svasdssvasds

ฟินแลนด์เปิดใช้สะพาน 'ครูนูวูโอริ' ปลอดรถ ยาวเกือบ 1.20 กม. เชื่อมเกาะสู่ใจกลางเมือง

ฟินแลนด์เปิดใช้สะพาน 'ครูนูวูโอริ' ปลอดรถ ยาวเกือบ 1.20 กม. เชื่อมเกาะสู่ใจกลางเมือง

ฟินแลนด์เปิดใช้งานสะพานสำหรับคนเดินเท้า จักรยานและรถราง ยาว 1.19 กิโลเมตร เชื่อมย่านชานเมืองเข้าสู่ใจกลางกรุงเฮลซิงกิ อำนวยความสะดวกในการเดินทางควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ

SHORT CUT

  • ฟินแลนด์เปิดใช้สะพาน 'ครูนูวูโอริ' ซึ่งเป็นสะพานปลอดรถยนต์ที่ยาวที่สุดในประเทศ มีความยาวเกือบ 1.20 กิโลเมตร
  • สะพานแห่งนี้เชื่อมต่อย่านชานเมืองบนเกาะทางตะวันออกของกรุงเฮลซิงกิเข้ากับใจกลางเมืองหลวง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง
  • ออกแบบมาสำหรับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และรถรางเท่านั้น โดยระบบรถรางคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในต้นปี 2027

ฟินแลนด์เปิดใช้งานสะพานสำหรับคนเดินเท้า จักรยานและรถราง ยาว 1.19 กิโลเมตร เชื่อมย่านชานเมืองเข้าสู่ใจกลางกรุงเฮลซิงกิ อำนวยความสะดวกในการเดินทางควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ฟินแลนด์เพิ่งเปิดใช้งานสะพานปลอดรถยนต์ที่ยาวที่สุดของประเทศ โดยไม่อนุญาตให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ชนิดใดได้ใช้งานเลย นั่นเป็นเพราะ 'สะพานครูนูวูโอริ' (Kruunuvuori Bridge) แห่งนี้ที่เพิ่งเปิดให้ประชาชนใช้งานอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการออกแบบมาสำหรับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยานและรถรางเท่านั้น

สะพานแห่งนี้มีความยาวประมาณ 1.19 กิโลเมตร และเป็นสะพานสุดท้ายจากโครงการที่มีชื่อว่า 'สะพานมงกุฎ' (Crown Bridges) ทั้ง 3 แห่ง เชื่อมต่อย่านชานเมืองบนเกาะทางฝั่งตะวันออกของกรุงเฮลซิงกิเข้ากับใจกลางเมืองหลวงของฟินแลนด์ สะพานแห่งนี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวสามารถเดินทางเข้าถึงบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของเมืองได้ง่ายขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติเอาไว้ได้

อีกทั้งยังเชื่อมต่อพื้นที่สำคัญหลายแห่ง ได้แก่ ย่านที่อยู่อาศัยครูนูวูโอริ เกาะคอร์เคซารี (Korkeasaari) เขตลาจาซาโล (Laajasalo) และใจกลางกรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของประเทศ

สะพานปลอดยานพาหนะก่อมลพิษแห่งนี้ใช้เวลาในการออกแบบนานกว่า 100,000 ชั่วโมงโดย Knight Architects บริษัทสถาปนิกสะพานจากสหราชอาณาจักรร่วมกับวิศวกรโครงสร้างจาก WSP Finland ด้วยโครงสร้างแบบสะพานขึงที่ยึดกับเสาหลัก ความสูง 135 เมตร

ที่มา: WSP

ข้อมูลของ WSP Finland ระบุว่า รูปทรงโค้งในแนวนอนของสะพานไม่ได้มีพื้นฐานมาจากเหตุผลทางโครงสร้างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสบการณ์ให้ผู้ใช้ด้วย เนื่องจากเมื่อเดินบนสะพานที่โค้ง ผู้เดินจะสามารถมองเห็นจุดหมายปลายทางได้ดียิ่งขึ้น

โครงสร้างของสะพานยังได้รับการออกแบบที่คำนึงถึงรายละเอียดการใช้งานอย่างรอบคอบ เช่น เสาหลักสูงตระหง่านของสะพานจะส่องสว่างด้วยไฟ LED หลากสีสันที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาในแต่ละวันและตามฤดูกาล

นอกจากนี้ยังมีราวกั้นที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบริเวณแนวขอบด้านใต้ของสะพาน เพื่อช่วยป้องกันลมแรงสำหรับคนเดินเท้าหรือนักปั่นจักรยาน รวมถึง ท่อพลาสติกพร้อมลวดลายบนสายเคเบิลที่ออกแบบมาให้น้ำแข็งที่เกาะอยู่บนสายหลุดออกไปได้ง่าย

สะพานแห่งนี้มีอายุการใข้งานตามแผนเป็นเวลานานนานถึง 200 ปี ซึ่งนั่นหมายความว่า สะพานได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงโครงสร้างและการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม รวมถึง มีการกำหนดตารางการบำรุงรักษาไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน

นั่นรวมถึงการออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กในบริเวณที่มีการไหลเวียนของน้ำให้สามารถรองรับแรงกดดันที่สูงได้ ลดความล้าของข้อต่อเหล็กและชิ้นส่วนเสริมความแข็งแรง นอกจากนี้ยังใช้เหล็กกล้าไร้สนิมราคาแพงในชั้นนอกสุดของเหล็กเสริมบนเสาตอม่อที่อยู่ในทะเลช่วยป้องกันการกัดกร่อน

ที่มา: WSP

ขณะที่งานก่อสร้างระบบรถไฟรางเบาบนสะพานยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบภายในช่วงต้นปี 2027
สำหรับแนวคิดของโครงการนี้คือเพื่อให้การเดินทางผ่านเขตลาจาซาโล (Laajasalo) ทำได้รวดเร็วขึ้น ก่อนที่จำนวนประชากรในพื้นที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากการเปิดย่านที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีชื่อว่า 'ครูนูวูโอเรนรันตา' (Kruunuvuorenranta)

โครงการนี้ยังช่วยแบ่งเบาภาระที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินสายตะวันออกของกรุงเฮลซิงกิด้วย

ด้วยเหตุนี้ ฟินแลนด์จึงกลายเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการอธิบายว่าเป็น 1 ในสะพานขนส่งสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากผู้เขียนบทความระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลของสะพานใดที่รวมทั้งทางเดินเท้าและรางรถไฟฟ้ารางเบาไว้ด้วยกันที่มีความยาวกว่านี้

ที่มา: New Atlas