
GC เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ 'Sustainable Portfolio' ดันเกษตรไทยสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ ปักหมุดไทย Bio-based Hub แห่งอาเซียน
รู้ไหม? พลาสติกที่เราใช้อยู่ทุกวัน ไม่ต้องทำมาจากน้ำมันเสมอไป KeepTheWorld จึงอยากชวนมาติดตามแนวคิดของ GC กับกลยุทธ์ 'Sustainable Portfolio' ที่จะเพิ่มมูลค่าผลผลิตของเกษตรไทยสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ ผลักดันไทยสู่การเป็น Bio-based Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ขับเคลื่อนกลยุทธ์ ‘Sustainable Portfolio’ เปลี่ยนพลาสติกจากปิโตรเลียมแบบเดิมสู่พลาสติกทางเลือกจากพืชเกษตร มุ่งยกระดับผลผลิตเกษตรกรไทยสู่อุตสาหกรรมชีวภาพมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ยั่งยืนเป็น 20-30% ภายในปี 2573
กลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics), เคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Oleochemicals), ไบโอโพลิเมอร์ (Biopolymers) และการรีไซเคิล (Recycling) โดยมีโครงการสำคัญที่เห็นผลเป็นรูปธรรม อาทิ NatureWorks บริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill ที่จัดตั้งโรงงานแห่งที่ 2 ใน 'นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์' นำน้ำตาลจากอ้อยมาแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกชีวภาพ PLA แบรนด์ Ingeo™ กำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี สำหรับใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเส้นพลาสติกสำหรับงานพิมพ์สามมิติ
นอกจากนี้ ยังมี GGC หรือ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) ในเครือ GC Group ที่นำ 'ปาล์มน้ำมัน' มาเพิ่มมูลค่าเป็นเคมีภัณฑ์สำหรับเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และสารหล่อลื่นอุตสาหกรรม เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพร่วมกับนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์อย่างครบวงจร
ทิศทางของ GC ยังสอดรับกับนโยบายของภาครัฐ ที่กำหนดให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นหนึ่งใน 'อุตสาหกรรมเป้าหมาย' ของประเทศ ภายใต้มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย พ.ศ. 2561–2570
เห็นได้ชัดจากการที่คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ภาครัฐพร้อมสนับสนุนด้วยการเร่งรัดการลงทุน และเตรียมเร่งหารือมาตรการส่งเสริมการใช้พลาสติกชีวภาพภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีวภาพในครั้งนี้ส่งผลดีต่อประเทศไทยใน 4 มิติ ได้แก่ ด้านเกษตรกรรม ที่ช่วยยกระดับราคาอ้อยและปาล์มน้ำมัน ด้านเศรษฐกิจ เกิดการลงทุนและการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ด้านเทคโนโลยี เกิดการถ่ายทอดนวัตกรรมระดับโลกเพื่อยกระดับแรงงานไทย และ ด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มทางเลือกการใช้พลาสติกลดการพึ่งพาฟอสซิล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio-based Hub) แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต