
SHORT CUT
เพราะทุกวันนี้คนรุ่นใหม่มองว่าบุหรี่และแอลกอฮอล์ไม่ใช่ทางออกของการแก้เครียดเสมอไป และหันมาให้ความสนใจกับการเปิดการ์ดโปเกมอนแทน
ทำไมเราต้องไปเสียเงินซื้อค็อกเทลสักแก้ว หรือบุหรี่สักซอง ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะได้ลุ้นเจอ 'พิคาชูร่างหายาก' หรือ Shiny Pikachu อยู่ตรงหน้า ? แนวคิดนี้กำลังเริ่มกลายเป็นกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z ที่เริ่มมองว่าบุหรี่และแอลกอฮอล์ อาจไม่ใช่ทางออกความเครียด แต่เป็น 'การ์ดโปเกมอน' ต่างหาก
ลองจินตนาการว่าคุณเพิ่งผ่านวันอันแสนโหดร้ายมา ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานล่วงเวลาจนออฟฟิศกลายเป็นหลุมดำที่ดูดพลังงาน หรือการกลับมาถึงบ้านแล้วต้องเจอกองงานบ้านมหาศาล คุณจะเลือกทำอะไรเพื่อเยียวยาจิตใจ ซึ่งคนเรานั้นก็มีวิธีการรับมือความเครียดที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน หรือออกไปเรียกเหงื่อที่ยิม แต่สำหรับคนยุคใหม่บางกลุ่มที่ยังมีรายได้ไม่มากนัก พวกเราได้สร้างกลยุทธ์การรับมือความรู้สึกเชิงลบแบบใหม่ นั่นก็คือการเปิดซองการ์ดโปเกมอน หรือซองสุ่มนั่นเอง
บนหน้าฟีดของ TikTok เราอาจได้เห็นภาพหญิงสาวที่ถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า “วันนี้เจอเรื่องแย่ๆ มามาก หวังว่าการแกะซองนี้จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นนะ” ก่อนจะฉีกซองพลาสติกเงาวับออก หรือในอีกเคสหนึ่งที่หญิงสาวผู้ประสบภัยน้ำท่วมจนบ้านพังพินาศ เลือกที่จะเยียวยาจิตใจด้วยการแกะเซตการ์ดหายากที่ราคาพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,000 บาท) โดยเธอตั้งคำถามว่า “จะมีวิธีไหนที่จะช่วยชุบชูใจได้ดีไปกว่าการได้ลุ้นเปิดซองโปเกมอนตื่นเต้นๆ แบบนี้อีก”
เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นประสบการณ์ร่วมของคนในสังคม บน Reddit มีคนเขียนว่า “วันนี้อารมณ์เสีย เลยจัดไป 100 ซองจนเจอการ์ดที่อยากได้” หรือใน YouTube ที่มีชื่อคลิปว่า “Opening Up Pokémon Packs Until The Pain Goes Away” หรือแกะซองโปเกมอนไปเรื่อยๆ จนกว่าความเจ็บปวดจะหายไป
การระบายความเครียดผ่านการ์ดโปเกมอนได้กลายเป็นกิจกรรมทางสังคมรูปแบบใหม่ แทนที่จะไปนั่งดื่มปรับทุกข์กันในร้านเหล้า นักสะสมกลับรวมตัวเพื่อนฝูงมาเปิดซองการ์ดด้วยกัน หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือการเปิดกล้องไลฟ์สดให้ผู้ชมทางโซเชียลมีเดียได้ร่วมลุ้นรางวัลแจ็กพอตไปพร้อมๆ กัน
มีการล้อเลียนใน Instagram ว่า “ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ดื่มเบียร์เย็นๆ หลังวันอันแสนเหนื่อยล้า” แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นการเปิดตู้เย็นที่อัดแน่นไปด้วยกล่องการ์ดโปเกมอน มุกตลกเหล่านี้สะท้อนความจริงที่ลึกซึ้งว่า ผู้ใหญ่ในยุคนี้กำลังใช้โปเกมอนเป็นเครื่องมือในการรับมือกับการดิ้นรนของชีวิต แม้แต่ร้านขายการ์ดบางแห่งยังใช้สโลแกนการตลาดว่า เราไม่ได้มารักษา (Heal) แต่เรามาเพื่อวิวัฒนาการ (Evolve) เพื่อสื่อว่าการ์ดเหล่านี้คือคำตอบของวิกฤตการมีอยู่ของมนุษย์
นอกจากนี้ความจริงก็คือ ในซองหนึ่งที่มีการ์ด 10 ใบ โอกาสที่คุณจะเจอการ์ดหายากระดับตำนานนั้น น้อยยิ่งกว่าโอกาสที่คุณจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเสียอีก แต่ความต่างคือ คุณไม่สามารถสมัครเข้าฮาร์วาร์ดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้บ่อยเท่ากับการซื้อซองโปเกมอนมาแกะ
แฟนคลับบางคนเปรียบเทียบพฤติกรรมนี้กับการสูบบุหรี่ ในวิดีโอเราจะเห็นนักสะสมบางคนแอบเดินออกไปริมถนน เคาะซองการ์ด และดมกลิ่นการ์ดใหม่ เหมือนกับที่คนสูบบุหรี่ทำกับซองยาสูบ มันอาจจะดูไร้สาระแต่มันสมเหตุสมผล เพราะปัจจุบันอัตราการสูบบุหรี่และดื่มเหล้าในคนรุ่นใหม่ลดลงอย่างมาก การแกะการ์ดจึงกลายเป็นอบายมุขที่ไร้พิษภัย และบางครั้งอาจจะราคาถูกกว่าการเสพติดอย่างอื่นด้วยซ้ำ
ในแง่จิตวิทยา การเปิดซองลุ้นการ์ดหายากใช้กลไกเดียวกับการเล่น “สล็อตแมชชีน” เพราะมันจะไปกระตุ้นสารโดพามีนในสมอง สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการยับยั้งชั่งใจ มันอาจเป็นหลุมพรางที่ทำให้เงินในบัญชีหายวับไปกับตา แต่ในทางกลับกัน ความรู้สึกตื่นเต้นแบบเดียวกันนี้ กลับช่วยให้หลายคนเลิกเสพติดสิ่งที่อันตรายกว่าได้
บนกระทู้ Reddit มีอดีตผู้ติดสารเสพติดเล่าว่า เขาใช้การสะสมการ์ด ตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การดูความคืบหน้า และการให้รางวัลตัวเอง มาเป็นกรอบโครงสร้างในการใช้ชีวิตเพื่อเอาชนะช่วงเวลาที่ยากลำบากของการเลิกยา มันให้ความรู้สึกถึงความสำเร็จเล็กๆ แม้ในวันที่แรงจูงใจในการใช้ชีวิตจะต่ำมากก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว แผ่นกระดาษแข็งรูปพิคาชูใบเล็กๆ คงไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างในชีวิตของใครได้อย่างสมบูรณ์ แต่มันอาจจะมอบความสุขที่เรียบง่าย แม้จะเป็นเพียงความสุขชั่วคราวที่เกิดขึ้นในขณะที่เสียงซองพลาสติกถูกฉีกออก แต่นั่นอาจเพียงพอแล้วที่จะทำให้ใครบางคนมีแรงสู้ต่อในวันพรุ่งนี้
อ้างอิงข้อมูล : Polygon