
SHORT CUT
ยิ่งเสพข่าวร้าย ยิ่งกดสั่งของ? สำรวจปรากฏการณ์ ‘ภาษีความเครียด’ เมื่อการช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นกลไกทวงคืนอำนาจ และที่พึ่งสุดท้ายในวันที่เราจัดการปัญหาโลกไม่ได้ด้วยตัวเอง"
ในยุคที่เราตื่นมาเจอกับข่าวสารสงครามข้ามทวีป ประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ดรามาการเมือง ปฏิเสะไม่ได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้กำลังทำให้เราเกิดสภาวะความเครียดแบบไม่รู้ตัว เราอาจจะรู้สึกเหนื่อยล้าไปกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว เครียดไปกับค่าน้ำมันและความกังวลว่าเราจะมีน้ำมันใช้กันเพียงพอหรือไม่ แต่พอตกดึก ในมือถือของใครหลายคนกำลังกด ‘ยืนยันการชำระเงิน’
ไม่ใช่แค่ความไร้วินัยทางการเงิน แต่มันคือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า ‘Doom-Scrolling Tax’ หรือ ‘ภาษีความเครียด’ ที่เรากำลังจ่ายแบบไม่รู้ตัว
คำว่า Doom-scrolling คือพฤติกรรมการไถเสพข่าวร้ายอย่างต่อเนื่อง ยิ่งช่วงนี้ที่หน้าฟีดเต็มไปด้วยข่าวสงครามและวิกฤตพลังงาน สมองของเราจะถูกกระตุ้นให้หลั่ง ‘คอร์ติซอล’ (ฮอร์โมนความเครียด) ออกมาแบบไม่พัก
ในมุมมองของจิตวิทยา เมื่อมนุษย์เผชิญกับสภาวะที่รู้สึกว่า "ควบคุมอะไรไม่ได้เลย" เช่น เราไปหยุดสงครามไม่ได้ และเราสั่งลดราคาน้ำมันไม่ได้ สมองจะสั่งการให้เราพยายามหาทางเรียกคืนอำนาจในการควบคุมกลับมา และวิธีที่ง่ายและเห็นผลทันตาที่สุดก็คือ ‘การช้อปปิ้งออนไลน์’ หรือที่เรียกว่า 'Retail Therapy' ในทางสิ่งนี้เป็นกลไกการรับมือกับความเครียดรูปแบบหนึ่ง
เพราะเพียงแค่เราสวมบทบาทเป็น ‘ผู้เลือก’ ก็สามารถช่วยฟื้นฟูความรู้สึกว่าเรายังมีสิทธิและอำนาจในการจัดการชีวิตตัวเองได้ และท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเพราะในวินาทีที่เรากดสั่งซื้อของและรอคอยกล่องพัสดุมาส่ง สมองจะหลั่ง ‘โดพามีน’ ออกมาสร้างความสุขระยะสั้น เป็นการดึงความรู้สึกว่า ‘ฉันยังสามารถควบคุมบางสิ่งในชีวิตได้’ กลับคืนมา
ยิ่งเมื่อตรรกะเหล่านี้ได้ทำงานร่วมกับ ‘Treat Culture’ คือการใช้ชีวิตมาเหนื่อยแล้ว ขอให้รางวัลตัวเองหน่อยนะ และทฤษฎีอย่าง ‘Girl Math’ ตรรกะการใช้เงินที่หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองในการซื้อของเพื่อลดความรู้สึกผิด ก็ยิ่งกลายเป็นเกราะชั้นดีที่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกชอบธรรมในการใช้เงินเพื่อหลีกหนีข่าวความตึงเครียดจากสถานการณ์บ้านเมือง หรือตัวเลขเศรษฐกิจที่ชวนปวดหัว
แม้การช้อปปิ้งจะเหมือนเป็นทางออกที่หอมหวานที่ช่วยบรรเทาความเครียดเราจากสถานการณ์โลกสุดเครียด ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยสะท้อนภาพที่น่ากังวลว่า กลุ่ม Gen Y และ Gen Z มีสัดส่วนหนี้เสีย โดยเฉพาะในหมวด ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ ยิ่งในยุคที่แอปพลิเคชันมีซื้อก่อนผ่อนทีหลัง (เช่น SPayLater, Pay Next) ยิ่งทำให้กำแพงความยับยั้งชั่งใจต่ำลงไปอีก
กระบวนการเปลี่ยนความเครียดเป็นยอดขายจึงเกิดขึ้นอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และความตลกร้ายคือ เราพยายามซื้อของเพื่อหนีจากความเครียดทางเศรษฐกิจ แต่สุดท้ายกลับได้ ‘หนี้สิน’ ซึ่งเป็นความเครียดก้อนใหญ่กว่าเดิมมาคล้องคอแทน
ความน่ากลัวของ Doom-Scrolling Tax คือถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรู้ดีถึงสัญชาตญาณของมนุษย์ที่มักจะโฟกัสกับเรื่องแง่ลบเพื่อระวังภัย งานวิจัยจากวารสารวิทยาศาสตร์ PNAS ชี้ให้เห็นว่า อัลกอริทึมมักจะถูกขับเคลื่อนด้วยความขัดแย้งและเนื้อหาเชิงลบ เพื่อดึงยอดเอนเกจเมนต์และตรึงให้เราอยู่กับหน้าจอนานที่สุด
และเมื่อถึงช่วงดึก ร่างกายจะเกิดภาวะ ‘Decision Fatigue’ หรือความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ โดยงานวิจัยใน Journal of Personality and Social Psychology อธิบายกลไกนี้ว่า พลังงานในการควบคุมตัวเอง ของมนุษย์มีจำกัดเหมือนแบตเตอรี่ เมื่อถูกใช้ไปกับความเครียดทั้งวัน พอตกดึกกำแพงความยับยั้งชั่งใจจะลดลงเหลือศูนย์
ณ วินาทีที่แบตเตอรี่ความยับยั้งชั่งใจเราเหลือศูนย์ อัลกอริทึมจะสลับมาเสิร์ฟโฆษณาสินค้าไลฟ์สไตล์ หรือโปรโมชัน Flash Sale ตรงหน้าแบบรู้ใจ ประกอบกับระบบการชำระเงินแบบ 1-Click Buy หรือสแกนจ่ายที่แนบเนียน (Frictionless Payment) ทำให้กระบวนการ ‘เปลี่ยนความเครียดเป็นยอดขาย’ เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบก่อนที่เราจะทันได้ฉุกคิด
สงครามอาจจะยังไม่จบในเร็ววัน และวิกฤตพลังงานก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถได้คือการที่เราต้องจัดการความเครียดในการเสพข่าว และการจัดการไม่ให้ความเครียดของเหล่ากลายเป็นภาระในภายหลัง
ท้ายที่สุดแล้ว ปรากฏการณ์ Doom-Scrolling Tax สะท้อนให้เห็นว่า การช้อปปิ้งอาจซื้อความรู้สึก 'ควบคุมได้' ให้เราเพียงช่วงสั้นๆ ระหว่างรอพัสดุมาส่ง แต่เมื่อแกะกล่องเสร็จ วิกฤตเศรษฐกิจระดับมหภาคก็ยังคงอยู่ที่เดิม การหันมาสร้างภูมิคุ้มกันทางใจที่เข้มแข็ง จึงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าการพึ่งพาความสุขที่มาพร้อมกับใบเสร็จ โลกภายนอกจะผันผวนแค่ไหนอาจเป็นสิ่งที่เหนือการควบคุม แต่อย่างน้อยการตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมนี้ ก็ช่วยให้เราไม่ต้องสูญเสียความมั่นคงทางการเงินไปโดยไม่จำเป็น