
SHORT CUT
สิงหาคมเดือนเดียว วาฬตาย 4 ตัว! ทช. เร่งเฝ้าระวังเส้นทางเดินเรือ หลังพบวาฬบรูด้าเกยตื้นสมุทรปราการ ผลชันสูตรชี้แรงกระแทกรุนแรง เร่งหามาตรการลดเสี่ยงถูกเรือชน
ปัญหาวาฬและสัตว์ทะเลหายากในอ่าวไทยตอนบนกำลังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา หลังเกิดการสูญเสียต่อเนื่อง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเดินเรือที่อาจกระทบต่อเส้นทางการเคลื่อนที่และแหล่งอาศัยของวาฬบรูด้า ล่าสุดพบซากวาฬบรูด้าเกยตื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่ผลชันสูตรชี้ชัดว่าได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. เตรียมเร่งวางมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุวาฬบรูด้าถูกเรือชน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางเดินเรือในพื้นที่อาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬ รวมถึงประสานผู้ประกอบการเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการลดความเร็วเรือและลดความเสี่ยงจากการชนให้เป็นรูปธรรม
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 จากเหตุได้รับแจ้งพบวาฬบรูด้าเกยตื้นบริเวณริมเขื่อนหิน ชุมชนคลองเสาธง ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้า จึงมอบหมาย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งดำเนินการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียวาฬบรูด้าจากการถูกเรือชน
พร้อมกันนี้ ให้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เฝ้าระวัง ตรวจตรา และติดตามการเดินเรือในบริเวณพื้นที่อาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬบรูด้า รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการเดินเรือ เพื่อกำหนดมาตรการลดความเร็วเรือและลดความเสี่ยงจากการชนวาฬอย่างเป็นรูปธรรม
ผลชันสูตรชี้แรงกระแทกรุนแรง วาฬตายจากการบาดเจ็บ
ผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้าที่ได้รับแจ้ง พบว่าเป็นวาฬบรูด้า (Bryde’s Whale; Balaenoptera edeni) เพศผู้ อยู่ในช่วงวัยก่อนเจริญพันธุ์ หรือ Sub-adult มีความยาวลำตัว 10.70 เมตร ไม่รวมส่วนหางที่สูญหาย โดยซากอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย ผิวหนังลอกหลุด และพบว่ากระดูกขากรรไกรบน กระดูกขากรรไกรล่างด้านซ้าย กระดูกจมูก และส่วนหางสูญหาย
จากการตรวจสอบพบว่า วาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดี มีความหนาชั้นไขมันใต้ผิวหนัง 2.8–4.0 เซนติเมตร และไม่พบบาดแผลภายนอกเท่าที่สามารถสังเกตได้ แต่เมื่อพิจารณาระบบกล้ามเนื้อและโครงร่าง พบการช้ำและคั่งเลือดบริเวณส่วนหัว รวมถึงพบเศษกระดูกขากรรไกรบนฝังอยู่ในเนื้อเยื่อ
ขณะที่บริเวณขากรรไกรล่างด้านขวาพบภาวะขากรรไกรล่างยื่นผิดปกติ หรือ Mandibular prognathism ส่วนระบบหัวใจและหลอดเลือดไม่พบความผิดปกติ ส่วนระบบทางเดินหายใจอยู่ในสภาพเน่าสลาย
สำหรับระบบทางเดินอาหาร พบการวางตัวผิดปกติ โดยกระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนออกจากช่องท้องมาอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณด้านซ้ายของลำตัว หรือ Traumatic lumbar hernia ไม่พบเนื้อตายในลำไส้ แต่พบรอยช้ำและคั่งเลือดรอบผนังช่องท้อง ซึ่งบ่งชี้ถึงการได้รับแรงกระแทกจากวัตถุไม่มีคมอย่างรุนแรง จนทำให้กล้ามเนื้อและพังผืดบริเวณข้างลำตัวฉีกขาด
นอกจากนี้ ยังพบอาหารตกค้างในทางเดินอาหารส่วนท้าย ขณะที่ตับ ไต และตับอ่อนอยู่ในสภาพเน่าสลายผลการชันสูตรสรุปว่า วาฬเสียชีวิตจากการได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณส่วนหัวและขากรรไกรบน ส่งผลให้กระดูกขากรรไกรบนหัก เกิดภาวะไส้เลื่อนบริเวณข้างลำตัว และเกิดภาวะช็อกจากการบาดเจ็บรุนแรงร่วมกับการสูญเสียเลือด
จากการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพและข้อมูลการพบเห็นเบื้องต้น คาดว่าวาฬตัวดังกล่าวอาจเป็น ‘เจ้ามาลี’ ลูกวาฬตัวที่ 6 ของแม่กันยา ซึ่งมีการบันทึกการพบเห็นครั้งแรกโดย จิรายุ เอกกุล เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564
ทช. เร่งเฝ้าระวังเส้นทางเดินเรือ หวังลดเหตุซ้ำ
สำหรับแนวทางป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดเหตุในอนาคต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเร่งหาแนวทางเฝ้าระวังและติดตามการเดินเรือในพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยและเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬบรูด้า
นอกจากนี้ จะพิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจตรา พร้อมประสานผู้ประกอบการเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการลดความเร็วเรือและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการเรือที่สัญจรในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน หากพบวาฬบรูด้า ขอให้ลดความเร็วเรือ รักษาระยะห่างที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือขับเรือตัดผ่านเส้นทางการเคลื่อนที่ของวาฬ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดการรบกวนและความเสี่ยงจากอุบัติเหตุเรือชนวาฬ พร้อมร่วมกันอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้าในอ่าวไทยตอนบน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
‘สิงหาคม’ เดือนเดียว วาฬตาย 4 ตัว
ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า จากพะยูนถึงบรูด้า สิงหาคมเดือนเดียววาฬตาย 4 ตัว บางตัวยังเด็กกินนมแม่อยู่เลย คล้ายกับว่าภัยพิบัติมาถึงทะเลไทยแล้ว แต่เรายังไม่รู้ตัว