ห่วงโคลนถล่มเนปาล-ทิเบต ซ้ำรอยอีกระลอกหลังทะเลสาบจ่อล้น

ห่วงโคลนถล่มเนปาล-ทิเบต ซ้ำรอยอีกระลอกหลังทะเลสาบจ่อล้น

ทางการจีนรายงานว่า ทะเลสาบที่เกิดจากการถล่มของธารน้ำแข็งบริเวณด่านจีหรง อาจเกิดเหตุซ้ำเดิม เพราะฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้ทะเลสาบเสี่ยงล้นตลิ่งและพังทลายลงมา

SHORT CUT

  • เกิดทะเลสาบกั้นน้ำขนาดใหญ่จากเหตุโคลนถล่มบริเวณด่านชายแดนจีหรง (ทิเบต) ซึ่งเสี่ยงที่จะพังทลายและทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำของเนปาลและจีน
  • ปริมาณน้ำในทะเลสาบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝนที่ตกต่อเนื่อง คาดว่าจะมีปริมาณสะสมถึง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่เขื่อนดินจะพังทลาย
  • ทางการจีนประกาศมาตรการรับมือฉุกเฉิน โดยส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ และพิจารณาขุดช่องทางระบายน้ำเพื่อลดความเสี่ยง

ทางการจีนรายงานว่า ทะเลสาบที่เกิดจากการถล่มของธารน้ำแข็งบริเวณด่านจีหรง อาจเกิดเหตุซ้ำเดิม เพราะฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้ทะเลสาบเสี่ยงล้นตลิ่งและพังทลายลงมา

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนดำเนินมาตรการรับมือเหตุน้ำท่วมฉุกเฉิน ระดับ 4 ในเขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เนื่องจากทะเลสาบกั้นน้ำที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุโคลนถล่มด่านชายแดนจีหรงเสี่ยงสูงที่จะแตกและทำให้เกิดน้ำหลากท่วมในพื้นที่ปลายน้ำจนสร้างความเสียหายเพิ่มเติม

รายงานระบุว่าเหตุโคลนถล่มเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ทำให้เกิดทะเลสาบกั้นน้ำใกล้จุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย ซึ่งทะเลสาบกั้นน้ำดังกล่าวมีปริมาณน้ำสะสมอยู่ราว 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อนับถึงช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) และคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าทะเลสาบเพิ่มเป็น 3 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วง 3 วันข้างหน้า เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงทรัพยากรน้ำ จึงสั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าติดตามทะเลสาบกั้นน้ำ ควบคู่กับการติดตามปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิด ยกระดับการพยากรณ์อากาศและการประเมินความเสี่ยง และระบุพื้นที่ปลายน้ำที่เสี่ยงได้รับผลกระทบอย่างแม่นยำ รวมถึงแจ้งเตือนความเสี่ยงและอพยพประชาชนล่วงหน้าอย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ทางกระทรวงฯ ยังจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปยังอำเภอจีหรงเพื่อสนับสนุนการรับมือเหตุฉุกเฉินแล้ว และทีมเฝ้าระวังฉุกเฉินทางอุทกวิทยาที่ลงพื้นที่ก่อนหน้านี้กำลังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด

ห่วงโคลนถล่มเนปาล-ทิเบต ซ้ำรอยอีกระลอกหลังทะเลสาบจ่อล้น

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทั้งเนปาลและจีนต่างเตือนถึงความเสี่ยงภัยที่จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหม่ในเทือกเขาหิมาลัยเนื่องจากมีเขื่อนเศษหินก่อตัวเป็นทะเลสาบอยู่เหนือน้ำ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพังทลายลง

รายงานจากสถานีโทรทัศน์ CCTV ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทางการได้ระดมทีมวิศวกรเพื่อทำการสำรวจทางอากาศและสร้างแบบจำลอง 3 มิติของทะเลสาบที่กั้นชายฝั่ง วิศวกรคนหนึ่งชื่อ เฉิน ฮั่นเซียว กล่าวว่า แนวทางลดภัยคุกคามจากทะเลสาบ คือ การขุดช่องระบายน้ำที่จุดต่ำกว่าของเขื่อน ความกว้างและความลึกของช่องระบายน้ำนั้นจำเป็นต้องคำนวณโดยพิจารณาจากความเร็วในการไหลของน้ำและความเร็วในการเติมน้ำในทะเลสาบ 

ห่วงโคลนถล่มเนปาล-ทิเบต ซ้ำรอยอีกระลอกหลังทะเลสาบจ่อล้น

ข้อมูลจากการสำรวจพบว่าทะเลสาบมีความยาวประมาณ 150 เมตร และมีความลึก 40-50 เมตร

บริเวณด่านชายแดนจีหรงมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งทำให้ดินและหินรอบๆ บริเวณที่เปราะบางต้นน้ำอ่อนตัวและไม่มั่นคง คาดว่าฝนจะตกต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จีนคาดว่าจะมีน้ำปริมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ ไหลลงสู่ทะเลสาบที่ยังคงถูกกั้นด้วยเขื่อนในช่วงสามวันข้างหน้า ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการพังทลายของเขื่อน โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะไหลสูงสุดประมาณวันที่ 1 กันยายน

related