Alive lifestyle

ชวนดู 8 หนังสยองขวัญยอดฮิตต้อนรับฮาโลวีน

ใกล้ฮาโลวีนเข้าไปทุกทีแล้ว เมื่อนึกถึงฮาโลวีนจะไม่พูดถึงผีได้อย่างไร ฉะนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนวันจริง เรามี 8 หนังผีคลาสสิคในใจใครหลายคน มาเรียกน้ำย่อยให้คอหนังผีกลับมาดูเพื่อเก็บรายละเอียดกันอีกครั้ง

Ringu หรือ The Ring (1998)

Ringu หรือ The Ring เป็นภาพยนตร์สยองขวัญของ ฮิเดโอะ นากาตะ ออกฉายในปี 1998 ทำให้คนรู้จักสุดยอดผีอย่าง “ซาดาโกะ” ขึ้นมา The Ring บอกเล่าเรื่องราวของนักข่าวสาวชื่อเรโกะ ที่ได้ทราบข่าวการตายของซาดาโกะซึ่งเป็นญาติ เรโกะค้นพบเรื่องเล่าว่า ใครก็ตามที่ได้ดูวีดีโอเทปลึกลับม้วนหนึ่งจะต้องตายภายใน 7 วัน และผู้คนที่ได้ดูร่วมกันล้วนต่างเสียชีวิตในวันเวลาเดียวกัน เรโกะจึงเริ่มค้นหาความจริงขึ้น และเธอก็เป็นหนึ่งคนที่ได้ดูวีดีโอม้วนนั้น เรื่องราวประหลาดทยอยเกิดขึ้นกับตัวของเรโกะ เรื่องราวของหญิงสาวในบ่อน้ำ การตายของผู้ที่ดูวีดีโอ เรื่องราวการแก้ไขของเรโกะจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามเองว่าจะหลอนโดนใจหรือไม่ แต่ใครที่ได้ดูภาคนี้จบมักจะหาภาคเวอร์ชันอื่นมาดู ซึ่งในเวอร์ชันฮอลลีวูดที่ทำตามหลังมานั้นจะขยายความเข้าใจในรายละเอียดมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกเวอร์ชันที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นกัน

หลายคนติดใจในความหลอนถึงขั้นตามไปอ่านในรูปแบบหนังสือที่แต่งโดยสุซุกิ โคจิ ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจและสงสารในสิ่งที่ซาดาโกะต้องเผชิญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเล่มแรกที่นับเป็นที่สุดในใจของแฟนคลับซาดาโกะ

The Conjuring (2013)

The Conjuring เป็นผลงานกำกับของ เจมส์ วาน ภาคแรกที่สร้างมาจากเรื่องจริงของสามีภรรยานักปราบผีชื่อดัง เอ็ดและลอว์เรน โดยพูดถึงครอบครัวเพอร์รอนที่เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า ฮาริสวิล ในรัฐโรดไอแลนด์ โดยหลังจากย้ายเข้ามาเพียงไม่นาน ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงเรื่องราวประหลาด ครอบครัวเพอร์รอนต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายที่มีชื่อว่า เบธชีบ้า ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของบ้านที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเนื่องจากฆ่าลูกชายตัวเองเพื่อสังเวยให้กับซาตาน เพอร์รอนคนแม่ก็เริ่มมีอาการแปลกขึ้นเช่นกัน สถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนต้องไปขอความช่วยเหลือจากเอ็ดและลอว์เรน หลังการสืบสวนจึงได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ

ส่วนใครที่ชื่นชอบกับความหลอนสไตล์นี้สามารถไปดูภาคสองกันต่อได้ โดยจะยังคงเป็นการสร้างจากเรื่องจริงของเอ็ดและลอว์เรนเช่นกัน เล่าถึงอีกครอบครัวหนึ่งในกรุงลอนดอน ฉะนั้นหากไม่ได้ดูภาคแรกก็ไม่ต้องกลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่อง

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2004)

ถือเป็นภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เขียนบทและกำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล ทำรายได้เกิน 100 ล้านในไทย และยังขายลิขสิทธิ์ไป 30 ประเทศทั่วโลก แต่ละประเทศที่ฉายก็ล้วนแล้วแต่ทำรายได้ดีติดอันดับหนังทำเงินลำดับต้นๆ นอกจากนี้ยังได้รางวัลจากต่างประเทศถึง 2 รางวัลอีกด้วย และได้ขายลิขสิทธิ์เพื่อไปสร้างใหม่ถึง 2 ครั้ง เป็นหนึ่งในการันตีความหลอนของภาพยนตร์เรื่องนี้

เรื่องราวเกิดขึ้นจากการที่ธรรม์ซึ่งเป็นช่างภาพกับเจนแฟนสาวได้ขับรถชนหญิงสาวคนหนึ่งแล้วขับหนีไป ทำให้หญิงที่ถูกชนนั้นเสียชีวิต หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มพบเหตุการณ์แปลกประหลาด ธรรม์พบว่ารูปถ่ายของเขามีเงาสีขาวติดมาและมีใบหน้าคล้ายผู้หญิงอยู่ในนั้น ภาพถ่ายเหล่านั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธรรม์และเจนต้องเผชิญกับเรื่องราวไม่คาดฝัน บทสรุปจะเป็นเช่นไรต้องไปลองหามาดูให้ได้ นับเป็นอีกเรื่องที่คลาสสิคยังคงครองใจใครหลายคน

Ju-on (2002)

จัดเป็นหนังผีในตำนานอีกหนึ่งเรื่อง กำกับและเขียนบทโดย ชิมิสุ ทากาชิ ในยุคที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ได้สร้างปรากฏการณ์ต้นกำเนิดของผีเด็กเเหกปาก ผีต้องคำสาป ผีคลานผมยาว และผีตัวขาวขึ้น ภาพยนตร์เล่าถึงผู้หญิงที่มีอาชีพดูแลหญิงชราที่ชื่อว่า ชินะ ริกะ แต่บ้านหลังที่เธอทำงานอยู่นั้นมีบรรยากาศแปลกๆ และมีประตูปิดตายอยู่ที่ชั้น 2 ที่นั่น ริกะได้พบกับเด็กชายลึกลับชื่อว่าโทชิโอะ เขาปรากฏตัวขึ้นพร้อมแมวดำ ต่อมาเมื่อหญิงชราตายจากไป ลูกชายของหญิงชราจึงได้ย้ายครอบครัวกลับมา เหล่าวิญญาณต่างมุ่งไปหลอกหลอนครอบครัวที่มาใหม่ และเริ่มมีคนล้มตาย ต่อมาริกะค้นพบปมเงื่อนงำที่ซ่อนอยู่

ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่าน เน็ตฟลิกซ์ได้ประกาศอย่างเป็นทางว่าจะสร้างซีรีส์ที่จะยังคงไว้ซึ่งความสยองขวัญในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมของ Ju-On โดยมี โช มิยาเกะ รับหน้าที่เป็นผู้กำกับ มีกำหนดออกฉายในปี 2020 นอกจากซีนีส์แล้ว ปีหน้าจะมี Ju-on ภาคใหม่ออกฉายอีกด้วย ต้องมาติดตามกันดูว่าทั้งซีรีส์และภาพยนตร์จะสามารถครองใจคนได้จนเป็นตำนานอย่างเช่นเวอร์ชันเดิมหรือไม่

The Sixth Senses (1999)

ครบรอบ 20 ปีพอดิบพอดีกับหนังผีเรื่องนี้ ผลงานการกำกับของ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน ผู้กำกับเชื้อสายอินเดีย ตอนนั้นชยามาลานอายุ 25 ปี เขาเล่าว่า อยากเขียนบทในแบบที่ไม่มีใครสั่งให้เขียน ต้องทำออกมาให้มีรูปแบบเฉพาะ ไม่เหมือนใคร ซึ่งถ้าไม่มีใครอยากซื้อบทไปทำหนัง เขาก็ไม่สนใจ แต่หากสตูดิโอใดซื้อบทหนังเรื่องนี้ไปจะต้องเป็นเขาที่กำกับเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็เริ่มต้นราคาขายบทไว้ที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อมาดิสนีย์สตูดิโอสนใจจึงซื้อบทในราคา 3 ล้านเหรียญและให้ชยามาลานเป็นคนกำกับภาพยนตร์

ชยามาลานเล่าว่าเขาตั้งใจนำความกลัวของตัวเองในวัยเด็กมาเรียงร้อยและนำเสนอออกมาได้อย่างแตกต่างจนได้รับการกล่าวขวัญถึง การแคสติ้งนักแสดงนำเด็กออกมายิ่งยอดเยี่ยม เด็กชายฮาลีย์ โจเอล ออสเมนต์ สร้างความประทับใจแรกพบให้กับชยามาลานทั้งการใส่สูทเพียงคนเดียวมาแคสติ้ง รวมถึงการอ่านบทอย่างละเอียดทั้งเรื่องถึง 3 รอบ และเด็กคนนี้ก็โด่งดังกลายเป็นที่จดจำคู่กับภาพยนตร์ The Sixth Sense คำพูดที่เด็กพูดว่า I see dead people ก็กลายเป็นประโยคคลาสสิคที่ทุกคนต่างจดจำ เพราะเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของเรื่องนี้

หนังเรื่องนี้ทุนสร้างอยู่ที่ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ เปิดตัวฉายในวันที่ 6 สิงหาคม 1999 และครองอันดับ 1 บนบ๊อกซ์ออฟฟิศยาวนานถึง 5 สัปดาห์ และทำรายได้รวมทั่วโลกมากถึง 672 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่สำคัญเมื่อผลิตออกมาในรูปแบบโฮมวิดีโอและดีวีดีในปี 2000 ยังสร้างสถิติ หนังที่มียอดเช่าวิดีโอสูงที่สุดตลอดกาลอีกด้วย

The Other (2001)

เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทโดย อเลฮานโดร อเมนาบาร์ ผู้กำกับหนุ่มชาวสเปน เล่าเรื่องในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกาะชาเนล แม่ลูกอาศัยในคฤหาสน์เก่าแก่หลังโตสไตล์วิคตอเรียน ไม่มีไฟฟ้าและโทรศัพท์ ลูกสองคนก็ป่วยแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง เหตุการณ์ในบ้านก็ดูไม่ปกติ คนรับใช้ 3 คนที่ดูมีเงื่อนงำ ประกอบกับท่าทีอันแปลกประหลาดของสามีที่หายตัวไปนานกลับมาจากสงคราม นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างบรรยากาศออกมาได้ชวนหลอนพอสมควร และยังทำให้คนดูคล้อยตามตัวละครได้อย่างไม่รู้ตัว เชื่อเถอะว่าหลังดูเรื่องนี้จบจะอยากย้อนกลับไปเก็บรายละเอียดอีกครั้งแน่นอน

ต้องยอมรับว่าอเมนาบาร์ซ่อนปมและใบ้รายละเอียดแทรกไว้ได้ดีมาก ทำให้คนดูค่อยๆ หวาดกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น จากบรรยากาศของบ้าน สีสันของโทนเรื่อง ความเงียบ คำพูด พฤติกรรม สิ่งเหล่านี้ประสานกันชวนให้ติดตามอย่างยิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการการันตีด้วยรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก โกยา และรางวัลอื่นๆอีกรวมถึง 8 รางวัล โกยาเป็นรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติของสเปน แต่ The Other เป็นภายนตร์อังกฤษเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลมากมายทั้งที่ไม่มีคำพูดภาษาสเปนเลยแม้แต่น้อย

Insidious (2010)

ผลงานการกำกับของ เจมส์ วาน เขียนบทโดย ลีห์ แวนเนลล์ สองคู่หูผู้ให้กำเนิด Saw ซึ่งเรื่องนี้จัดเป็นผลงานเรื่องแรกๆ ของเจมส์ วาน ที่ทำออกมาได้หลอนขั้นสุดมาก โดยภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวประหลาดที่เกิดขึ้นกับครอบครัวแลมเบิร์ท สามีภรรยาชื่อจอร์ชและเรไนที่ใช้ชีวิตอยู่กับลูกอีกสามคน จู่ๆ ลูกชายคนโตตกอยู่ในอาการโคม่าโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำอย่างไรก็ไม่ฟื้น และทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในบ้านหลังที่อาศัยอยู่ พวกเขาค้นพบว่าลูกชายนั้นสามารถถอดจิตได้ และถูกปิศาจตนหนึ่งกักขังจิตเอาไว้เพื่อรอวันยึดร่าง ทั้งสองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้วิญญาณของลูกชายติดอยู่ในดินแดนที่เรียก ว่า “เดอะ เฟอร์เธอร์” ไปตลอดกาล

นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผสานความกลัวกับความแฟนตาซีเกี่ยวกับผี ปีศาจได้ดี อีกทั้งเพลงประกอบก็เด่นมากคุมให้บรรยากาศของเนื้อเรื่องน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ตอนจบก็ทิ้งท้ายไว้ได้ดี โดยเป็นการทิ้งปริศนาเอาไว้ให้ตามต่อในภาคต่อไป

เปนชู้กับผี (2006)

ปิดท้ายกันด้วยภาพยนตร์ผีคลาสสิคของไทยเรื่องเปนชู้กับผี เรื่องนี้กำกับและเขียนบทโดย คุณวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง จะดูภาพยนต์เรื่องนี้ให้ได้อรรถรสเต็มที่ ต้องอาศัยความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาพอสมควร โดยหลักๆ จะเป็นการพูดถึงคนที่ตายอย่างกะทันหันแล้วไม่รู้ว่าตนเองได้ตายไปแล้ว ล้วนแต่ยึดติดอยู่กับ รัก โลภ โกรธ หลง และวนเวียน วนทำในสิ่งที่ตนยึดติดซ้ำไปซ้ำมาโดยไม่ไปไหน และยังคงเข้าใจว่าตนยังคงเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่ ถือเป็นหนังที่ถ่ายทอดสัจธรรมมนุษย์ได้ดีเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านทางรถสามล้อในยุคสมัยรัชกาลที่ 7 โทนการแต่งกายจึงย้อนยุคตามความนิยมในยามนั้น นับว่าวางโครงเรื่องได้น่าสนใจและค่อนข้างทำได้ดีมาก ค่อยๆ ผูกปมให้คนดูสงสัย และคลี่คลายออกไปตามลำดับเวลาจากการปรากฎตัวของผีสางทั้งหลาย ซีนผีทำได้น่ากลัว แบบที่ไม่ต้องเอาเสียงดังให้สะดุ้ง หรือกระตุ้นโดยให้ผีต้องเละน่าเกลียดน่ากลัว ใช้เพียงแสง เงา ดนตรีคลอเบาๆ ก็ทำให้หวาดกลัวได้แล้ว ส่วนในเรื่องนี้ใครเป็นผี ใครเป็นคน ปริศนาจะค่อยๆ ไขไปเรื่อยๆ ต้องติดตามตั้งแต่ต้นจนจบแล้วจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน