‘ไมโล’ ฉลามวาฬว่ายน้ำไกลสุดเท่าที่เคยบันทึก 54,700 กม. ใน 10 ปี

‘ไมโล’ ฉลามวาฬว่ายน้ำไกลสุดเท่าที่เคยบันทึก 54,700 กม. ใน 10 ปี

‘ไมโล’ ฉลามวาฬยาว 8 เมตร ว่ายข้ามมหาสมุทร รวมระยะทางกว่า 54,700 กิโลเมตร ตลอด 10 ปี ผ่านน่านน้ำหลายประเทศ ทำสถิติฉลามเดินทางไกลสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูล

SHORT CUT

  • ฉลามวาฬเพศผู้ชื่อ ‘ไมโล’ สร้างสถิติว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา คือ 54,700 กิโลเมตร ภายในระยะเวลา 10 ปี
  • การเดินทางของ ‘ไมโล’ ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางตั้งแต่ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก ไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่านน่านน้ำหลายประเทศ
  • ข้อมูลที่ได้จากการติดตาม ‘ไมโล’ เกือบ 10 ปี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจวงจรชีวิตและนำไปสู่การอนุรักษ์ฉลามวาฬซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

‘ไมโล’ ฉลามวาฬยาว 8 เมตร ว่ายข้ามมหาสมุทร รวมระยะทางกว่า 54,700 กิโลเมตร ตลอด 10 ปี ผ่านน่านน้ำหลายประเทศ ทำสถิติฉลามเดินทางไกลสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูล

นักวิทยาศาสตร์บันทึกการเดินทางของฉลามวาฬเพศผู้ที่ได้รับการตั้งชื่อว่า ‘ไมโล’  (Milo) ขนาดตัวยาว 8 เมตร ซึ่งว่ายน้ำผ่านน่านน้ำทะเลแคริบเบียนและอ่าวเม็กซิโก คิดเป็นระยะทางรวม 54,700 กิโลเมตร ภายในระยะเวลา 10 ปี นับเป็นการเคลื่อนที่ระยะไกลที่สุดของฉลามเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลมา

‘ไมโล’ ได้รับการติดแท็กติดตามจากนักวิทยาศาสตร์มาแล้ว 5 ครั้งตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ทีมนักวิจัยสามารถรวบรวมข้อมูลการเดินทางนับตั้งแต่ปี 2017 พร้อมติดตามเส้นทางที่ว่ายผ่านมหาสมุทรและน่านน้ำรอบสหรัฐฯ เม็กซิโก คิวบา เฮติ และเบอร์มิวดา รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ

ดร. กาย ฮาร์วีย์ (Dr. Guy Harvey) นักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Guy Harvey Foundation กล่าวว่า การศึกษาระยะยาวเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจวงจรชีวิตของสัตว์ทะเลที่มีอายุยืนเหล่านี้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การที่สามารถติดอุปกรณ์ติดตามซ้ำกับฉลามวาฬตัวเดิมได้ถึง 5 ครั้งและติดตามการเดินทางได้นานเกือบ 10 ปี ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และข้อมูลที่ได้จะมีค่ามหาศาลในการช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจ และอนุรักษ์สัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้ได้ดียิ่งขึ้น

‘ไมโล’ ฉลามวาฬว่ายน้ำไกลสุดเท่าที่เคยบันทึก 54,700 กม. ใน 10 ปี

นักเดินทางแห่งมหาสมุทร

ข้อมูลที่ได้จากการติดตามแสดงให้เห็นว่า ‘ไมโล’ ว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลหลายครั้งทั่วทะเลแคริบเบียนและอ่าวเม็กซิโก

ในปี 2018 ฉลามวาฬตัวนี้ว่ายออกไปไกลถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่านเลยเกาะเบอร์มิวดาออกไปมาก ส่วนในปี 2020 เจ้า ‘ไมโล’ เดินทางขึ้นไปทางเหนือไกลอย่างน่าทึ่ง ผ่านบริเวณนอกชายฝั่งของมหานครนิวยอร์ก และไปถึงน่านน้ำแอตแลนติกในระดับละติจูดเดียวกับรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2019 ปี 2021 และ ปี 2022 ‘ไมโล’ เลือกที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณอ่าวเม็กซิโก โดยว่ายเลียบชายฝั่งรัฐมิสซิสซิปปีและรัฐลุยเซียนา ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังรัฐเท็กซัสแล้ววกกลับลงไปยังเม็กซิโก

แม้จะมีการเดินทางท่องมหาสมุทรเป็นระยะทางมหาศาลอย่างน่าทึ่ง แต่ ‘ไมโล’ ก็มักจะกลับมายังพื้นที่เดิมเสมอ นั่นคือ คาบสมุทรยูกาตันของเม็กซิโก (Yucatán Peninsula)

แม้โดยทั่วไปฉลามวาฬมักอาศัยอยู่ตามลำพัง แต่ในแต่ละปี ฉลามวาฬจำนวนมากจะมารวมตัวกันบริเวณนอกชายฝั่งทางเหนือของเมืองกังกุน (Cancún) ซึ่งเชื่อกันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในแหล่งรวมตัวตามฤดูกาลของฉลามวาฬที่ใหญ่ที่สุดในโลก

‘ไมโล’ ฉลามวาฬว่ายน้ำไกลสุดเท่าที่เคยบันทึก 54,700 กม. ใน 10 ปี

การสำรวจทางอากาศในปี 2009  พบฉลามวาฬจำนวนมหาศาลถึง 420 ตัวในพื้นที่ที่มีบริเวณประมาณ 18 ตารางกิโลเมตร

ฉลามวาฬเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในน่านน้ำดังกล่าวได้นานหลายเดือน เพื่อกินแพลงก์ตอนสัตว์ กุ้ง โคพีพอด (Copepods) และไข่ปลา โดยนักวิจัยเชื่อว่ากระแสน้ำผุด (Upwelling) ในเขตร้อนช่วยนำสารอาหารจากก้นทะเลลึกขึ้นมายังน่านน้ำชายฝั่งของคาบสมุทรยูกาตัน ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ รวมถึงกระเบนราหูที่มักพบเห็นได้ร่วมกันด้วย

มหาสมุทรเปราะบาง ย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์

นักวิจัยสามารถยืนยันได้ว่า ฉลามวาฬที่พบเห็นซ้ำ ๆ เป็นฉลามวาฬไมโลตัวเดิม ไม่ใช่เพียงเพราะแท็กติดตามตัวเท่านั้น แต่ยังอาศัยลวดลายจุดบนลำตัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเปรียบเสมือนกับลายนิ้วมือที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ระบุตัวฉลามวาฬแต่ละตัวได้อย่างแม่นยำในแต่ละปี

ดร.มาห์มูด ชิฟจี ผู้อำนวยการสถาบัน Guy Harvey Research Institute แห่งมหาวิทยาลัย Nova Southeastern University ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อมูลจาก ‘ไมโล’ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของฉลามวาฬ ซึ่งสามารถอพยพย้ายถิ่นเป็นระยะทางไกลมหาศาลออกไปถึงมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ชีวิตอยู่กับที่ในพื้นที่จำกัดเป็นเวลานานหลายเดือนได้

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เห็นได้ชัดว่าฉลามวาฬสามารถใช้ชีวิตได้ทั้งในมหาสมุทรลึกห่างไกลจากชายฝั่ง และในน่านน้ำชายฝั่งที่ตื้น แม้ว่าสภาพแวดล้อมของทั้ง 2 พื้นที่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับสัตว์ทะเลอีกหลายชนิด ฉลามวาฬยังเผชิญความกังวลด้านความอยู่รอด เนื่องจากในปี 2025 จำนวนฉลามวาฬที่มารวมตัวกันนอกชายฝั่งเม็กซิโกลดลงต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก ก่อนที่ในปี 2026 นี้ จำนวนประชากรฉลามจะเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

แม้การฟื้นตัวดังกล่าวจะถือเป็นข่าวดี แต่ก็เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศทางทะเล และตอกย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลและอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยเหล่านี้ เพื่อให้สัตว์ทะเลขนาดใหญ่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ในมหาสมุทรได้ต่อไป