เร่งตรวจสอบปลาตาย – คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี

เร่งตรวจสอบปลาตาย – คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี

รัฐบาลเร่งตรวจสอบปลาตาย – คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี ยืนยันพบคนละจุด ปลาตายอาจเกิดจากออกซิเจนในน้ำต่ำ เร่งตรวจโลหะหนัก–สารปนเปื้อน คาดทราบผลภายใน 1 สัปดาห์

SHORT CUT

  • รัฐบาลเร่งตรวจสอบเหตุปลาตายจำนวนมากและคราบน้ำมันสีรุ้งในแม่น้ำปราจีนบุรี พื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ
  • ผลตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าจุดที่ปลาตายมีค่าออกซิเจนในน้ำต่ำ สันนิษฐานว่าเกี่ยวกับน้ำท่วม ส่วนคราบน้ำมันอยู่คนละบริเวณและพบสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงใกล้บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเก็บตัวอย่างน้ำและปลาไปตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนและโลหะหนัก เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์

รัฐบาลเร่งตรวจสอบปลาตาย – คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี ยืนยันพบคนละจุด ปลาตายอาจเกิดจากออกซิเจนในน้ำต่ำ เร่งตรวจโลหะหนัก–สารปนเปื้อน คาดทราบผลภายใน 1 สัปดาห์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี หลังพบปลาตายจำนวนมากในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี และมีการเผยแพร่ภาพคราบน้ำมันสีรุ้งในแหล่งน้ำ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชน โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า จุดที่เกิดเหตุปลาตายและจุดที่พบคราบน้ำมันสีรุ้งอยู่คนละบริเวณกัน ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและปลา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยคาดว่าจะทราบผลตรวจภายใน 1 สัปดาห์

นางสาวลลิดากล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น บริเวณกระชังปลาในพื้นที่ตำบลบ้านทาม ตำบลท่าตูม ตำบลหาดนางแก้ว อำเภอศรีมหาโพธิ และตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งพบปลาตายจำนวนมาก มีค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ต่ำกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่อาจทำให้ปลาเกิดภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง โดยสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับมวลน้ำท่วมที่พัดพาสารอินทรีย์และน้ำเน่าเสียจากพื้นที่น้ำท่วมขังลงสู่แม่น้ำ ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสาเหตุเดียวของการตายของปลา

เร่งตรวจสอบปลาตาย – คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี

สำหรับกรณีพบคราบน้ำมันสีรุ้งในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ ผลตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า จะเกิดคนละจุดและอยู่ระดับต่ำกว่าจุดปลากระชังตาย โดยคราบน้ำมันมีขอบเขตการแพร่กระจายจำกัด จึงประเมินเบื้องต้นว่าไม่น่ามีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุปลาตายจำนวนมาก แต่ยังต้องรอผลตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างปลาและน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ ปรอท ตะกั่ว แคดเมียม และสารหนู รวมถึงตรวจสอบปริมาณแอมโมเนียในน้ำ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของการปนเปื้อนจากแหล่งอุตสาหกรรมและปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ โดยคาดว่าผลการตรวจวิเคราะห์จะมีความชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประเมินสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษรายงานผลการตรวจสอบพื้นที่ใกล้บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ที่เกิดคราบน้ำมันสีรุ้ง หลังสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 สระบุรี เก็บตัวอย่างน้ำเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จำนวน 3 จุด บริเวณที่พบคราบสีรุ้ง ผลตรวจพบสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูงบริเวณใกล้บ่อฝังกลบดังกล่าว โดยกรมควบคุมมลพิษจะประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษและประเมินผลกระทบเพิ่มเติม พร้อมเตรียมเก็บตัวอย่างตะกอนดินโดยรอบภายหลังระดับน้ำลดลง

“รัฐบาลเข้าใจความกังวลของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและประชาชนที่พึ่งพาแหล่งน้ำ ขอยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบอย่างเต็มที่ และคาดว่าจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ สิ่งสำคัญคือการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันข้อเท็จจริง ไม่ด่วนสรุปว่าสาเหตุเกิดจากน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว หรือเกิดจากสารเคมีอุตสาหกรรมโดยที่ยังไม่มีผลตรวจยืนยัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้องและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน” นางสาวลลิดากล่าว

เร่งตรวจสอบปลาตาย – คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและปลา รวมถึงการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา ตลอดจนดูแลผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีคราบน้ำมันหรือมีลักษณะผิดปกติโดยตรง และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก