
SHORT CUT
ผลสำรวจพบคนรุ่น Gen Z เลือกการนอนหลับพักผ่อนแทนการมีเพศสัมพันธ์ พร้อมให้ความสำคัญกับความมั่นคงในหน้าที่การงาน ความสำเร็จส่วนตัวและความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ ชี้โซเชียลมีเดีย-ค่านิยมยุคใหม่อาจอยู่เบื้องหลังแนวโน้มนี้
พูดได้เลยว่า Gen Z คนรุ่นที่เกิดระหว่างปี 1997 ถึง 2012 มีจังหวะชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเองอย่างชัดเจน
พวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และก็ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์มากนัก แล้วคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้กำลังทำอะไรกันอยู่?
จากผลการสำรวจของ EduBirdie ที่มีผู้เข้าร่วม 2,000 คน พบว่า 67% ของคนรุ่น Gen Z เลือกการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์
ยิ่งทำให้คนรุ่นก่อนหน้าตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อผลการสำรวจยังเผยให้เห็นว่า 64% ของกลุ่มคนหนุ่มสาวให้ความสำคัญกับการมีหน้าที่การงานมั่นคง ส่วน 59% มุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จส่วนตัว และครึ่งหนึ่งหันมาใส่ใจการรักษามิตรภาพที่ดีต่อใจ และ 46% เลือกใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่นี้ไม่ได้หัวโบราณไปเสียทั้งหมด เพราะ 37% เปิดเผยว่า เคยทดลองประสบการณ์ทางเพศ ส่วนอีก 29% เคยมีเพศสัมพันธ์ในที่สาธารณะ และ 23% ส่งข้อความเชิงชู้สาวในเวลางาน
“จูเลีย อเล็กเซเอนโก” นักวิเคราะห์วัฒนธรรมสมัยนิยมและสื่อจาก EduBirdie กล่าวว่า ก่อนที่คนรุ่นเก่าจะตัดสินกลุ่มคนขี้อายกลุ่มนี้ สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาด้วยว่า คนรุ่น Gen Z คือรุ่นที่ต้องเผชิญกับกระแสการต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ตีกลับหลังจากยุคแห่งการปลดปล่อยเสรี การคิดค้นยาเม็ดคุมกำเนิด การทำให้การใช้สารเสพติดชนิดอ่อนเป็นเรื่องปกติ และยุคแห่งความรักในฤดูร้อน (Summer of Love) ล้วนห่างไกลจากชีวิตประจำวันของกลุ่มคนรุ่นนี้เป็นอย่างมาก
คนรุ่นใหม่ถูกผลักดันให้ถูกผลักดันให้ใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันแทนการไปสถานที่จริง ดังนั้น Gen Z ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า นั่นคือ การดู Netflix และการดูแลตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป
ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า Gen Z มีความตั้งใจเกี่ยวกับความใกล้ชิดมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ โดย 82% ยืนยันว่าจะพูดคุยถึงเรื่องขอบเขตก่อนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง และ 92% รู้สึกมั่นใจที่จะพูดว่า “ไม่” บนเตียง ไม่มีอะไรผิดปกติกับการไม่ต้องการประสบการณ์ที่ไร้ความหมายและอาจทำให้เสียใจในภายหลัง
และแม้ว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้อาจมีเหตุผลที่ดีสำหรับชีวิตทางเพศที่ลดลง เมื่อพิจารณาจากผลสำรวจของ General Social Survey ที่ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ชาย 1 ใน 3 คนและผู้หญิง 1 ใน 5 คน ไม่มีเพศสัมพันธ์เลย แต่คำถามคือ แล้วคนอเมริกันกลุ่มอื่น ๆ ที่เหลือมีเหตุผลอะไรที่ปล่อยให้ตัวเองห่างหายจากกิจกรรมทางเพศเป็นเวลานาน
ดร. เดบรา โซห์ นักประสาทวิทยาด้านเพศสัมพันธ์ เขียนไว้ในหนังสือ “Sextinction: The Decline of Sex and the Future of Intimacy” ว่า การสร้างภาพอุดมคติที่มีมาตรฐานสูงเกินจริง ทำให้ผู้ชายบางคนเชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผู้ติดตามหลายล้านคนอาจจะหันมาสนใจพวกเขาในสักวันหนึ่ง และทำให้ผู้หญิงเลือกให้ความสนใจเฉพาะผู้ชายที่สูงเกิน 180 เซนติเมตรและร่ำรวยมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้น หญิงสาวจำนวนมากยังเลือกยังเลือกที่จะครองตัวเป็นโสดโดยงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ เพราะมองว่าวัฒนธรรมการมีความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยเอื้อประโยชน์ต่อผู้ชายเท่านั้น
ด้าน “มันดานา ซาร์กามี” (Mandana Zarghami) อินฟลูเอนเซอร์คนดังและคนรุ่น Gen Z กล่าวกับ The Post ว่า ไม่ได้จะตัดสินใคร แต่ในขณะเดียวกัน การมีความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดทำลายช่วงงเวลาอันพิเศษและใกล้ชิดที่ควรมีเมื่อได้พบกับคนที่อยากใช้ชีวิตด้วยจริง ๆ ไปเสียหมด
ที่มา : New York Post