่าว