
กลุ่มธุรกิจ TCP ‘ปลุกพลัง คนทำงาน ให้ไปต่อ’ ผ่านแนวคิด Work-life Intelligence และการออกแบบพลังงานอย่างรู้จังหวะ
เชื่อว่าโลกของการทำงานในปี 2569 ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเทคโนโลยี คุณเชื่อหรือไม่ว่า ข้อมูลจากโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทยบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการจัดหางานและสรรหาบุคลากรระดับมืออาชีพ ระบุว่าองค์กรในประเทศไทย ปี2569 ต้องเผชิญภาวะขาดแคลนทักษะรุนแรงขึ้น องค์กรไทยกว่า 2 ใน 3 เผชิญปัญหาขาดคนเก่งยาก เพราะผู้สมัครที่มีประสบการณ์ตรงและทักษะที่ตรงความต้องการของตลาดขาดแคลน และอีกส่วนหนึ่งคนทำงานก็มีภาวะหมดไฟทำงาน (Burnout) ความเครียดสะสมจากการทำงานหนักขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้องค์กรธุรกิจหลายองค์กรได้ให้ความสำคัญ‘ปลุกพลัง คนทำงาน ให้ไปต่อ’
วันนี้ #SPRiNG พาไปรู้จัก ‘กลุ่มธุรกิจ TCP’ หนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนอย่างจริงจัง ปีนี้มาด้วยความตั้งใจที่จะ “ปลุกพลัง คนทำงาน ให้ไปต่อ” ผ่านแนวคิด Work-life Intelligence สอดคล้องกับข้อมูลจากโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทยมาก และถึงแม้กลุ่มธุรกิจ TCP จะดำเนินธุรกิจมาถึง 70 ปีแล้ว แต่ TCP ยังคงยึด “ทรัพยากรบุคคล” เป็นหัวใจสำคัญ เพราะเชื่อว่าพลังของคนทำงานคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้องค์กรก้าวไปได้ไกล
แน่นอนว่าหลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า Work-life Balance ที่ต้องแบ่งเวลาให้เท่ากัน แต่ในมุมมองของ TCP นั่นอาจทำให้เรา “สำเร็จแต่หมดแรง” และเสี่ยงนำไปสู่ Burnout ในที่สุด โดย ‘ประกรรษ์ จันทร์ทอง’ ประธานผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มธุรกิจ TCP ได้อธิบายสูตรลับ “ปลุกพลัง คนทำงาน ให้ไปต่อ” เปรียบเทียบกับการเล่นเทนนิสในโลกธุรกิจว่า คนที่เก่งไม่ใช่คนที่หวดแรงตลอดเวลา แต่คือคนที่รู้จังหวะว่าตอนไหนควร “รุก” เพื่อทำแต้ม และตอนไหนควร “ผ่อน” เพื่อรักษากำลัง นี่คือที่มาของ Work-life Intelligence การบริหารพลังงานอย่างมีจังหวะ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพงานสูงสุด พร้อมยังมีพลังเหลือไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
พามาดูตัวอย่างหัวใจสำคัญที่ TCP ใช้ขับเคลื่อนองค์กรผ่านเฟรมเวิร์กที่เรียกว่า 3 Step Energy Design ซึ่งเป็นการออกแบบพลังการทำงานในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม:
• Design Self : พนักงานทุกคนมองเห็นภาพ Meaningful Job หรือความหมายของงานที่ตัวเองทำ เช่น พนักงานฝ่ายผลิตไม่ได้เป็นเพียงคนคุมเครื่องจักร แต่คือคนที่กำลังส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้กับผู้คนจำนวนมาก เมื่อเห็นตัวเองอยู่ในภาพความสำเร็จนั้น เขาจะไม่ได้ทำงานด้วยหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ทำด้วยใจที่อยากไปต่อ
• Design Team: ในโลกการทำงานจริง ไม่มีใครรักษาพลังไว้ได้เต็มร้อยตลอดเวลา ทีมที่ดีจึงต้องช่วยกันประคอง รับส่งพลัง และแก้ปัญหาไปด้วยกัน TCP เชื่อว่าทีมที่แข็งแรงไม่ใช่ทีมที่ทุกคนเก่งคนเดียว แต่คือทีมที่ประสานพลังกันได้อย่างไร้รอยต่อ
• Design Environment : การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการมีพลัง ไม่ว่าจะเป็นวิธีทำงาน ระบบคิด หรือพื้นที่ให้คนได้ทดลองและเติบโต เพื่อให้คนไม่ต้องเสียพลังไปกับความไม่ชัดเจน แต่สามารถทุ่มพลังไปกับการสร้างคุณค่าได้อย่างเต็มที่
อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจที่ #SPRiNG เห็นว่า TCP ได้ทำและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับองค์กรอื่นๆ ได้นั่นก็คือภาพชัดที่สุดคือทีม Business Development (BD) ที่ออกไปบุกตลาดโลก พวกเขาไม่ได้สู้เพียงลำพัง แต่มีทีมซัพพอร์ตคอยสแตนด์บายข้อมูล และมีนโยบายจากองค์กรที่พร้อมให้ล้มแล้วลุก จนเปลี่ยนความกลัวเป็นความภูมิใจและงานที่มีความหมายได้อย่างภาคภูมิใจ
ต่อมาคือเรื่องของ AI ซึ่งหากถามว่าแล้ว..AI ช่วย “ปลุกพลังคนทำงาน” ได้อย่างไร? สำหรับ TCP AI ไม่ใช่เครื่องมือแทนคน แต่คือ “Partner” ที่ช่วยออกแบบการทำงานให้รู้ล่วงหน้าและลื่นไหลขึ้น เช่น Smart Manufacturing ที่โรงงานปราจีนบุรี ผ่าน Real-time Dashboard และระบบ “Alert ก่อน Alarm” ทำให้ทีมเห็นความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหา ทุกคนใช้ข้อมูลเดียวกัน ลดงานสูญเปล่า และคืนเวลาให้พนักงานได้ Reset สมอง โฟกัสกับงานสำคัญ พร้อมมี Well-being ที่ดีขึ้น
แน่นอนว่านี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างขององค์กรที่เดินหน้า “ปลุกพลัง คนทำงาน ให้ไปต่อ” โดยสำหรับ TCP คำว่า “ไปต่อ” ไม่ได้หมายถึงการฮึดสู้ระยะสั้นหรือทำงานให้ถึง KPI เท่านั้น แต่คือการนำพนักงานให้รู้สึกว่า สิ่งที่ทำมีคุณค่ามีความหมาย และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร เพราะท้ายที่สุด องค์กรที่แข็งแรงไม่ใช่แค่มีคนเก่ง แต่คือองค์กรที่ทำให้ทุกคนมีพลังจะไปต่อได้อย่างมีความหมาย