
SHORT CUT
เครียดทีไรต้องเปย์ทุกที! ชวนเช็กกลไกจิตวิทยาเบื้องหลังการช็อปปิงบำบัด พฤติกรรมนี้ช่วยเยียวยาอารมณ์ได้จริงหรือเป็นสัญญาณเตือนของการเสพติดช้อปปิ้ง?
เคยไหม? เวลาเครียด ดิ่ง หรือวิตกกังวลทีไร มือมันต้องกดเข้าแอปช็อปปิงออนไลน์ หรือต้องเดินเลี้ยวเข้าห้างสรรพสินค้าไปรูดบัตรซื้อของทุกที พฤติกรรมที่ใครหลายคนเรียกว่าการ ‘ช็อปปิงบำบัด’ หรือ ‘Retail Therapy’ แท้จริงแล้วมันช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้จริง หรือเป็นเพียงแค่กลไกในการหนีปัญหาที่อาจนำพาผลกระทบด้านลบมาสู่ชีวิตในระยะยาว?
คำว่า ‘Retail Therapy’ นั้น แท้จริงแล้วเป็นคำสแลงหรือภาษาพูดที่ผู้คนมักใช้เรียกพฤติกรรมการซื้อของเพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งของที่เข้ามาช่วยฮีลใจในชั่วขณะนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นของชิ้นใหญ่โต หรือมีราคาแพงเสมอไป
หลายครั้งมันเริ่มต้นง่าย ๆ แค่การได้ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้รางวัลตัวเองในวันแย่ ๆ เช่น ไอศกรีมรสโปรดสักแท่ง กาแฟเย็นแก้วอร่อย เสื้อผ้าตัวใหม่ ของสะสมที่ชอบ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อประสบการณ์อย่างตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ หรือการแพ็คกระเป๋าออกไปท่องเที่ยว
ในมุมมองทางจิตวิทยา พฤติกรรมการช็อปปิงแก้เครียดนี้มีกลไกซ่อนอยู่เบื้องหลังที่ตอบสนองต่ออารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราเสพติดการช้อปปิ้งบำบัด มีดังนี้:
หากเราไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง และยึดติดกับการช้อปปิ้งเพื่อเป็นกลไกหลักในการหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีจากปัญหาทางอารมณ์ พฤติกรรมนี้ก็อาจจะยกระดับไปสู่ ‘พฤติกรรมการเสพติดช็อปปิง’ ซึ่งแน่นอนว่าจะตามมาด้วยการสร้างปัญหาทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต
เพื่อไม่ให้การช้อปปิ้งบำบัดกลับมาทำร้ายตัวเราเอง สิ่งสำคัญคือการหมั่นสำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของตนเองอยู่เสมอ หากพบว่าคุณกำลังใช้เงินซื้อของเพื่อหลีกหนีปัญหา หรือเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ การหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างนิสัยใหม่ที่ดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวจึงเป็นสิ่งจำเป็น
และหากรู้สึกว่าพฤติกรรมดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิต หรือทำอย่างไรก็ไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้ การตัดสินใจเข้าไปพูดคุยและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ก็เป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยให้เราสามารถปรับพฤติกรรมได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนที่สุด
อ้างอิง: PMC