‘Retail Therapy’ พฤติกรรมช็อปบำบัดฮีลใจช่วยได้จริงไหม?

‘Retail Therapy’ พฤติกรรมช็อปบำบัดฮีลใจช่วยได้จริงไหม?

เครียดทีไรต้องเปย์ทุกที! ชวนเช็กกลไกจิตวิทยาเบื้องหลังการช็อปปิงบำบัด พฤติกรรมนี้ช่วยเยียวยาอารมณ์ได้จริงหรือเป็นสัญญาณเตือนของการเสพติดช้อปปิ้ง?

SHORT CUT

  • การช็อปปิงบำบัด (Retail Therapy) คือพฤติกรรมการซื้อของเพื่อทำให้อารมณ์ดีขึ้น ซึ่งในทางจิตวิทยาช่วยสร้างความรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้ช่วยลดความเครียดได้ชั่วคราว
  • แม้จะช่วยเยียวยาจิตใจในระยะสั้น แต่หากใช้เป็นวิธีหลักในการหลีกหนีปัญหา อาจนำไปสู่การเสพติดการช็อปปิงและสร้างปัญหาทางการเงินในระยะยาวได้
  • ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของตนเอง หากพบว่าการช็อปปิงเริ่มควบคุมไม่ได้และส่งผลกระทบต่อชีวิต ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อหาทางแก้ไขที่ยั่งยืน

เครียดทีไรต้องเปย์ทุกที! ชวนเช็กกลไกจิตวิทยาเบื้องหลังการช็อปปิงบำบัด พฤติกรรมนี้ช่วยเยียวยาอารมณ์ได้จริงหรือเป็นสัญญาณเตือนของการเสพติดช้อปปิ้ง?

เคยไหม? เวลาเครียด ดิ่ง หรือวิตกกังวลทีไร มือมันต้องกดเข้าแอปช็อปปิงออนไลน์ หรือต้องเดินเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าไปรูดบัตรซื้อของทุกที พฤติกรรมที่ใครหลายคนเรียกว่าการ ‘ช็อปปิงบำบัด’ หรือ ‘Retail Therapy’ แท้จริงแล้วมันช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้จริง หรือเป็นเพียงแค่กลไกในการหนีปัญหาที่อาจนำพาผลกระทบด้านลบมาสู่ชีวิตในระยะยาว?

เปิดนิยาม Retail Therapy

คำว่า ‘Retail Therapy’ นั้น แท้จริงแล้วเป็นคำสแลงหรือภาษาพูดที่ผู้คนมักใช้เรียกพฤติกรรมการซื้อของเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งของที่เข้ามาช่วยฮีลใจในชั่วขณะนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของชิ้นใหญ่โต หรือมีราคาแพงเสมอไป

หลายครั้งมันเริ่มต้นง่าย ๆ แค่การได้ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้รางวัลตัวเองในวันแย่ ๆ เช่น ไอศกรีมรสโปรดสักแท่ง กาแฟเย็นแก้วอร่อย เสื้อผ้าตัวใหม่ ของสะสมที่ชอบ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อประสบการณ์อย่างตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ หรือการแพ็คกระเป๋าออกไปท่องเที่ยว

ทำไมการซื้อของถึงทำให้อารมณ์ดีขึ้น?

ในมุมมองทางจิตวิทยา พฤติกรรมการช็อปปิงแก้เครียดนี้มีกลไกซ่อนอยู่เบื้องหลังที่ตอบสนองต่ออารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราเสพติดการช้อปปิ้งบำบัด มีดังนี้:

  1. สร้างความรู้สึกตื่นเต้นและให้รางวัล: การได้เลือกซื้อและครอบครองสิ่งใหม่ ๆ กระตุ้นให้สมองรู้สึกตื่นเต้นและมองว่านี่คือการให้รางวัลสำหรับตัวเอง
  2. สร้างอำนาจในการควบคุม: ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังเผชิญหน้ากับความเครียดหรือปัญหาที่ไม่สามารถจัดการได้ การได้เลือกซื้อของจะเป็นการสร้างความรู้สึกว่า "เรายังสามารถควบคุมอะไรบางอย่างได้" ในชีวิต
  3. ผลกระทบสองด้าน: ฮีลใจชั่วคราว หรือสร้างปัญหาถาวร? แม้ว่าการช้อปปิ้งจะสามารถช่วยฮีลใจและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ในระยะสั้น ๆ แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังคือคำถามที่ว่า "พฤติกรรมนี้ส่งผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน?"

หากเราไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง และยึดติดกับการช้อปปิ้งเพื่อเป็นกลไกหลักในการหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีจากปัญหาทางอารมณ์ พฤติกรรมนี้ก็อาจจะยกระดับไปสู่ ‘พฤติกรรมการเสพติดช็อปปิง’ ซึ่งแน่นอนว่าจะตามมาด้วยการสร้างปัญหาทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต

เช็กสัญญาณเตือน และแนวทางการรับมือ

เพื่อไม่ให้การช้อปปิ้งบำบัดกลับมาทำร้ายตัวเราเอง สิ่งสำคัญคือการหมั่นสำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของตนเองอยู่เสมอ หากพบว่าคุณกำลังใช้เงินซื้อของเพื่อหลีกหนีปัญหา หรือเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ การหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างนิสัยใหม่ที่ดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวจึงเป็นสิ่งจำเป็น

และหากรู้สึกว่าพฤติกรรมดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิต หรือทำอย่างไรก็ไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้ การตัดสินใจเข้าไปพูดคุยและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ก็เป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยให้เราสามารถปรับพฤติกรรมได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนที่สุด

อ้างอิง: PMC