svasdssvasds

พบสารหนูในร่างกายคนริมน้ำกก แนะออกประกาศเป็นโรคเฝ้าระวัง

พบสารหนูในร่างกายคนริมน้ำกก แนะออกประกาศเป็นโรคเฝ้าระวัง

คณะนักวิชาการสุ่มตรวจพบ 'สารหนู' สะสมในร่างกายคนริมน้ำกก หากปล่อยไว้อาจพบผู้มีอาการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น ขอให้รัฐบาลออกประกาศเป็นโรคเฝ้าระวัง

SHORT CUT

  • นักวิชาการสุ่มตรวจชาวบ้าน 4 พื้นที่ริมแม่น้ำกก พบสารหนูสะสมในเล็บและเส้นผมเกินเกณฑ์มาตรฐาน 16 ราย
  • ผู้ที่ได้รับสารหนูมีอาการผิดปกติทางร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวหนังระคายเคือง และระบบทางเดินหายใจอักเสบ
  • มีข้อเสนอให้ประกาศ "โรคพิษสารหนู" เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังตามกฎหมาย เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดทำระบบป้องกันและควบคุมโรคได้

คณะนักวิชาการสุ่มตรวจพบ 'สารหนู' สะสมในร่างกายคนริมน้ำกก หากปล่อยไว้อาจพบผู้มีอาการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น ขอให้รัฐบาลออกประกาศเป็นโรคเฝ้าระวัง

สำนักข่าวชายขอบ รายงานเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เผยถึงรายละเอียดการประชุมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะโดยชุมชนกรณีศึกษาผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก จ.เชียงราย โดยทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) 

โดยจากการสุ่มตรวจตัวอย่างเล็บในผู้ใหญ่และเส้นผมเด็กใน 4 พื้นที่ประกอบด้วย บ้านท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ / ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย / บ้านแซว และริมกก อ.เชียงแสน พบว่ามีสารหนูปะปนอยู่ในเล็บและเส้นผมของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งมีลักษณะอาการแตกต่างกัน ดังนี้

  • พบปริมาณสารหนูสะสมในเล็บพบมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน (0.5 มก./กก.) จำนวน 16 ราย
  • ระบบประสาทและกล้ามเนื้อชาปลายมือปลายเท้าและอ่อนแรง 10 ราย
  • ผิวหนังระคายเคือง 7 ราย
  • พบความผิดปกติของสีผิว/ตุ่มหนาคล้ายตาปลา 5 ราย
  • ระบบทางเดินหายใจเยื่อโพลงจมูกอักเสบและพนังกั้นโพรงจมูกทะลุ 3 ราย
  • บางรายพบอาการอื่นๆ เช่น ปวดบวมเท้าทั้งสองข้าง และปัสสาวะออกน้อย 

พบสารหนูในร่างกายคนริมน้ำกก แนะออกประกาศเป็นโรคเฝ้าระวัง

ผศ.เสถียร ฉันทะ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย กล่าวว่า การตรวจพบสารหนูในเล็บและเส้นผมแสดงว่ามีการสะสมสารหนูในร่างกาย เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าร่างกายไม่สามารถขับสารหนูออกได้หมด อย่างไรก็ตามปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานว่ามีสารหนูสะสมในร่างกายเท่าไรถึงจะอันตรายซึ่งอาจต้องค้นคว้าจากองค์การอนามัยโลกหรือที่อื่นๆ เพื่อให้ประชาชนที่มีสารหนูในร่างกายได้จัดการสุขภาพตัวเอง และนำไปสู่การรักษาพยาบาล สิ่งที่สำคัญคือรัฐบาลจะมีมาตรการดูแลกลุ่มที่มีความเสี่ยงเหล่านี้อย่างไร และกระทรวงสาธารณะสุขกับกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานแบบบูรณาการกันอย่างเร่งด่วน เพราะมีการตรวจพบความเสี่ยงด้านสุขภาพแล้ว

ผศ.เสถียรกล่าวด้วยว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาที่สารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ความตื่นตัวของประชาชนไปไกลกว่าหน่วยงานรัฐมาก เพราะหน่วยงานรัฐมีข้อจำกัดเรื่องของการแก้ไขปัญหา ขณะที่ระดับชาติก็ไม่เห็นชุดคณะทำงานในการนำเอาข้อมูลพื้นที่มาจัดทำมาตรการเชิงนโยบายและเชิงปฎิบัติ แม้แต่นายกฯ อนุทิน ชาญวีระกูล ก็ยังไม่เคยเห็นการพูดถึงเรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนที่เชียงราย 

ส่วนความพยายามเจรจากับเมียนมาในระดับทวิภาคี ซึ่งตอนนี้ตกลงกันแล้วว่าจะไปตรวจน้ำร่วมกัน แต่ยังไม่รู้จะใช้มาตรตฐานไหน เพราะมาตรฐานสารหนูของไทยและเมียนมาก็แตกต่างกัน การเจรจาในระดับพหุภาคียังไม่เห็นความคืบหน้า ทั้งในเวทีของเอ็มอาร์ซีและแอลเอ็มซี ดังนั้นปัญหานี้จึงยังไม่นำไปสู่การจัดการที่ต้นทางได้

พบสารหนูในร่างกายคนริมน้ำกก แนะออกประกาศเป็นโรคเฝ้าระวัง

น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพ เผยว่า เส้นทางหลักที่สารหนูเข้าสู่ร่างกายมี 2 ทางคือ น้ำ และ อาหาร โดยเฉพาะข้าวจากนาที่ใช้น้ำปนเปื้อน ทั้งนี้หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่รีบจัดการหาวิธีลดการรับสัมผัสมลพิษ ก็อาจจะมีการตรวจพบผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคพิษของสารหนูเพิ่มมากขึ้นได้ในอนาคต 

นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการประกาศให้ 'โรคพิษสารหนู' เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ.โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 เพื่อเอื้อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับชุมชนจัดทำระบบเฝ้าระวัง กำหนดมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคที่มีความจำเพาะเจาะจงกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ รวมถึงให้มีระบบการรายงานเมื่อพบผู้ป่วยหรือสงสัยว่าเป็นโรคจากสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เข้าสู่บริการด้านสุขภาพได้อย่างทันท่วงที

ด้านนายสืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้งหลวง ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่แม่น้ำกกและให้ข่าวในทำนองว่าสารพิษในแม่น้ำกกอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานว่า เป็นความย้อนแย้งของการตรวจสอบคุณภาพน้ำ รวมถึงการประกาศว่าประชาชนสามารถพายเรือเล่นได้ เดินเล่นในน้ำได้ ปางช้างสามารถทำกิจกรรมได้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ตะกอนดินในแม่น้ำฟุ้งกระจายขึ้นมา รวมถึงความเข้าใจผิดว่าการรับประทานปลาเพียงแค่ต้องงดการรับประทานส่วนหัวปลาหรือตับปลาเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น

จึงขอเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษ จังหวัดเชียงราย ภาควิชาการ ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ ประชุมปรึกษาหารือกันอย่างเป็นทางการและตัดสินใจร่วมกัน เพื่อที่จะได้ร่วมกันหาทางออกต่อไป