กรมลดโลกร้อน-บ้านปู ปั้นชุมชนคาร์บอนต่ำคลองสามวา ติดโซลาร์–จัดการขยะ

กรมลดโลกร้อน-บ้านปู ปั้นชุมชนคาร์บอนต่ำคลองสามวา ติดโซลาร์–จัดการขยะ

'ชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา' กรมลดโลกร้อน ร่วมกับบ้านปูและเครือข่าย ทสม. ส่งมอบโครงการ ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมจุดจัดการเศษอาหาร ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดค่าไฟส่วนกลางกว่า 24,000 บาทต่อปี

SHORT CUT

  • กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ร่วมกับ บมจ. บ้านปู และชุมชนในเขตคลองสามวา พัฒนา "โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ" เพื่อเป็นต้นแบบในเขตเมือง
  • ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 5 กิโลวัตต์ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในศูนย์เรียนรู้ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 2.4 ตัน และประหยัดค่าไฟฟ้ากว่า 24,000 บาทต่อปี
  • จัดตั้งจุดจัดการขยะอินทรีย์จากครัวเรือนโดยใช้ถังหมักและหนอนแมลงวันลาย (BSF) เพื่อเปลี่ยนเศษอาหารเป็นปุ๋ยชีวภาพ ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ

'ชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา' กรมลดโลกร้อน ร่วมกับบ้านปูและเครือข่าย ทสม. ส่งมอบโครงการ ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมจุดจัดการเศษอาหาร ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดค่าไฟส่วนกลางกว่า 24,000 บาทต่อปี

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ส่งมอบ 'โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา' ให้แก่สมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. เขตคลองสามวา ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านเคซี 1 เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการนำร่องที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้กลไกการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับพื้นที่ จากเวที Thailand Climate Action Conference หรือ TCAC

เครือข่าย ทสม. เขตคลองสามวา ทำหน้าที่เป็นกำลังหลักในการบริหารจัดการพื้นที่และขับเคลื่อนกิจกรรม เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านเคซี 1 ให้เป็นโมเดลชุมชนคาร์บอนต่ำในเขตเมืองที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

จากพลังงานสะอาด สู่ชุมชนจัดการตนเอง

นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านเคซี 1 ถือเป็นต้นแบบของ 'ชุมชนจัดการตนเอง' ที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนตั้งแต่ระดับครัวเรือน

กรมฯ มีแผนส่งเสริมและขยายความร่วมมือในลักษณะเดียวกันไปยังพื้นที่อื่น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกลไกสำคัญ

“โครงการศูนย์เรียนรู้ชุมชนเคซี 1 ถือเป็นต้นแบบของชุมชนจัดการตนเองที่มีส่วนร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนตั้งแต่ระดับครัวเรือน กรมฯ มีแผนขยายโครงการเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในลักษณะนี้ในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป” 

กรมลดโลกร้อน-บ้านปู ปั้นชุมชนคาร์บอนต่ำคลองสามวา ติดโซลาร์–จัดการขยะ

ติดโซลาร์ 5 กิโลวัตต์ ลดคาร์บอนปีละ 2.4 ตัน

ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 เดือน บ้านปูได้สนับสนุนทั้งงบประมาณและองค์ความรู้ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop ขนาด 5 กิโลวัตต์

ระบบดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2,400 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือประมาณ 2.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำมาใช้ภายในศูนย์เรียนรู้ชุมชน ทั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ ช่วยลดค่าไฟฟ้าส่วนกลางได้เฉลี่ยมากกว่า 24,000 บาทต่อปี

เงินที่ประหยัดได้สามารถนำไปจัดสรรเป็นสวัสดิการสำหรับดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงใช้สนับสนุนการฝึกอาชีพให้แก่กลุ่มแม่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และประชาชนในพื้นที่

กรมลดโลกร้อน-บ้านปู ปั้นชุมชนคาร์บอนต่ำคลองสามวา ติดโซลาร์–จัดการขยะ

ตั้งจุดจัดการเศษอาหาร ลดขยะไปบ่อฝังกลบ

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการจัดตั้งจุดสาธิตจัดการขยะอินทรีย์จากครัวเรือน ณ แหล่งกำเนิด โดยนำถังหมักเศษอาหารและชุดสาธิตกำจัดเศษอาหารด้วยหนอนแมลงวันลาย หรือ Black Soldier Fly: BSF มาใช้ภายในชุมชน

แนวทางดังกล่าวช่วยเปลี่ยนเศษอาหารจากครัวเรือนให้กลายเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องถูกขนส่งไปยังบ่อฝังกลบ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนและก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศ

นอกจากนี้ โครงการยังสนับสนุนองค์ความรู้และพี่เลี้ยงด้านเทคนิค เพื่อให้คนในชุมชนสามารถบริหารจัดการระบบโซลาร์และขยะอินทรีย์ได้อย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโครงการ

นายจิรเมธ อัชชะ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการนี้สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทในการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ลดการปล่อยคาร์บอน และร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคม

“ชุมชนเคซี 1 เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามัคคี เราหวังว่าทุกคนจะได้ใช้ประโยชน์จากทั้งระบบโซลาร์และจุดจัดการขยะอินทรีย์อย่างเต็มที่” นายจิรเมธกล่าว

ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มสวัสดิการ และสร้างความร่วมมือในชุมชน

นางเบญจพร เมืองอินทร์ ประธานเครือข่าย ทสม. เขตคลองสามวา กล่าวว่า นอกจากศูนย์เรียนรู้ฯ จะมีไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดสำหรับใช้จัดกิจกรรมแล้ว ขยะเศษอาหารจากครัวเรือนยังไม่ต้องถูกนำไปฝังกลบ แต่สามารถแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อนำกลับมาใช้ในการทำเกษตรกรรมในเมืองได้

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้พื้นที่ชุมชนสะอาดขึ้น ส่งเสริมสุขภาพของประชาชน และสร้างความสามัคคีจากการเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

“ทุกคนรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดโลกร้อน ขยะเศษอาหารกลายเป็นปุ๋ยที่ช่วยลดต้นทุนการทำเกษตรในเมือง ขณะที่ค่าไฟฟ้าที่ลดลงก็สามารถนำกลับมาใช้ดูแลคนในชุมชนได้” 

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในโครงการ 'ชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา' จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการติดตั้งอุปกรณ์ แต่เป็นการสร้างระบบให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการพลังงานและขยะได้ด้วยตนเอง

โครงการนี้ยังยกระดับศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านเคซี 1 ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการขยะอินทรีย์ ณ แหล่งกำเนิด ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ชุมชนเมืองแห่งอื่น และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนควบคู่กับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนของประเทศไทย

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา คืออะไร?

โครงการชุมชนคาร์บอนต่ำ คลองสามวา เป็นความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และเครือข่าย ทสม. เขตคลองสามวา เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านเคซี 1 ให้เป็นต้นแบบการใช้พลังงานสะอาดและการจัดการขยะอินทรีย์ในเขตเมือง

2. ระบบโซลาร์ของโครงการมีขนาดและช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเท่าไร?

โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาขนาด 5 กิโลวัตต์ สำหรับผลิตไฟฟ้าใช้ภายในศูนย์เรียนรู้ชุมชน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2,400 กิโลกรัม หรือ 2.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี คาดว่าจะช่วยลดค่าไฟฟ้าส่วนกลางของศูนย์เรียนรู้ชุมชนได้มากกว่า 24,000 บาทต่อปี เงินส่วนนี้สามารถนำไปใช้ดูแลผู้สูงอายุและสนับสนุนกิจกรรมฝึกอาชีพของประชาชนในพื้นที่

3. ชุมชนจัดการขยะอินทรีย์อย่างไร?

ชุมชนใช้ถังหมักเศษอาหารและหนอนแมลงวันลาย หรือ BSF ในการย่อยสลายขยะอินทรีย์จากครัวเรือน ก่อนนำผลผลิตที่ได้ไปใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพสำหรับการเกษตรในเมือง

4. ทำไมต้องจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง?

การแยกและจัดการเศษอาหารตั้งแต่ครัวเรือนช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องขนส่งไปฝังกลบ ลดกลิ่นและค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ รวมถึงลดการเกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการย่อยสลายขยะอินทรีย์ในบ่อฝังกลบ

related