
SHORT CUT
เมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยุคใหม่ ไม่ได้จบลงแค่ตัวเลขหรือการเติบโตทางธุรกิจ แต่ยังมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืน
นับเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 เวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) จังหวัดชลบุรี ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 23 โดยมุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกว่า 428 หน่วยงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน ได้แก่ CF-Hotels (Carbon Footprint Hotels), TAT STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินเพื่อจัดระดับความยั่งยืนของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ที่พัฒนาโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังแสดง ห้เห็นถึงความใส่ใจในการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการจัดงานที่เป็น Carbon Neutral Event อย่างเต็มรูปแบบ มีการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์และชดเชยปริมาณคาร์บอนทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างครบวงจร
พร้อมชูแนวคิด Zero Waste to Landfills ด้วยการกระจายจุดคัดแยกขยะกว่า 20 จุดทั่วพื้นที่งานเพื่อนำไปคัดแยก และส่งไปจัดการอย่างถูกวิธี เช่น ขยะรีไซเคิล จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยมีพันธมิตรปลายทาง คือ Recycle Day และเทศบาลนาจอมเทียน ขยะอินทรีย์หรือเศษอาหาร ถูกนำไปหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย โดยมีพันธมิตรปลายทาง คือ โรงงานทำปุ๋ย Recycle Din และชุมชนห้วยใหญ่ ส่วนเชื้อเพลิงขยะ จะเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเพื่อเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงขยะ โดยมีพันธมิตรปลายทาง คือ บริษัท รุ่งเจริญเอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด และเทศบาลนาจอมเทียน
แม้แต่วัสดุตกแต่งภายในงานทุกชิ้น ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ที่ส่วนใหญ่จะถูกบริจาคให้กับสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่ต้องการ
ไฮไลท์ที่สร้างสีสันและดึงดูดผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด ต้องยกให้โซน Showcase ภายใต้แนวคิด 'Travel With Care' ซึ่งนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งการใส่ใจตัวเอง ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์วัฒนธรรม
โดยเริ่มต้นจาก Landmark ของงานอย่าง ‘เต่าตนุยักษ์‘ ประติมากรรมรักษ์โลก ที่สร้างมาจากขยะและวัสดุเหลือใช้อย่างฝาขวด หลอดพลาสติก และเศษอวนประมง เพื่อเตือนสติเรื่องปัญหาขยะทะเลที่กระทบต่อระบบนิเวศ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถนำฝาขวดมาบริจาค เพื่อให้ศิลปินนำไปสร้างผลงานชิ้นใหม่ๆ ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรม DIY รักษ์โลก อย่างการทำของที่ระลึกจาก Sea Glass หรือเศษแก้วทะเล ซึ่งเป็นการนำเศษแก้วที่ถูกคลื่นทะเลขัดเกลามาหลายสิบปีจนสวยงามคล้ายอัญมณี ก่อนจะถูกนำมาออกแบบเป็นเครื่องประดับสไตล์ Eco-Luxury Craft
กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่มอบความสนุกสนานในการลงมือทำด้วยตนเอง แต่ยังสะท้อนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนชายฝั่งอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือ เวิร์กชอป 'ซั้งเชือก' จากศูนย์การเรียนรู้วิถีประมงชุมชนบ้านเนินฆ้อ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างบ้านปลาเทียมจากเชือกไนลอนเหลือใช้ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุบาลสัตว์ทะเลและฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ทั้งยังสะท้อนให้เห็นภาพความร่วมมือระหว่างชุมชนและภาคการท่องเที่ยวในการปกป้องธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับธุรกิจให้ก้าวไกลสู่สากล ยังมีโซน Tourism Clinic ที่นำเทคโนโลยี AI Platform มาช่วยวิเคราะห์และพัฒนาองค์กรตามมาตรฐาน ESG และ GSTC พร้อมบูธ TAT Certified ที่รวบรวมเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และน่าเชื่อถือในเวทีนานาชาติ
ที่สำคัญคือตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน มีขยะที่ถูกทิ้งรวมทั้งสิ้น 931.75 กิโลกรัม ซึ่งทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการคัดแยกอย่างเหมาะสม ไม่มีขยะไปสู่หลุมฝังกลบ 100 % (Zero Waste to Landfills) เทียบเท่าการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์กว่า 700 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgco2eq) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 80 ต้น
งาน TTM+ 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่เป็นเพียงแค่เวทีสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยว แต่เป็นงานที่พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมา ‘Travel With Care‘ ร่วมส่งต่อโลกที่สวยงามให้แก่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน