Alive lifestyle ข่าว ตะลุยกินตะลอนเที่ยว

7 ที่เที่ยวฟินกันวันหยุดใกล้กรุงเทพฯ-นนทบุรี

ช่วงนี้มีวันหยุดบ่อย หลายคนวางแผนเที่ยวกัน บ้างอยากไปไกลๆ แต่เวลาไม่อำนวย บ้างอยากเที่ยวใกล้ๆ พักสมอง ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ชาร์จแบตเตอร์รี่ชีวิตพร้อมกลับมาทำงานแบบสดชื่นอีกครั้ง สำหรับคนทำงานย่านกรุงเทพฯ-นนทบุรี เรามีสถานที่ท่องเที่ยววันหยุดที่สามารถไปพักผ่อนทำกิจกรรมกับครอบครัวได้ 2-3 วันมาฝาก

CORO Field ราชบุรี

สัมผัสธรรมชาติกับฟาร์มสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย CORO Field เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่นี่มีทำกิจกรรมเชิงเกษตรให้ลองทำมากมาย ไม่ว่าจะเก็บมะเขือเทศสดๆ จากต้น ตกแต่งต้นไม้ในขวดแก้ว และยังสามารถทานอาหารที่ปรุงสดด้วยวัตถุดิบจากฟาร์มได้ด้วย จึงรับรองความสดใหม่ ได้คุณภาพอาหาร ผลไม้ที่เป็นดาวเด่นของ CORO Field คือเมล่อน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มอย่างโทมิเมล่อน ที่ใช้ไซรัปสกัดจากเมลอนแท้ ให้รสชาติหอมเย็นชื่นใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูใหม่ๆให้ลองตามฤดูกาลด้วย อย่างช่วงนี้มีเมนูฟักทองมาให้ลิ้มลอง เช่น บิงซูฟักทองราดซอสคาราเมล หรือไอศกรีมฟักทองผสมส้มโรยด้วยผงโกโก้

ส่วนด้านกิจกรรม นอกจากจะมีจัดสวนในขวดแก้วได้แล้ว ยังสามารถปลูกผักปลอดสารพิษได้ ในราคาชุดละไม่เกิน 60 บาท มีอุปกรณ์ให้หมดทั้ง ผ้ากันเปื้อน จอบเสียมอันเล็กๆ ปลูกผักแล้วยังได้ให้คนอื่นต่อด้วย เพราะทางฟาร์มจะนำผักที่เราปลูกไปแบ่งปันให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า คนยากไร้ รวมถึง ตามวัดและโรงเรียน ได้ทั้งเที่ยวและอิ่มใจในคราวเดียว บริเวณฟาร์มก็จัดสัดส่วนมาได้สวยงาม ถ่ายรูปออกมาสีสันสวยทุกมุมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักการถ่ายภาพ ใครสนใจเที่ยว ที่นี่เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00–17.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00–19.00 น. ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ CORO Field

วัดมหาธาตุ อยุธยา

วัดมหาธาตุเป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ใกล้วัดราชบูรณะในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 และได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จในสมัย สมเด็จพระราเมศวร เมื่อครั้งพระองค์ได้กลับมาครองราชสมบัติอีกครั้ง โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ประธานและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 1927 ซึ่งเป็นจุดที่พระองค์เคยทอดพระเนตรเห็นพระบรมสารีริกธาตุเปล่งแสงสว่างและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ความสำคัญของวัดมหาธาตุนั้น นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังถือเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางเมืองและเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย และเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 วัดมหาธาตุได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายเป็นอันมากจนถูกทิ้งร้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จุดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมาแล้วทุกคนต้องถ่ายรูป นั่นคือ เศียรพระพุทธรูปหินทรายที่ปกคลุมด้วยรากไม้ของต้นโพธิ์ข้างวิหาร ส่วนองค์พระนั้นหายไป คาดว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ในสมัยเสียกรุงจนรากไม้ขึ้นปกคลุมทำให้มีความงดงามแปลกตา

ส่วนใครไหว้พระแล้วอยากไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เดินจงกรม ต่อแบบ 2 วัน 1 คืน แนะนำไปที่วัดมเหยงคณ์ ที่นี่ทุกวันพระมีนำไปสวดมนต์ที่โบราณสถานด้วย สถานที่ปฏิบัติธรรมที่นี่ก็ค่อนข้างสัปปายะเป็นอย่างยิ่ง เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวพักสมองปล่อยวางเรื่องหนัก ทำให้มีสติพร้อมกลับมาทำงานอีกครั้ง

วัดมหาธาตุ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

บางกะเจ้า สมุทรปราการ

มาสัมผัสธรรมชาติ อากาศดีแบบสูดได้เต็มปอดโดยไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน pm2.5 กันให้เต็มอิ่มกันไปเลย

ตำบลบางกะเจ้าจัดเป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งการเดินทางจากกรุงเทพฯ นั้นง่ายมาก หากไม่อยากขับรถไปก็นำรถมาจอดที่ท่าเรือวัดบางนานอก ถนนสรรพาวุธ บางนา ขับจากแยกบางนาเข้าไปสุดทางก็จะเจอวัดบางนานอก หาที่จอดเรียบร้อยก็นั่งเรือข้ามฟากไปที่วัดบางน้ำผึ้งนอก ค่าโดยสารราคาสบายกระเป๋า เมื่อถึงวัดบางน้ำผึ้งนอก เดินจากท่าไปนิดเดียวก็จะสามารถไปชมภาพจิตรกรรมในโบสถ์และวิหารเก่าซึ่งตอนนี้กำลังได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ ภายใน นอกจากจะมีจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่แล้ว ยังมีภาพสาวมอญที่กล่าวกันว่าเป็นภาพสาวมอญที่สวยและเซ็กซี่ที่สุดในสยามประเทศ ตามที่อาจารย์ น. ณ ปากน้ำได้บรรยายไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งของท่าน ปัจจุบันวิหารเก่านี้ไม่ได้ใช้ทำสังฆกรรม หรือประกอบพิธีทางศาสนาใดๆ แล้ว

กิจกรรมที่นี่ก็มีหลากหลายให้ทำ ไม่ว่าจะปั่นจักรยานเที่ยวชมคุ้งบางกะเจ้าผ่านถนนสีเขียวเส้นทางมรกตไปหอชมนกสวนเขื่อนขันธ์ ปั่นไปชมพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย หรือปั่นไปชมกรรมวิธีและร่วมทำน้ำตาลมะพร้าวเจ้าเดียวเจ้าสุดท้ายของบางกะเจ้ากับคุณลุงพงษ์ศักดิ์ได้ รวมถึงไปเที่ยวบ้านธูปหอมสมุนไพร โดยที่นี่จะมีการอบรมวิชาชีพให้ทำ เช่น ทำผ้ามัดย้อมเย็น ทำผ้ามัดย้อมร้อน ทำธูปหอมไล่ยุง ซึ่งหากมาเป็นหมู่คณะต้องแจ้งล่วงหน้า 1 วัน  โดยคิดค่าเรียนคนละ 60 บาท ต่อคนและต่อคอร์ส ซึ่งกิจกรรมที่นี่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะการทำผ้ามัดย้อม บางกะเจ้ามีจุดให้เที่ยวชมเยอะมาก บางครั้งนักปั่นอาจหลงทางได้ ซึ่งก็มักปั่นหลงกันบ่อยจนทางบางกะเจ้าทำเคล็ดวิธีการหลงให้มีความสุขขึ้น โดยบอกทิ้งท้ายว่าการหลงไม่น่าตกใจเพราะท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชุมชนได้ดี รวมถึงจะได้พบสิ่งที่ดีงามอย่างไม่ตั้งใจก็ได้ สำหรับข้อม๔ลเพิ่มเติม ตามอ่านได้ที่เพจ บางกะเจ้า Bangkachao

ชุมชนบ้านบางพลับ สมุทรสงคราม

ชุมชนบ้านบางพลับ เป็นชุมชนที่ประกอบอาชีพทำการเกษตรผสมผสานเชิงอนุรักษ์ ทำสวนแบบยกร่องโดยใช้ระบบน้ำขึ้นน้ำลง ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ลิ้นจี่พันธ์ค่อมลำเจียก มะพร้าวอ่อน กล้วย มะม่วง ทำน้ำตาลมะพร้าว ทำเกษตรแบบธรรมชาติดั้งเดิมโดยไม่ใช้สารเคมีทำให้ชีวิตปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เป็นเกษตรแบบยั่งยืน ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาช้านาน จนได้รับคัดเลือกจากกระทรวงมหาดไทยให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่น ชุมชนต้นแบบพึ่งตนเองดีเด่น ชุมชนเข้มแข็งเขียวขจีดีเด่น และยังได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถึง 5 สมัยติดต่อกัน ที่นี่เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในรูปแบบของการท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์รวมถึงได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านบางพลับ โดยมีกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำ ไม่ว่าจะเป็น ปั่นจักรยานชมสวนส้มโอ สวนมะพร้าว การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว การดูแลรักษาส้มโอขาวใหญ่ปลอดสารพิษ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การท่องเที่ยวชมฐานเรียนรู้ในชุมชนอย่าง การเผาถ่านผลไม้ ทำน้ำส้มควันไม้ การทำผลไม้แช่อิ่มกลับชาติอย่างบอระเพ็ด พริก มะนาว มะละกอ รวมถึงการทำขนมไทยโบราณ การทำไข่เค็มดินจอมปลวก การทำว่าวจุฬา และการทำซออู้

ที่นี่ยังอยู่ไม่ไกลกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าง ตลาดน้ำอัมพวา อุทยาน ร.2 ตลาดน้ำบางน้อย อีกด้วย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ ชุมชนบ้านบางพลับ

Montreux cafe’ and farm นครนายก

ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมแบบครอบครัว แนวความคิดคือให้ทุกคนเหมือนได้ไปเที่ยวบ้านคุณตาคุณยาย กิจกรรมจะเน้น เล่น ลุย ดังนั้นแนะนำว่าให้เตรียมชุดมาเปลี่ยนก่อนกลับด้วย กิจกรรมหลากหลายให้ทำไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่มีบริการการอาหารและเครื่องดื่ม

เมื่อมาที่บ้านหลังนี้เด็กๆ จะได้สัมผัสกับ การพายเรือในบ่อน้ำที่ระดับน้ำประมาณ 0.80-1.20 เมตร บ่อน้ำใหญ่น้ำลึก 3 เมตร ก่อนลงเรือจะต้องสวมเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยด้วย รวมถึงมีให้อาหารเป็ด ไก่ หรือจะทำไข่เค็ม ปลูกผักกลับบ้าน ลุยหน่อยก็ลงไปดำนาที่แปลงนาสาธิตขนาดเล็ก เด็กๆจะได้ลุยแบบเต็มพิกัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้อาหารปลา ระบายสีตุ๊กตาปูน วาดภาพระบายสีตามจินตนาการ สไลเดอร์โคลนจุดนี้หลังเล่นเสร็จแล้วต้องล้างตัวที่สะพานหรือจุดให้ล้างตัวก่อนอาบน้ำด้วยเพราะน้ำประปามีจำกัดต้องช่วยกันประหยัดน้ำ ส่วนกิจกรรมพิเศษในแต่ละสัปดาห์จะมีแจ้งในเพจว่าจะมีอะไรวันไหน

Montreux cafe’ and farm ปิดทุกวันจันทร์ แต่จะเปิดวันจันทร์นักขัตฤกษ์ และปิดวันอังคารในสัปดาห์นั้นแทน เช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Montreux cafe’ and farm

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 กาญจนบุรี

เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ใกล้ปราสาทเมืองสิงห์ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปประมาณ 32 กิโลเมตร เป็นเมืองย้อนยุคตามแบบวิถีชีวิตของชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ช่วงปี ร.ศ.124 ซึ่งเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัย ทำมาหากินและต้องพึ่งตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตนี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน

เมืองมัลลิกานอกจากจะได้แต่งชุดไทยท่องเที่ยวภายในเมือง และลิ้มลองอาหารไทยแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษในบางวันด้วย บางครั้งก็มีการจัดงานแต่งงานตามประเพณีไทยขึ้นภายในเมือง รวมถึงประเพณีลอยกระทงที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ทางเมืองมัลลิกาจัดให้มีการแสดงละครเวทีชุดพิเศษ รวมถึงมหรสพ การละเล่นไทย และฟังดนตรีในสวน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกด้วย ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจ เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

ปราสาทสัจธรรม พัทยา

ปราสาทสัจธรรม พัทยา หรือ The Sanctuary of Truth Pattaya คือ ปราสาทไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศิลปะร่วมสมัย แหล่งท่องเที่ยว Unseen in Thailand ณ บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่รวมประมาณ 80 ไร่ สถาปัตยกรรมไม้แห่งนี้ ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียก วังโบราณ บ้างเรียกปราสาทไม้ แต่เจ้าของความคิดและผู้ดำเนินการก่อสร้าง “เล็ก วิริยะพันธุ์” เรียกที่นี่ว่า ปราสาทสัจธรรม

ความงามของการแกะสลัก มาจากความตั้งใจจริง และต้องการสื่อถึงคุณธรรม จริยธรรมและสัจธรรม ว่าชีวิตของมนุษย์นั้นล้วนแล้วแต่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกันหมดทั้งสิ้น ใจกลางของปราสาทสัจธรรมเป็นที่ตั้งของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้ยังมีห้องพ่อแม่ลูก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันครอบครัวที่เล่าถึงความรักและความเมตตาว่าเริ่มจากสถาบันครอบครัว

ด้วยตัวปราสาทเป็นไม้โบราณ จึงดูแลรักษายาก ยิ่งเมื่อสร้างติดทะเล ทำให้ต้องดูแลเป็นพิเศษ ปราสาทสัจธรรมจึงเป็นสถานที่บูรณะต่อเติมทุกชิ้นส่วนอยู่ตลอดเวลา ทั้งการรักษาเนื้อไม้ และเพิ่มรูปปั้นต่างๆ การแกะสลักที่ดำเนินการในทุกวัน จึงทำให้มีการรักษาความปลอดภัยด้วยการสวมหมวกนิรภัย และมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ฉะนั้นหากไปแล้วพบว่ายังก่อสร้างอยู่ก็ไม่ต้องตกใจ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม พัทยา

 

 

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน