ไทยเร่งเครื่องสู่ความยั่งยืน ดัน 14 Climate Tech รับมือโลกเดือด

ไทยเร่งเครื่องสู่ความยั่งยืน ดัน 14 Climate Tech รับมือโลกเดือด

ไทยเร่งเครื่องสู่ความยั่งยืน ดัน 14 Climate Tech รับมือโลกเดือด ปั้นนวัตกรรมสู่ธุรกิจจริง ผ่าน Climate X 2026 เพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน

ประเทศไทยกำลังเร่งเดินหน้าพัฒนาประเทศไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางโจทย์ใหญ่จากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสภาพอากาศที่มีความรุนแรงและผันผวนมากขึ้น ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะสิ่งแวดล้อม แต่กำลังเชื่อมโยงไปถึงภาคพลังงาน การเกษตร การผลิต ภาคอุตสาหกรรม ต้นทุนธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจโดยรวม

เมื่อโจทย์เรื่อง Climate Change กำลังกลายเป็นโจทย์ของภาคธุรกิจ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ได้หมายถึงเพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ตั้งแต่พลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน การจัดการคาร์บอน การเดินทางรูปแบบใหม่ วัสดุยั่งยืน ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยให้ธุรกิจใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นี่จึงเป็นที่มาของการเดินหน้าสร้างระบบนิเวศ Climate Tech ของไทย โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA มุ่งผลักดันผู้ประกอบการจากเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ ให้ก้าวไปสู่ธุรกิจที่สามารถเติบโตได้จริง ผ่านเวที Climate X 2026 Demo Day

14 Climate Tech เร่งเครื่องรับมือ Climate Change

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเครือข่าย จัดกิจกรรม Climate X 2026 Demo Day ภายใต้โครงการเร่งรัดการเติบโตธุรกิจนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ (Climate X 2026) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้อง Amber Meeting Rooms ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ไทยเร่งเครื่องสู่ความยั่งยืน ดัน 14 Climate Tech รับมือโลกเดือด

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมด้าน Climate Tech จำนวน 14 บริษัท นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันที่พัฒนาขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมเชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน แหล่งเงินทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ

สำหรับ 14 บริษัท ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ทั้งพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน การเดินทางสีเขียวและเชื้อเพลิงแห่งอนาคต วัสดุยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน

เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำไปทดลองใช้จริง เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม เข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน และต่อยอดจนสามารถเติบโตเป็นธุรกิจได้ในระยะยาว

ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้ประกอบการทั้ง 14 บริษัทผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างเข้มข้น ทั้งด้านเทคโนโลยี กลยุทธ์และโมเดลธุรกิจ การเข้าถึงตลาด และการเตรียมความพร้อมเพื่อขยายธุรกิจ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมงาน

ไทยเร่งเครื่องสู่ความยั่งยืน ดัน 14 Climate Tech รับมือโลกเดือด

Climate Change ไม่ใช่แค่โจทย์สิ่งแวดล้อม แต่คือโจทย์เศรษฐกิจโลก

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม พลังงาน การเกษตร และการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero กำลังสร้างทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้าน Climate Tech มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

NIA วางกลไก Groom – Grant – Growth – Global ปั้นนวัตกรรมสู่ตลาดจริง

ดร.กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า NIA ในฐานะ Focal Conductor หรือผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรมของประเทศ มุ่งขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมผ่านกลไก Groom – Grant – Growth – Global ตั้งแต่การบ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการ การสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรม การสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาด ไปจนถึงการผลักดันธุรกิจไทยให้สามารถเติบโตและขยายสู่ระดับสากล

สำหรับ Climate Tech NIA ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ นักลงทุน และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้นวัตกรรมไม่ได้หยุดอยู่เพียงขั้นการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องสามารถนำไปใช้ได้จริง มีตลาดรองรับ สร้างรายได้ และเติบโตเป็นธุรกิจอย่างยั่งยืน

Climate X 2026 จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าโครงการบ่มเพาะ แต่เป็นกลไกเร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม โดยให้ผู้ประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสในการทดลองใช้เทคโนโลยีจริง การสร้างความร่วมมือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาด

เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันผู้ประกอบการจากนวัตกรรมที่ดี ไปสู่ธุรกิจที่เติบโตได้จริง

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสินและให้คำแนะนำ

การดำเนินโครงการได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย

ดร.เบญจวรรณ มุ่งรักษาธรรม – Technology Evaluation Director บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด

คุณจิรศักดิ์ คงสกุลทรัพย์ – ผู้จัดการทั่วไป บ่อพลอยเอนเนอร์จี

คุณทวีศักดิ์ ศิริสืบ – หัวหน้ากองวิจัยและนวัตกรรมธุรกิจใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

คุณรัฐ เรืองโชติวิทย์ – ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านการลดก๊าซเรือนกระจก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

คุณสุมน สุเมธเชิงปรัชญา – ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนนโยบายคาร์บอนต่ำและวิชาการ (สนว.) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

ดร.อำพล อาภาธนากร – ผู้จัดการพัฒนานวัตกรรมอาวุโส สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ – ผู้จัดการฝ่าย Office of CEO บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (ร่วมผ่านระบบออนไลน์)

ประกาศผล 4 รางวัล Climate X 2026

ไทยเร่งเครื่องสู่ความยั่งยืน ดัน 14 Climate Tech รับมือโลกเดือด

สำหรับผลการตัดสินรางวัล Climate X 2026 มีทั้งหมด 4 รางวัล ได้แก่

CLIMATE X GRAND PRIZE

บริษัท ชาลูพาส แอนด์โค จำกัด

มอบรางวัลโดย ดร.อำพล อาภาธนากร ผู้จัดการพัฒนานวัตกรรมอาวุโส สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

CLIMATE X FIRST RUNNER-UP

บริษัท พีเจซี คอมโพสิตส์ จำกัด

มอบรางวัลโดย คุณทวีศักดิ์ ศิริสืบ หัวหน้ากองวิจัยและนวัตกรรมธุรกิจใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

CLIMATE X SECOND RUNNER-UP

บริษัท ไททัม คอร์เปอร์เรท จำกัด

มอบรางวัลโดย ดร.เบญจวรรณ มุ่งรักษาธรรม Technology Evaluation Director บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด

CLIMATE X POPULAR CHOICE AWARD

บริษัท ชาลูพาส แอนด์โค จำกัด

มอบรางวัลโดย ผศ.ดร.หทัยทิพย์ สินธุยา คณบดีวิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย (adiCET)

โดยบริษัท ชาลูพาส แอนด์โค จำกัด สามารถคว้ารางวัลได้ 2 รางวัล ได้แก่ CLIMATE X GRAND PRIZE และ CLIMATE X POPULAR CHOICE AWARD

จาก Demo Day สู่ Climate Tech Ecosystem ของประเทศไทย

ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้ายว่า NIA คาดหวังว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วม Climate X 2026 จะสามารถนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่ได้รับจากโครงการไปต่อยอด เพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

พร้อมกันนี้ NIA จะเดินหน้าทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ผู้ประกอบการ Climate Tech ไทยสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้จริง เข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) และการเติบโตอย่างยั่งยืน

ไทยเร่งเครื่องสู่ความยั่งยืน ดัน 14 Climate Tech รับมือโลกเดือด

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมด้านนวัตกรรมของ NIA สามารถติดตามรายละเอียดโครงการในอนาคตได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติและเครือข่ายพันธมิตร

related