'กรุงเทพจมน้ำ' อาจเกิดขึ้นจริงหลังติดโผพื้นที่เสี่ยงทรุดตัว

'กรุงเทพจมน้ำ' อาจเกิดขึ้นจริงหลังติดโผพื้นที่เสี่ยงทรุดตัว

ผลวิจัยใหม่เผยหลายเมืองชายฝั่งทั่วโลก กำลังเผชิญปัญหาพื้นดินทรุดตัวเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ส่งผลให้ความเสี่ยงจากน้ำท่วมรุนแรงขึ้น รวมถึง ไทย

SHORT CUT

  • กรุงเทพฯ และเมืองชายฝั่งทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้นจาก 2 ปัจจัยร่วม คือ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและการทรุดตัวของแผ่นดิน
  • การทรุดตัวของแผ่นดินมีสาเหตุสำคัญจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการสูบน้ำบาดาลปริมาณมากเกินไป ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูงทวีความรุนแรงขึ้น
  • การบริหารจัดการน้ำบาดาลอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจำกัดการสูบน้ำและหาแหล่งน้ำทางเลือก สามารถชะลอการทรุดตัวของแผ่นดินได้ ดังตัวอย่างความสำเร็จในกรุงโตเกียว

ผลวิจัยใหม่เผยหลายเมืองชายฝั่งทั่วโลก กำลังเผชิญปัญหาพื้นดินทรุดตัวเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ส่งผลให้ความเสี่ยงจากน้ำท่วมรุนแรงขึ้น รวมถึง ไทย

เมืองชายฝั่งทั่วโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ ระดับน้ำทะเลที่กำลังสูงขึ้น และพื้นดินที่กำลังทรุดตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

ผลการศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งมิวนิก (TUM) ในเยอรมนี และมหาวิทยาลัยทูเลนของสหรัฐฯ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ระบุว่า การทรุดตัวของพื้นดินกำลังเร่งให้ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยหลายล้านคนตามเมืองชายฝั่งต่างๆ 

ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งเผชิญระดับน้ำทะเลสูงขึ้นในอัตราเร่ง

ประชากรกว่า 500 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำชายฝั่ง ทำให้ต้องเผชิญกับหนึ่งในความท้าทายที่ร้ายแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทีมนักวิจัย ระบุว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่นกำลังเผชิญกับระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ (Relative Sea Level) ที่สูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 6 มิลลิเมตรต่อปี สูงเกือบ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 2.1 มิลลิเมตรต่อปี  และยังสูงกว่าเกือบ 2 เท่าของอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลสัมบูรณ์ (Absolute Sea Level) ที่เกิดจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.15 มิลลิเมตรต่อปี

 

สาเหตุที่ทำให้พื้นที่ชายฝั่งทรุดตัวคืออะไร

สาเหตุสำคัญ คือ การทรุดตัวของพื้นดิน (Land Subsidence) หรือการที่พื้นดินใต้เมืองและชุมชนชายฝั่งค่อยๆ ทรุดต่ำลง ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น การสูบน้ำบาดาลในปริมาณมากเกินไป การขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ การอัดตัวของตะกอนดินในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ น้ำหนักของอาคารและการขยายตัวของเมือง รวมถึง ปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและการปรับตัวของเปลือกโลกหลังยุคน้ำแข็ง

ดร. จูเลียส โอเอลส์มันน์ (Dr. Julius Oelsmann) ผู้เขียนหลักของงานวิจัย ระบุว่า หากต้องการทำความเข้าใจปัญหาระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องติดตามทั้งการเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรและการเคลื่อนตัวของพื้นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่น เพราะกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการใช้น้ำบาดาลและทรัพยากรใต้ดินมากเกินไป เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้พื้นดินทรุดตัว  และการกระทำเช่นนี้จะยิ่งเพิ่มผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ

 

การยกตัวของพื้นดินชดเชยการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกพื้นที่ชายฝั่งจะมีแนวโน้มทรุดตัวลงเสมอไป ในประเทศ อย่าง สวีเดน และฟินแลนด์ การยกตัวทางธรณีวิทยา (Geological Uplift) ทำให้ระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ลดลงในบางพื้นที่

แผ่นดินในภูมิภาคเหล่านี้ยังคงยกตัวสูงขึ้นจากปรากฏการณ์การฟื้นคืนตัวของเปลือกโลกหลังยุคน้ำแข็ง (Postglacial Rebound) ครั้งล่าสุด โดยอัตราการยกตัวของแผ่นดินนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล

นโยบายเรื่องน้ำบาดาลชะลอการทรุดตัวของพื้นดินได้

แม้สาเหตุบางประการของการทรุดตัวของพื้นดินจะเป็นไปตามธรรมชาติ แต่การบริหารจัดการน้ำบาดาล เป็นปัจจัยหนึ่งที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดอัตราการทรุดตัวของพื้นดินได้ ด้วยการจำกัดการสูบน้ำบาดาล การเพิ่มแหล่งน้ำทางเลือก และการเติมน้ำกลับสู่ชั้นหินอุ้มน้ำ

กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่ามาตรการควบคุมสามารถช่วยลดปัญหานี้ได้อย่างไร โดยในอดีต เมืองแห่งนี้เคยประสบปัญหาแผ่นดินทรุดตัวในอัตราที่สูงกว่า 10 เซนติเมตรต่อปี โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดทรุดตัวลงถึงประมาณ 24 เซนติเมตรต่อปี

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของภาครัฐและการพัฒนาแหล่งน้ำทางเลือกในเวลาต่อมาได้ช่วยลดอัตราการทรุดตัวดังกล่าวลงได้อย่างมาก

ความสำเร็จที่คล้ายกันนี้ยังเกิดขึ้นที่เขตแฮร์ริส-กัลเวสตัน (Harris-Galveston) ในรัฐเท็กซัส ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในปริมาณมากได้กลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แผ่นดินทรุดตัว ทำให้ทางการท้องถิ่นจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลการใช้น้ำบาดาลในพื้นที่ขึ้นในปี ค.ศ. 1975 เพื่อควบคุมการสูบน้ำ สนับสนุนการใช้แหล่งน้ำทางเลือก และส่งเสริมการอนุรักษ์น้ำ ซึ่งช่วยชะลอการทรุดตัวของพื้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ที่มา: Science Daily

 

related