
SHORT CUT
คุณเคยสงสัยไหมว่า ป้ายไวนิล หรือ โฆษณาขนาดมหึมาที่เราเห็นตามตึกสูงหรือรถไฟฟ้า หลังจากจบแคมเปญเพียงไม่กี่สัปดาห์... พวกมันหายไปไหน?
ในโลกของธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (Out-of-Home: OOH) 'ป้ายไวนิล' คือพระเอกที่ทำหน้าที่ส่งสาร แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือโจทย์หินในด้านสิ่งแวดล้อม เพราะวัสดุประเภท PVC เหล่านี้ใช้เวลาในการย่อยสลายยาวนานนับร้อยปี ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุชัดว่า ขยะพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากจัดการไม่ถูกวิธี มันจะกลายเป็นภาระก้อนโตของโลกทันที
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ ROCTEC ในฐานะผู้ให้บริการด้าน ICT Solutions และธุรกิจสื่อโฆษณา เลือกที่จะไม่มองข้าม 'จุดจบ' ของวัสดุ แต่เปลี่ยนมันให้เป็น 'จุดเริ่มต้น' ของคุณค่าใหม่
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การทำ CSR แบบครั้งคราว แต่คือการนำหลักการ Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยืดอายุวัสดุให้นานที่สุด ภายใต้แนวคิดนี้ วัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วไม่จำเป็นต้องกลายเป็นของเสียเสมอไป แต่สามารถนำมา Upcycling สร้างคุณค่าในรูปแบบอื่นได้อีก
การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนถึงการนำแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) มาฝังอยู่ใน DNA ของการทำงาน โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่างวัสดุเหลือใช้จากป้ายโฆษณา
ในเดือนเมษายน 2569 นี้ ROCTEC ได้นำวัสดุเหลือใช้จากสื่อโฆษณา มา Upcycling ผลิตเป็นไอเทมที่ใช้งานได้จริง ทนทาน กันน้ำได้มากกว่า 300 ชิ้น ทั้งสื่อการเรียนการสอน สื่อเตือนภัยทางไซเบอร์ สื่อรณรงค์แยกขยะเพื่อลดโลกร้อน และกระเป๋าส่งมอบให้กับโรงเรียน 4 แห่งในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่
เบื้องหลังกระเป๋าและสื่อการสอนเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรในโรงงานขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ ROCTEC ยังเปิดพื้นที่ให้ 'คนในชุมชน' มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต
การดึงชุมชนเข้ามาช่วยแปรรูปวัสดุ ไม่เพียงแต่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่งไกลๆ แต่ยังเป็นการ 'กระจายรายได้' และสร้างทักษะอาชีพใหม่ให้กับคนในพื้นที่ เปลี่ยนขยะในเมืองใหญ่ให้กลายเป็นรอยยิ้มของเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล
โครงการดังกล่าวยังสะท้อนความเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ผ่านการยกระดับโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล การพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้สามารถสร้างคุณค่าได้หลากหลายยิ่งขึ้น ตลอดจนการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปริมาณของเสีย แต่ยังมีส่วนในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ท้ายที่สุด การนำไวนิลที่ใช้งานแล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ สะท้อนวิธีคิดสำคัญของภาคธุรกิจ นั่นคือการมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรในทุกช่วงของการใช้งาน และความเชื่อว่าธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกได้
เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญของธุรกืจ ROCTEC จึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ภาระเพิ่มเติม แต่เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และสร้างคุณค่าในระยะยาวจากเรื่องที่ทำได้จริง