Alive Edutainment lifestyle

ตามรอยที่ที่พ่อไป กับ อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ

ครบรอบ 3 ปี การสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทุกสิ่งที่พระองค์ทำเพื่อพสกนิกรชาวไทย ทุกพระราชกรณียกิจ ยังคงเป็นประโยชน์และติดตรึงอยู่ในใจคนไทยทุกคน รวมถึงยังมีบุคคลหนึ่งที่ยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่องเพื่อถ่ายภาพตามรอยที่ที่พ่อไปพร้อมเล่าเรื่องราวรายละเอียดต่างๆ โดยหวังให้สิ่งที่ทำนี้ จะทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นมีความสุขผ่านภาพจากเพจ “ที่ที่พ่อไป” และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่ทางสปริงนิวส์ได้นั่งคุยกับ อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ อาจารย์คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง

จุดเริ่มต้นในการเริ่มทำเพจที่ที่พ่อไป

เริ่มจากการที่อยากจะไปเห็นไปดูจุดที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินตามที่ต่างๆ อยากรู้ว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เลยตัดสินใจเดินทาง โดยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงใช้ภาพแบบเดียร์โฟโต้กราฟ คือ การนำภาพอดีตมาซ้อนกับสถานที่จริงในปัจจุบัน เลยเริ่มถ่ายในจุดที่เดินทางง่ายก่อน ภาพแรกๆ ก็จะเป็นในกรุงเทพที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต รวมถึงที่อยุธยา เลยนำภาพมาลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังโพสต์ไปแล้วเพื่อนๆ กลับชอบและมาขอภาพไปใช้ บ้างก็มาขอแชร์ จึงได้เปิดเป็นสาธารณะ หลังจากนั้นคนก็แชร์กันมากมาย

ความสุขที่ได้รับจากการไปในที่ที่พ่อไป

เราเห็นภาพที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปตามที่ต่างๆ ในใจตอนเด็กอยากไปรับเสด็จ อยากไปเห็นในที่ที่ท่านเคยไป เมื่อโตและได้ลองไปจริงๆ มันมีความสุขมาก รู้สึกอิ่มใจที่ได้เห็น อิ่มใจที่ได้เอาภาพในอดีตที่ท่านเคยเสด็จไปเทียบกับสถานที่จริงในปัจจุบัน ซึ่งร้อยละ 80-90 สถานที่ที่ท่านไปเปลี่ยนไปมากจริงๆ นอกจากนั้นยังได้ฟังเรื่องเล่าว่าท่านไปเพราะอะไร อย่างภาคเหนือตามดอยในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ก็จะเป็นเรื่องอยากให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ หันมาปลูกชา ปลูกกาแฟ เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เหมือนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และเห็นภาพจริงในปัจจุบันด้วย บางที่ก็ได้ไปสัมภาษณ์คนที่ได้ไปรับเสด็จพระองค์ อย่างที่ดอยผาหมีก็ได้คุยกับพ่อหลวงซาเจ๊ะ ที่เคยรับเสด็จเมื่อประมาณปีสองพันห้าร้อยสิบกว่าๆ ทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่านอกจากจะเสด็จมาเยี่ยมราษฎรแล้ว ท่านยังพัฒนานำความเจริญไปให้กับพื้นที่นั้นด้วย

ความยากในการถ่ายภาพ

ความยากของการถ่ายภาพในที่ที่พ่อไปก็คือ การต้องหาสถานที่จริงให้ได้ รู้ว่าจุดไหนคือจุดที่ภาพนี้ถูกถ่าย ฉะนั้นก่อนเดินทางต้องทำการบ้านหาข้อมูลเยอะมาก ว่าภาพนี้เกิดขึ้นวันเวลาใดแน่ บางที่พอไปถึงพบปัญหาของภาพที่จะนำไปใช้เช่นกัน เช่น บางภาพกลับด้าน บางภาพไม่ชัดบ้าง ส่วนตัวต้องพกเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่สามารถพิมพ์ภาพขนาด 4*6 ได้ไปด้วย ถ้าเห็นว่าหน้างานใช้ไม่ได้ ก็จะพิมพ์ใหม่ หรืออาจหาภาพที่ชัดกว่าในพื้นที่นั้นเลย เป็นการช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น

ท่านคือกำลังใจในยามที่ท้อ

ทุกครั้งที่ไปถ่ายภาพที่ที่พ่อไป เราได้เห็นพระวิริยอุตสาหะ ความพากเพียรของพระองค์ที่ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎร ไปประกอบพระราชกรณียกิจตามที่ต่างๆ ท่านทรงงานเหนื่อยมาก ท่านคือแบบอย่างที่ให้หลักคิดผ่านการทรงงานของพระองค์ การได้ไปจึงเป็นการย้ำกับตัวเองให้เราทำงานด้วยความพากเพียร มีมานะอดทน

มีภาพหนึ่งที่หาดเตยงาม ท่านทรงเรือใบจากหัวหินมาที่พัทยา มีพระราชดำรัสเรื่องของการทรงเรือใบว่า การที่เราจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จมันอยู่ที่ตัวเราเอง สิ่งเหล่านี้คือหลักคิดที่ได้นำมาใช้กับการทำงานด้วย

ช่วงเวลาที่เดินทางไปถ่ายภาพ

ใช้เวลาเดินทางถ่ายภาพในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรืออาจเป็นช่วงหยุดยาว 3-4 วัน โดยจะวางแผนกันในครอบครัวว่าจะไปที่ไหน กิจกรรมหลักคือไปถ่ายรูป แล้วกิจกรรมอื่นค่อยว่ากัน ในครอบครัวทำอย่างนี้จนกลายเป็นกิจวัตรปกติของครอบครัวไปแล้ว

ความเข้าใจของลูกกับกิจกรรมนี้

ลูกเข้าใจ และจะถามตลอดว่า อาทิตย์นี้ไปถ่ายรูปในหลวงไหม ทุกที่ที่ไปจะเล่าให้ลูกฟังว่า ในหลวงท่านมาทำอะไร ท่านมีพระราชดำรัสอะไร สอนลูกให้คิดตามว่า สถานที่ที่เรามาใช้เวลานานในการเดินทาง แล้วคิดดูว่าเมื่อ 50 ปีที่แล้วจะมายากกว่านี้ขนาดไหน ท่านรักประชาชน หลังจากนั้นลูกก็จะพูดออกมาเองว่า ในหลวงคือฮีโร่ของเขา ท่านทำเพื่อทุกคนเลย

เคยมีแนวคิดที่จะเลิกทำหรือไม่

สิ่งที่ทำกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งของชีวิต ทำจนเคยชิน ถ้าหยุดทำคงเหงา จะทำไปจนกว่าไม่มีภาพให้ถ่าย ทำจนไม่ไหวแล้ว ใน 3 ปีที่ทำมารูปถ่ายตามรอย 137 รูป ถ่ายในไทยประมาณ 30 จังหวัด ต่างประเทศอีก 5 ประเทศ ยังมีภาพอีกเยอะที่อยากเดินทางไปให้เห็นที่จริงให้ได้ นี่คือความสุขจริงๆ สุขที่ได้ไปเที่ยว ไปเรียนรู้ในจุดที่ในหลวงเคยเสด็จ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ได้นำสิ่งเหล่านั้นมาเล่าให้คนอื่นฟัง เพราะไม่ได้ทำแค่ภาพแต่ค้นหาข้อมูลข้อเท็จจริงวันเดือนของสถานที่ต้องชัดเจนที่สุด ข้อมูลต้องไม่คลาดเคลื่อนสามารถอ้างอิงได้จริงในภาพแต่ละภาพที่เดินทางไป ถือเป็นความสนุก เป็นความอยากเล่าเรื่องเก็บเอาไว้ ที่ในอนาคต อาจใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงต่อไปได้

เดินทางด้วยเงินทุนของตัวเอง

ภาพทั้งหมดที่ใช้เดินทางไปด้วยตัวเองตลอด บ้างขับรถไป บ้างนั่งเครื่องบินไป ไปทั้งครอบครัว ใช้เงินตัวเองทั้งสิ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เคยมีสปอนเซอร์ที่ไหน ไปด้วยใจ ไปเพราะอยากไปจริงๆ

ต่อยอดภาพโดยนำไปทำการกุศล

2 ปีแรก ภาพที่ถ่ายมาได้นำไปทำปฏิทิน ใครบริจาคเงินมาก็ให้ปฏิทินไป โดยเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่หักอะไรนอกจากค่าพิมพ์ ในปีแรกมอบให้กับศิริราชมูลนิธิกับมูลนิธิชัยพัฒนา ส่วนปีที่ 2 มอบให้กับศิริราชมูลนิธิเพียงอย่างเดียว นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ภาพสามารถนำไปทำประโยชน์ต่อได้ ไม่ใช่แค่ให้คนเห็นเพียงอย่างเดียว อิ่มใจที่ทำให้คนอื่นทุกข์น้อยลง มีความสุขมากขึ้น

อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ ทิ้งท้ายว่า หากองค์กรใดสนใจนำภาพไปจัดแสดง โดยทำเพื่อการกุศลไม่หวังผลทางการพาณิชย์ สามารถติดต่อผ่านทางเพจ “ที่ที่พ่อไป” ได้ ยินดีอย่างยิ่ง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน