เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

คอลัมน์ Keep The World ชวนอ่าน 5 เรื่องเล่าจากอาสาสมัครนักซ่อมแห่ง Repair Café เมื่อนิสัยรักการซ่อมไม่ได้ถูกส่งผ่าน DNA แล้วมันเริ่มติดตัวพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

SPRiNG มีโอกาสได้ไปที่งาน Repair Café  คอมมูนิตี้ซ่อมของแห่งแรกในไทย จัดขึ้นที่ Baan Talyer ซ.สุขุมวิท 38 แหล่งรวมผู้คนที่มีความเชื่อว่า ‘ข้าวของทุกชิ้นมีค่า’ และจัดให้กริยาคำว่า ‘ทิ้ง’ เป็นทางเลือกสุดท้าย

งาน Repair Café  ถูกแบ่งออกเป็น 3 โซน จำแนกตามข้าวของเครื่องใช้แต่ละประเภท ‘จักรยาน’ อยู่ในโซนที่หนึ่ง เดินขึ้นบันไดไปชั้นที่สองของตัวอาคารจะเป็นโซนซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และลับมีด ชั้นสามเป็นโซนซ่อมปะเสื้อผ้า และเครื่องจักสาน

นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครนักซ่อมหลายชีวิตประจำการอยู่ที่โต๊ะ จำแนกอยู่ตามข้าวของที่แต่ละคนเชี่ยวชาญ พี่ ๆ เหล่านี้จะคอยให้คำปรึกษาว่า และไถ่ถามว่าข้าวของที่คุณนำมาซ่อมนั้นมีอาการยังไง และพวกเขาจะสามารถซ่อมให้คุณได้ไหม

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

บทความชิ้นนี้ SPRiNG จะชวนทุกคนไปติดตามเรื่องราวเบื้องหลัง 5 อาสาสมัครนักซ่อมจาก Repair Café แต่ละคนไม่ได้มีนิสัยรักการซ่อมมาตั้งแต่เกิด บางคนเริ่มซ่อมเสื้อผ้าหลังจากเกษียณ เพราะไม่อยากปล่อยเวลาว่าง ๆ หรือบางคนเริ่มหันมาลับมีด เพราะอยากฝึกจิตใจให้นิ่งสงบ

หรือแม้แต่งานจักสาน ที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอีกครั้งจากการคอลแลปของ “Dior x เสื่อจันทบูร” อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี ซึ่งอวดโฉมอยู่ที่ Dior Gold House แต่รู้กันหรือไม่ว่า ในเมืองไทย เหลือคนที่ซ่อมเครื่องจักสานน้อยชนิดน่าเป็นห่วง

แม้งานจะจบไปแล้ว แต่สำหรับเดือนแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง ทางกลุ่ม Reviv ได้ปักวันจัดงาน Repair Café ครั้งต่อไปแล้วคือ วันที่ 15 ก.พ. 68 โดยจะเป็นงานเวิร์กช็อป ‘ปักผ้า’ หากใครอยากใช้เวลากับคนรักห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะรับแค่ 20 ท่านเท่านั้น กิจกรรมเริ่มเวลา 11:00-15:00 น.

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

วัฒนพันธุ์ พ่วงแพ (อาสาลับมีด)

อาชีพ: วิศวกร

ให้คุณนึกถึงชายใส่เสื้อลายทาง สวมแว่น ผมดำขลับ เขานั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ บนชั้น 2 ของตึกสำนักงานสีขาว ภายในห้องคนไม่ชุมนัก เครื่องปรับอากาศเป่าลมเสียดผิวเบา ๆ บนโต๊ะที่ชายคนเดิมนั่งอยู่นั้น ทางซ้ายมือมีป้ายสีดำเขียนว่า ‘ลับมีด + กรรไกร’ เบือนหน้าไปทางขวาคุณเห็นกล่องสี่เหลี่ยมพลาสติกบรรจุน้ำปริ่ม ๆ และมี ‘หินลันมีด’ วางเรียงไว้

เราผายมือให้คุณรู้จักกับ ‘วัฒนพันธุ์ พ่วงแพ’ อาสาสมัครลับมีด เดิมทีอาชีพหลักของเขาคือ วิศวกร เจ้าตัวเล่าว่าสาเหตุที่ทำให้ลุ่มหลงกับการลับมีดนั้นเป็นเรื่องของความสบายใจ ทั้งเปรยว่าการลับมีดไม่เชิงว่าเป็นงานอดิเรกเสียทีเดียว

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

“ผมแค่ชอบลัดมีด ไม่ได้มองว่าเป็นงานอดิเรกนะ จะพูดยังไงดี เราชอบที่เห็นมันคมมากกว่า มันคือฝีมือการลับของเรา ตัดปึ้ปขาดเลย เราชอบความรู้สึกนี้มาก เราชอบผลลัพธ์ของมัน (หัวเราะ)”

“แต่กระบวนการกับสิ่งที่ได้ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ทุกครั้งที่ลับมีดเสร็จ เล็บ-มือดำปี๋เลย แต่มันก็ดีตรงที่ได้ฝึกใจให้อยู่นิ่ง ๆ ถ้าระหว่างลับมีดแล้วใจร้อน ดีไม่ดีมือจะแหกเอาได้”

ล้วงเคล็ดลับ (มีด)

“มีดจะคมหรือไม่คมขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย หนึ่งคือ มุมและองศาในการลับมีดจะทำให้เกิดความคมที่ต่างกัน สองคือ เนื้อเหล็กมีความสามารถในการรักษาความคมได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเหล็กรักษาความคมได้ไม่ดี ก็ใช้ได้ไม่นาน ยกตัวอย่างเช่น มีดแสตนเลส ความสามารถในการรักษาความคมมันน้อยมาก หั่นไปไม่กี่ครั้งก็หายคมแล้ว”

“มีดญี่ปุ่นส่วนใหญ่รักษาความคมได้ดี เขาจะเรียกว่า เหล็กกล้าคาร์บอนสูง (High Carbon Steel) วัสดุนี้รักษาความคมได้นานจริง แต่ข้อเสียคือมันเป็นสนิมง่าย ดังนั้น มีดสไตล์นี้เหมาะกับคนที่ใช้อยู่เป็นประจำ และต้องเป็นคนที่ดูแลเช็ดทำความสะอาดบ่อย ๆ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ คนทำอาหาร มีดคม ๆ เนี่ยทำอาหารสนุกมาก”

 

หินลับมีดแต่ละอันแตกต่างกันยังไง?

“ผมคิดว่าหินลับมีดมี 2 แบบ คือเนื้อธรรมชาติ และหินสังเคราะห์ อย่างแรกก็คือวัสดุธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่ง อย่างหลังคือคนผลิตขึ้น อาจจะเบสด้วยเนื้อดิน แล้วก็ใส่สารอื่น ๆ เข้าไป เกิดเป็นวัสดุใหม่”

“วัสดุในไทยก็มีอยู่ เขาเรียกว่า หินโป่ง ผมกำลังตามซื้ออยู่ ความละเอียดของมันอยู่ที่ประมาณ 3,000 กริท ก็คือเป็นตัวจบเลย ชาวบ้านเขาชอบใช้ เช่น มีดกรีดยางซึ่งต้องใช้กรีดยางทุกวัน ต้องกานความคมมาก เวลากรีดเนื้อไม้จะได้สมูท”

“ต้องบอกว่าหินลับมีดจะมีเบอร์กริทไม่เหมือนกัน มีตั้งแต่ 200 กริท ไปจนถึง 10000 กริท คิดง่าย ๆ ว่ายิ่งเลขกริทเพิ่มขึ้น คมมีดก็จะยิ่งละเอียดขึ้น แต่ว่าแต่ละยี่ห้อก็จะมีการกำหนดเบอร์กริดไม่เหมือนกัน”

“สมมติว่าเราใช้กล้องส่องเข้าไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าเนื้อมีดมีลักษณะเหมือนฟัน ซึ่งหินที่ละเอียดก็ยิ่งลับให้ฟันเล็กลงเรื่อย ๆ เกิดเป็นความคมของมีดขึ้นมา”

“พูดถึงราคา ถ้ามันเป็นหินธรรมชาติ ที่เขาใช้ลับมีด หรือลับดาบ บางทีก้อนเล็ก ๆ (แค่นี้) ก้อนเป็นหมื่นเลยก็มี แต่เราไม่ได้ต้องการขนาดนั้น อย่างลับมีดเชฟทั่วไป บางทีก้อนนึงราคาพันกว่าบาทก็โอเคพอรับได้ แต่ถ้าใช้บ้าน ๆ ไม่ได้ต้องการความคมมาก ก็ใช้แค่ 200-300 ก็โอเคแล้ว”

 

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

อิสรัตน์ แซ่ลิ้ม (อาสาซ่อมจักสาน)

อาชีพ: เจ้าของธุรกิจ CHOM Hand Craft

คุณคนที่ชื่นชอบงานฝีมือ งานหัตถกรรม หรืองานศิลป์จากฝีมือคนท้องถิ่น ถ้าไม่คุ้นหู ก็คงพอคุ้นตากับชื่อ CHOM Hand Craft กันมาบ้าง แบรนด์นี้ก่อตั้งโดย ‘แม่ชม ยอดรัตน์’ ผู้คร่ำหวอดในวงการเครื่องจักสานผักตบชวามากว่า 30 ปี และได้ส่งทอดให้กับ ‘อิสรัตน์ แซ่ลิ้ม’ ทายานรุ่นที่ 2

อนึ่งว่าเรื่องราวนี้ เราแค่อยากโน้มน้าวให้คุณเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า ‘ผักตบชวา’ ไม่ใช่แค่สวะที่ลอยรกหูรกตาเกลื่อนแม่น้ำลำคลองเท่านั้น แต่สามารถเป็นสินค้าพรีเมียม และสามารถปีนบันไดไปสู่คำว่า ‘ระดับโลก’ ได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร

 

งานจักสาน: การถักทอของอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

เชื่อไหมว่า ‘งานจักสาน ใช่ว่าใครจะทำได้’ ไม่ใช่ว่ามันสงวนไว้สำหรับคนใน หรือเป็นความลับทางการค้า แต่คนยุคหลัง ๆ เริ่มถอยจากหัตถกรรมจักสานกันมาไกลแล้ว จะหาคนที่รู้วิธีการซ่อม หรือแก้งานจักสานนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แม้แต่แบรนด์ดังขึ้นห้างยังทำตาแป๋ว ๆ

“จากที่แอลทำ TikTok เล่าเกี่ยวกับเครื่องจักสาน หลายคนมาคอมเมนท์ว่า เสียดายมาก นึกถึงแม่นึกถึงยาย นึกถึงใครที่ในอดีตเขาเคยทำ แต่เขาเองไม่ได้สานต่อ เพราะเขาเชื่อว่าไม่สามารถยึดสิ่งนี้เป็นอาชีพหลักได้ รู้ไหมเป็นเพราะอะไร”

“ปัจจุบันคนที่ทำงานจักสานอยู่ ทำในฐานะงานเสริม กลางวันทำไร่ทำสวน หัวค่ำค่อยมานั่งล้อมวงทำจักสาน ทั้งที่สินค้าจากพวกเขาไปโผล่ในแบรนด์ดังมากมาย ราคาพุ่งไปไม่รู้เท่าไหร่ เราก็เกิดคำถามว่าทำไมจักสานถึงเป็นได้แค่งานเสริม”

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

“แบรนด์ดัง ๆ อย่าง Loewe, Jacquesmus ซึ่งมีไลน์สินค้าจักสาน แต่เชื่อไหมถ้าพัง หรือชำรุดขึ้นมา ลูกค้าก็ยังหาที่ซ่อมไม่ได้ แม้กระทั่งกลับไปให้ช็อปซ่อม ช็อปก็ดูแลได้แค่ส่วนที่เป็นหนัง ไม่สามารถซ่อมในส่วนที่เป็นจักสานได้”

ไม่นานนี้ ผู้คนมากมายเนื้อเต้นกับการคอลแลปของ Dior x เสื่อจันทบูร ที่ร่วมกันรังสรรงานคราฟต์ประดับไว้ที่ Dior Gold House สถาปัตยกรรมสุดเรืองรองที่ถนนเพลินจิต ซึ่งน่าจะเป็นหนแรก ๆ ที่เป็นการรวมกันของหัตถกรรมไทย (จ.จันทบุรี) และแบรนด์ขึ้นหม้อจากแดนน้ำหอม

เราจึงเอ่ยปากถามผู้หญิงสีผมสว่างตรงหน้าไปว่าคิดเห็นอย่างไรที่งานจักสาน หรือผักตบชวาไร้ค่างวด มีที่ยืนบนเวทีโลก และในที่สุด จุดเล็ก ๆ ก็ถูกขยายเป็นวงกลมใหญ่ มีคนอภิเชษฐ์ (appreciate) กันสนั่นหวั่นไหว

“จักสานไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง และไม่ได้เป็นของไทยอย่างเดียว แค่บ้านเราใช้ผักตบชวาเป็นวัสดุหลักในการทำจักสาน ถ้าจะไปไกลระดับโลกก็แค่เรื่องของวัสดุ ฝีมือต่างหากที่น่าสนใจ”

 

วิชาจักสาน อาจตายไปพร้อมกับผู้สูงอายุ

“30 ปีก่อน จังหวัดชัยนาทขึ้นชื่อมากเกี่ยวกับจักสานผักตบ เครื่องจักสานเริ่มต้นขึ้นที่นี่ เพราะจริง ๆ เดิมเขาใช้ไม้ไผ่มาทำ และถ้าได้ไปชัยนาทจะเห็นว่ามีเขื่อนเจ้าพระยาไหลผ่าน แล้วผักตบเยอะมาก หัวหน้ากลุ่มตอนนั้นเขาก็ลองตักขึ้นมาทำดู”

“เห้ย มันก็ทำได้นี่หว่า มันก็ดังขึ้นมา ที่ดัง ๆ เลยก็คือ บ้านออย จ.ชัยนาท ที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องจักสานมาก ทุกวันนี้ก็ยังทำกันอยู่ บ้านอ้อยโด่งดังถึงขนาดที่ว่าทุกจังหวัดส่งตัวแทนมาเรียน หนึ่งในนั้นคือพะเยา ซึ่งปัจจุบันเขาก็ดังของเขาไปแล้ว”

“ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าชัยนาทเป็นเมืองคนแก่ ความรู้มันกระจุกอยู่ในวงแคบ ๆ การจะถ่ายทอดทักษะให้คนรุ่นใหม่มันก็แอบยากนิดนึง ทำได้นะ แต่มันยาก คนรุ่นใหม่ ๆ อยากมาทำงานกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีคนสนใจ และไม่ได้เข้าไปให้อะไรใหม่ ๆ กับเขา”

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

“อีกหน่อยเราจะเห็นงานสานที่มีรอยต่อมากขึ้น ปกติ เราจะสานผักตบชวาจากฐานขึ้นข้างบน ไม่มีรอยต่อให้เห็น แต่ต่อไปเราจะเห็นงานสานที่ถูกตัดขอบแล้วเย็บมากขึ้น  เพราะว่าคนที่สามารถทอได้อย่างไร้รอยต่อมีน้อยลง”

“สมมติเราทำแบบไร้รอยต่อ แล้วขายได้ 700 บาท กับใช้วิธีทำที่ง่ายขึ้นแล้วขายได้ราคาเท่ากัน หรืออาจจะลดราคาลงมาเล็กน้อย เผลอ ๆ อาจจะขายดีกว่า แถมผลิตได้เร็วขึ้น ดังนั้น จะไปใช้กรรมวิธีที่ยุ่งยากทำไมล่ะ”

“เวลามีคนติดต่อมาสอบถามเรื่องการเวิร์กช็อปจักสาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนรุ่นใหม่ ๆ นิยมทำกัน หนึ่งคำที่ได้ยินบ่อยมากคือ มีราคาคนไทยไหม เราก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้เขาเข้าใจยังไง”

“เราตัดปัญหาด้วยการไปเวิร์กช็อปให้ฟรี เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่ากระเป๋าเล็ก ๆ ใบหนึ่ง ใช้เวลาทำ 3 ชั่วโมง มันใช้เวลา กว่าจะทำได้มันนานนะ และยากด้วย พอเป็นแบบนี้ลูกค้าพูดเลยว่า โห เพิ่งจะรู้ว่ามันทำยากขนาดนี้”

 

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

วิภาดา สุรกุล (อาสาซ่อม ปะ เสื้อผ้า)

อาชีพ: เจ้าของ Vipa’s shop

ชีวิตหลังวัยแซยิดไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อเสมอไป ในวงเล็บว่าถ้าเรายังมีไฟกับการทำสิ่งต่าง ๆ เราชวนคุณเดินขึ้นไปยังชั้น 3 ของตึก หญิงวัยชราคนหนึ่ง เธอผมสีอ่อน นั่งประจำการอยู่ที่จักรเย็บผ้าคู่ใจ เธอชื่อ ‘วาภาดา สุรกุล’ อาสาซ่อม ปะ เสื้อผ้าแห่ง Repair Café และเจ้าของร้าน Vipa’s Shop

 

เย็บ ปัก ถัก (แค่หลัก) ร้อย

“ทำงานบริษัทมาทั้งชีวิต แต่เวลาอยู่บ้านชอบเย็บปักถักร้อย เราชอบซ่อมเสื้อผ้าให้คนในบ้าน อย่างเสื้อผ้าลูกนี่ซ่อมให้เขามาตั้งแต่เป็นนักเรียน เวลาเขาเล่นกลับมาแล้วเสื้อผ้าขาด เราซ่อมให้ประจำ แต่ก็มีสกิลแค่พอซ่อมได้แค่ในบ้านนะ”

“พอหลังเกษียณ เราไม่อยากอยู่บ้านว่าง ๆ ก็เลยไปเรียนปักเสื้อ เรียนแพทเทิร์นเพิ่ม ให้มันเสริมความรู้ที่มีแค่พอทำในบ้าน ดังนั้น ถ้านับสมัยก่อนด้วยเราก็ทำงานซ่อมมาหลายสิบปีแล้ว แต่ถ้าใช้ทำเป็นอาชีพช่วงหลังเกษียณ ก็ประมาณ 4-5 ปี”

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

 

หลังจากไปเรียนมาแล้ว ตอนนี้ Vipa’s shop รับทำอะไรบ้าง?

“ตัดเย็บเสื้อผ้า ซ่อมเสื้อผ้า เสื้อผ้าเราก็ตัด ช่วงนี้ที่ตัดเยอะ ๆ ก็คือกางเกงทำงาน กางเกงขาบาน กางเกงผู้หญิง กางเกงสแล็ค เสื้อสูท หรือบางคนมีผ้าผืนใหญ่ เอามาให้เราทำเป็นผ้าปูโต๊ะ เราก็ทำได้ งานผ้าม่านเราก็รับทำ ก็ค่อนข้างหลากหลาย”

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

 

ซ่อม หรือ ทิ้ง ?

“สมมติว่าเสื้อมีรอยขาดนิดหนึ่ง ก็จะเก็บเอาไว้ ว่างค่อยมาซ่อม เราจะไม่ทิ้งเด็ดขาด เราไม่อยากเพิ่มขยะ เวลาเราทิ้งเสื้อผ้าไป มันก็คือขยะที่ต้องเอาไปกำจัด นอกจากว่ามันซ่อมไม่ได้จริง ๆ เราก็จะตัดมันออกมา ทำเป็นชิ้น ๆ แล้วเอามาต่อเป็นผ้าปูโต๊ะ ผ้าปูพื้น เอามารองของใช้ในบ้านได้ เพราะที่บ้านเป็นบ้านไม้ เราก็จะใช้แบบนี้”

 

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

อย่างกางเกงตัวนี้ เกินเยียวยาหรือยัง?

ให้คุณนึกถึงภาพกางเกงยีนส์ขายาว ตรงหัวเข่าด้านขวามีรอยขาดเป็นดวงใหญ่ ใหญ่มากพอที่จะยัดถ้วยหรือชามลงไปได้สบาย ๆ เราส่งสัญญาณให้ช่างอาสาตรงหน้าวินิจฉัยยังพอจะซ่อมได้หรือไม่ หรืออย่างน้อยก็เย็บปะให้ดูดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

“อันนี้มันปะได้นะ แค่เอาผ้ามาปะ ทีนี้วิธีการปะมันก็มีหลายอย่าง หนึ่งคือปะให้เป็นศิลปะ เป็นลวดลาย หรือเอาสติ๊กเกอร์มาปะทับก็ได้ หรือไม่เราก็ใช้วิธีเอาผ้ามาดาม ผ้ายีนส์แบบนี้ เอามาเย็บให้เป็นลายยีนส์แบบนี้กลมกลืนกันไปเลย เราก็ทำได้”

“กางเกงตัวนี้ ไม่ควรทิ้ง ทิ้งไปมันก็เป็นขยะ เราเก็บเอาไว้ใส่ดีกว่า อันนี้ซ่อมได้สบายมาก”

 

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

รัชตะ ธาดาจรูญพาณิชย์ (อาสาซ่อมจักรยาน)

อาชีพ: พนักงานโลจิสติกส์

ชายในชุดสีน้ำเงิน ผิวสีเข้มคล้ำ นั่งดูคนเดินผ่านแล้วผ่านเล่า ยังไม่มีใครนำจักรยานมาซ่อมกับเขาเลย ทุกคนถือข้าวของที่พังเสียหายเดินผ่านเลยไป ชวนให้คิดว่า 'จักรยานใครจะพังบ่อย ๆ ?’ เราจึงถือโอกาสนี้เข้าไปเริ่มบทสนทนากับเขากัน

 

หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ฝน ก้นสู้อาน

“นี่จักรยานผมเอง ซื้อโครงเปล่ามา 1,000 บาท แล้วเอามาใส่ล้อ โครงรถเป็นเสือภูเขา แต่ล้อเป็นของเสือหมอบ ซื้อจากกลุ่มในเฟสบุ๊กเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สีฟ้า ๆ ที่เห็นคือผมติดสก็อตเทป ถ้าทาสีมันถลอกง่าย ใช้สก็อตเทปสีเลย ง่ายดี สีไหนก็สีนั้น มันเหนียวดี เวลาจะดึงออกก็ใช้ไดร์เป่าผมค่อย ๆ เป่า”

“ที่สูบลมอันนี้ 170 บาท ได้มาจาก MR.DIY ผมติดเอาไว้แบบนี้ตลอดเวลา มันเป็นของที่นักปั่นต้องมีติดไว้ ขนาดนักปั่นเสือหมอกยังพกอันเล็ก ๆ (ยาวไม่ถึง 1 ฟุต ) ไว้ใช้กัน ข้อดีของมันคือพกพาง่าย แต่ข้อเสียคือเมื่อยมือ ผมก็เลยใช้อันใหญ่ดีกว่า ไม่เกี่ยงเรื่องน้ำหนักอยู่แล้ว” เขาอธิบายถึงจักรยานคู่ใจ

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

“ผมเริ่มปั่นจักรยานมาตั้งแต่ 10 ขวบ สมัยก่อนเคยไปอาศัยอยู่ที่วัด แล้วเด็กวัดเขามีจักรยาน BMX คันหนึ่ง เขาก็ให้ผมลองปั่นดู จักรยานแบบนี้ล้อเล็ก ซอยรอบได้เร็ว ถ้าถามว่าปั่นจักรยานเป็นได้ยังไง ก็คิดว่าเพราะเริ่มปั่นจักรยาน BMX เลยปั่นจักรยานเป็นเร็ว จากนั้นก็ปั่นมาเรื่อย ๆ ตอนนี้อายุ 48 แล้ว”

“ผมเริ่มซ่อมจักรยานเมื่อสิบกว่าปีก่อน จำได้ว่าช่วงนั้นหัวใจว่างเปล่า ไม่ได้คบกับผู้หญิง ตอนนั้นมีงาน Bangkok Car Free Sunday ในวันแม่ปี 2555 เขาออกสตาร์ทกัน 2 จุดคือ วัดโคนอน และใต้สะพานปิ่นเกล้า”

“ครั้งนั้นน่าจะเป็นการปั่นจักรยานเป็นกลุ่มครั้งแรกของกรุงเทพฯ จำได้ว่ามีเจ้าหน้าที่ขับมอเตอร์ไซค์ตามคุ้มกันให้ ผมก็ไปช่วยด้วย แล้วผมก็เห็นว่าอาสาสมัครด้านจักรยานที่เป็นช่างมีน้อยคนมากในเมืองไทย”

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

 

ทำไมไม่เปิดร้านซ่อม หรือต่อยอดในเชิงธุรกิจ?

“ผมไม่คิด เพราะเราใส่เสื้ออาสา มันมัดตัวเรานะว่าจะคิดเงินเหรอ เป็นอาสานะ ถ้าจะทำการค้าก็ไปทำอย่างอื่นดีกว่า อย่ามาช่วยคนเลย อีกอย่างคือผมมีงานประจำอยู่แล้ว และฝีมือผมไม่ได้เก่งกาจเข้าขั้นผู้เชี่ยวชาญ”

“ผมเริ่มจากหัดซ่อมจักรยานเก่า ๆ แล้วก็ใช้ยางที่ไม่ค่อยทนเศษแก้วมาซ่อม มันทำให้ผมได้ฝึกปะไปด้วย ตอนแรกก็เริ่มที่รถตัวเองนั่นแหละ ตอนนี้ สิ่งที่ยังทำไม่เป็น และยังไม่ได้หัดสักทีคือการขึ้นซี่ลวด”

“อีกชิ้นส่วนที่ยากคือ โช๊ค โดยเฉพาะจักรยานเสือภูเขา แต่ถ้าทำได้ขนาดนั้น ไปซ่อมเป็นอาชีพดีกว่า พวกทีมแข่งขันจักรยานเขาก็ต้องการช่าง มันมีเทคนิคเยอะ เราพอทำได้ก็จริง แต่ไม่มีอุปกรณ์เฉพาะแบบเขา ถ้าคิดจะเรียน ก็ควรเรียนเพื่อเป็นช่าง ผมพอใจแล้วกับจุดนี้”

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

 

ประสบการณ์ริมทางบอกคุณว่า มีคนปั่นจักรยานน้อยลง หรือมากขึ้น?

“จะเรียกว่าเพิ่มมากกว่าสมัยผมยังเด็กก็คงใช่ แต่ผมคิดว่าคนปั่นตามกระแสเฉย ๆ เมืองไทยไม่ได้สนับสนุนการปั่นจักรยานเหมือนต่างประเทศ อย่างเช่น ฮอลแลนด์ เขาขายจักรยานราคาถูกมาก ถึงขั้นคนโยนจักรยานทิ้งลงน้ำ เขาปั่นจักรยานเหมือนใช้แก้วน้ำเลย มันเป็นเรื่องปกติขนาดนั้น”

 

หรือถนนบ้านเราอันตรายเกินไป?

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่มันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนด้วย ผมเคยปั่นจักรยานจากอู่ทอง กลับเข้าบางเลน รถพ่วงมาจากไหนไม่รู้ แล่นผ่านศอกผมไปนิ้วเดียว ขับไม่ดีหรือจงใจแกล้งกันก็ไม่รู้”

“เชื่อไหมว่า...ทุกครั้งที่ผมประสบอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่คนอื่นประมาททั้งนั้นเลย ผมถึงอยากให้เมืองไทยมีเลนส์จักรยานมากกว่านี้ แต่ทำมาแล้วต้องไม่คิดค่าบริการนะ ประชาชนต้องสามารถเข้าไปปั่นจักรยานได้ฟรี”

 

โซนไหนในกรุงเทพฯ ที่ปั่นไปบ่อยสุด?

“น่าจะบางนา สมัยปี 53 ผมเริ่มคบกับผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่ปี 48 บ้านเค้าอยู่บางพลี จากแยกบางนาไปถึงนู่นก็ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร จะพูดยังไงดี สถานที่ที่จะไป มันเปลี่ยนไปตามคนที่เคยคบ (หัวเราะ)”

“ตอนหลังเขาย้ายบ้านไปที่อื่น ผมก็ยังปั่นไปหาอยู่ตลอด เราชอบปั่นจักรยานสามัคคีด้วยกัน แต่พอเลิกกันไป ผมก็ไม่ได้กลับไปปั่น (จักรยานสามัคคี) อีกเลย”

“จริง ๆ ผมสามารถสอนคนให้จักรยานเป็นได้ด้วยจักรยานสามัคคีได้นะ เท่าที่ผมสังเกต คนปั่นจักรยานไม่เป็น หรือเป็นช้ามีอยู่ 2 สาเหตุ อย่างแรกคือปั่นจักรยานที่เหมาะกับร่างกาย สองคือใช้จานปั่นและเฟื่องที่ผิด จริง ๆ ข้างหน้าใันต้องเล็กกว่าข้างหลัง มันจะได้ปั่น หรือซอยได้"

“ดังนั้น ถ้าอยากจะปั่นจักยานให้เป็นเร็ว ควรชิมลางด้วยการเป็นคนปั่นข้างหลังของจักรยานสามัคคี ผมคิดว่าวิธีนี้เวิร์กที่สุด”

 

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

วิทธา พิธเบญญา อาสาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า

อาชีพ: พนักงานดูแลระบบ

เครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะเป็นข้าวของที่พังบ่อย และมากที่สุดแล้วในบรรดาข้าวของชิ้นอื่น ๆ ในงานวันนี้ มีคนตบเท้าเอาสายชาร์จมือถือ ไมโครเวฟ กล้องถ่ายรูป ฯลฯ เข้ามาปรึกษากับเขาแทบไม่ขาดสาย สิ่งซึ่งเขาจะถามเป็นอย่างแรกคือ “อาการมันเป็นยังไง”

 

ผู้คัดง้างขยะอิเล็กทรอนิกส์

“งานประจำคือผมคือนักวางระบบมาตรฐานบริหารงานคุณภาพ หรือ ISO 9000 พูดง่าย ๆ คือทุกบริษัทต้องผ่านมาตรฐานนี้ เพราะไม่งั้นจะส่งออกสินค้าไม่ได้ ระบบพวกนี้จะควบคุมตั้งแต่กระบวนการผลิต วัตถุดิบ ไปจนถึงการจัดวางสินค้า”

“ยกตัวอย่างเช่น อาหาร หรือวัตถุดิบ ทางบริษัทไม่สามารถนำไปวางบนพื้นเหมือนตลาดสด เขาห้ามเลย แต่เมืองไทยระบบไม่เข้มงวดเท่าไหร่ ถ้าเป็นอเมริกา เขามีกำหนดว่าพาเลทว่าสินค้าต้องเท่าไหร่ ห้ามวางต่ำกว่ากี่เซนติเมตร"

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

 

คิดอย่างไรที่คนตัดใจไปซื้อใหม่ มากกว่าเดินไปให้ร้านซ่อม?

“เล่ห์เหลี่ยมของศูนย์ซ่อมคือ เขาไม่รับซ่อมเฉพาะจุด คำว่าซ่อมในมุมของเขาคือเปลี่ยนยกแผง แล้วเอามาขายเป็นเครื่อง Refurbished แทน”

“แต่ถ้าเราไปเดินคลองถม ถ้าร้านซ่อมดี ๆ เขาสามารถที่จะเปลัี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชิ้น ที่มันเล็กมาก ๆ ได้ เพราะเขามีเครื่องมือเฉพาะ บางทีมันต้องวัดอุณหภูมิดูว่ามันร้อนไหม ถ้าร้อนแปลว่ามันช็อต”

“ในมุมผมนะ มือถือมันคือของใช้ มันต้องมีตกหล่นบ้างอยู่แล้ว อย่างน้อย ๆ คุณควรจะให้เขาเปลี่ยนแบต หรือซ่อมเฉพาะจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ไม่ใช่ต้องพึ่งพาศูนย์อย่างเดียว แล้วก็อย่างที่บอกค่าเปลี่ยนอะไหล่ และค่าช่างค่อนข้างแพง”

เบื้องหลัง 'นักซ่อม' แห่ง Repair Café คอมมูนิตี้ซ่อมข้าวของแห่งแรกในไทย

“ผมแนะนำให้รอช่วง Service day ศูนย์เขาจะลดค่าอะไหล่ลง ให้ไปจองคิวเปลี่ยนเลย โทรศัพท์ผมก็เพิ่งเปลี่ยนมา เราไปอาศัยจังหวะตรงนั้น ไม่ต้องเสียค่าช่าง หรือค่าอะไหล่แพง ๆ โทรศัพท์ผมเสียค่าซ่อมไป 300 บาทเอง”

ชั่วขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่ ผู้บริโภครายหนึ่งเดินถือกล้องมาให้เขาดูอาการ เธอแจ้งว่าฝาชัตเตอร์กล้องไม่ทำงาน ปิดไม่ได้ เขาถือโอกาสนี้อธิบายให้เราไปพร้อม ๆ กับอีกสี่ห้าคนที่กำลังจับจ้องดูอยู่อย่างตั้งใจ

“บอกก่อนว่าผมซ่อมไม่ได้ทุกอย่าง อย่างกล้องตัวนี้ ผมก็ไม่ซ่อม มันต้องใช้อุปกรณ์ที่ละเอียดกว่า ต้องอาศัยเทคนิคนิดหนึ่ง เพราะว่ามันต้องแกะออกมาเลย อย่างอันนี้ชัตเตอร์เขาไม่ปิด พวกลองสังเกตดูเจออะไรไหม...” เขาโยนคำถาม

“เห็นไหมว่าฝาเลนส์ จริง ๆ มันควรปิดสนิทใช่ไหม แต่นี่มันมีสติ๊กเกอร์ขัดอยู่ เห็นอยู่ชัด ๆ เลยว่ามันมีปัญหา ฝาชัตเตอร์มันบาง เวลาปิดเครื่องฝาชัตเตอร์จะปิดโดยอัตโนมัติ แต่นี่มันไม่ปิด เพราะเจ้าของชอบติดสติ๊กเกอร์ (หัวเราะ)”

“พอแบตยิ่งอ่อน ใหม่ ๆ ใช้ไปอาจจะยังเปิด-ปิดได้อยู่ เพราะมันยังมีแรง แต่พอแบตเตอรี่อ่อน เฟืองจะเริ่มขัด อย่างนี้เราสันนิษฐานได้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้น ถ้าจะให้ซ่อมจริง ๆ ควรส่งร้าน หรือศูนย์ซ่อมมากกว่า”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related