คิดแบบสุนัข บทเรียนเรื่องต้นทุนจมที่มนุษย์ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

คิดแบบสุนัข บทเรียนเรื่องต้นทุนจมที่มนุษย์ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

มนุษย์อาจคิดซับซ้อนกว่าสัตว์ แต่กลับตัดสินใจพลาดเพราะยึดติดกับต้นทุนจม งานวิจัยชี้ว่าสุนัขอาจเลือกทางที่คุ้มค่ากว่าได้อย่างมีเหตุผลและไม่เสียดายอดีต

SHORT CUT

  • มนุษย์มักติดกับดักต้นทุนจม คือยังทำสิ่งเดิมต่อเพราะเสียดายเวลา เงิน หรือความพยายามที่ลงทุนไปแล้ว แม้ว่าการทำต่ออาจไม่คุ้มค่า
  • สัตว์บางชนิดตัดสินใจจากประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต เช่น สุนัขที่เลือกกระดูกชิ้นใหม่ทันที โดยไม่ยึดติดกับแรงที่เสียไปกับกระดูกชิ้นเก่า
  • การตัดสินใจที่มีเหตุผลควรมองไปข้างหน้า โดยพิจารณาว่าทางเลือกใดให้ผลดีมากกว่าในอนาคต แทนการยึดติดกับสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว

มนุษย์อาจคิดซับซ้อนกว่าสัตว์ แต่กลับตัดสินใจพลาดเพราะยึดติดกับต้นทุนจม งานวิจัยชี้ว่าสุนัขอาจเลือกทางที่คุ้มค่ากว่าได้อย่างมีเหตุผลและไม่เสียดายอดีต

มนุษย์มักมองว่าตนเองมีความสามารถในการคิดและตัดสินใจเหนือกว่าสัตว์ เนื่องจากสามารถวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนอนาคต และประเมินผลกระทบของทางเลือกต่าง ๆ ได้อย่างซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ความสามารถดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะตัดสินใจอย่างมีเหตุผลเสมอไป เพราะในบางสถานการณ์ มนุษย์กลับยึดติดกับความสูญเสียในอดีต จนไม่สามารถเลือกทางออกที่ให้ประโยชน์มากกว่าในอนาคตได้

ประเด็นนี้ได้รับการอธิบายในงานวิจัยชื่อ 'The Sunk Cost and Concorde Effects: Are Humans Less Rational Than Lower Animals?' หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า 'ผลกระทบจากต้นทุนจมและปรากฏการณ์คองคอร์ด: มนุษย์มีเหตุผลน้อยกว่าสัตว์ชั้นต่ำหรือไม่' ของ Hal R. Arkes และ Peter Ayton งานดังกล่าวศึกษาปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า ผลกระทบจากต้นทุนจม หรือ Sunk Cost Effect ซึ่งหมายถึงแนวโน้มที่บุคคลจะยังคงทำกิจกรรมหรือลงทุนต่อไป หลังจากได้เสียเงิน เวลา หรือความพยายามกับสิ่งนั้นไปแล้ว แม้ว่าการดำเนินการต่ออาจไม่คุ้มค่าก็ตาม

ตัวอย่างที่ช่วยอธิบายแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจนคือพฤติกรรมของลิลลี สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ที่ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงขุดหากระดูกเก่าซึ่งฝังไว้ เมื่อมันขุดพบกระดูก เจ้าของได้นำกระดูกชิ้นใหม่ที่ยังมีเนื้อติดอยู่มาให้ ลิลลีตัดสินใจทิ้งกระดูกเก่าและเลือกกระดูกใหม่ทันที แม้ว่ามันจะลงทุนทั้งเวลาและแรงกายไปกับการขุดกระดูกชิ้นเดิมแล้วก็ตาม

พฤติกรรมของลิลลีสะท้อนหลักการของ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล หรือ Rational Decision Making กล่าวคือ การตัดสินใจโดยประเมินต้นทุนและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นนับจากปัจจุบันเป็นต้นไป กระดูกชิ้นใหม่มีคุณค่าทางอาหารมากกว่า ดังนั้น การเลือกกระดูกใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ให้ประโยชน์ในอนาคตสูงกว่า ส่วนแรงและเวลาที่ลิลลีใช้ขุดไปแล้วถือเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วและไม่สามารถเรียกคืนได้ 

ในทางตรงกันข้าม มนุษย์มักนำต้นทุนในอดีตมาเป็นเหตุผลในการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น คนที่ไม่มีความสุขกับงานอาจไม่กล้าลาออก เพราะคิดว่าทำงานนั้นมานานถึงสิบปีแล้ว บางคนอาจไม่ยุติความสัมพันธ์ที่ไม่ดี เพราะเสียดายเวลาที่คบกันมา หรือผู้เล่นการพนันอาจเล่นต่อเพราะต้องการนำเงินที่เสียไปกลับคืนมา พฤติกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ความรู้สึกเสียดายสามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าการพิจารณาผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง

งานของ Arkes และ Ayton ยังกล่าวถึงปรากฏการณ์คองคอร์ด หรือ Concorde Effect ซึ่งใช้เรียกการลงทุนต่อเนื่องในโครงการที่มีแนวโน้มล้มเหลว เพียงเพราะได้ใช้ทรัพยากรไปกับโครงการนั้นเป็นจำนวนมากแล้ว ปรากฏการณ์นี้มีหลักการคล้ายกับต้นทุนจม คือผู้ตัดสินใจพยายามปกป้องการลงทุนเดิม แทนที่จะประเมินว่าการลงทุนเพิ่มเติมจะให้ประโยชน์หรือสร้างความเสียหายมากกว่าเดิม

ผู้วิจัยเสนอว่า สาเหตุหนึ่งที่มนุษย์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของต้นทุนจม คือการนำกฎที่ว่า 'อย่าทำให้สิ่งของสูญเปล่า' หรือ Don't Waste Rule มาใช้มากเกินไป โดยทั่วไป กฎนี้มีประโยชน์เพราะช่วยให้มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อสิ่งที่ลงทุนไปแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้ การพยายามลงทุนต่อเพื่อไม่ให้ของเดิมสูญเปล่า อาจกลับสร้างความสูญเสียเพิ่มเติมได้ 

สัตว์อย่างสุนัข หนู และมดอาจไม่ได้นำกฎดังกล่าวมาใช้ซับซ้อนเหมือนมนุษย์ จึงมีแนวโน้มตัดความสูญเสียและเปลี่ยนไปเลือกทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า พฤติกรรมของสัตว์ไม่ได้หมายความว่าสัตว์มีสติปัญญาเหนือกว่ามนุษย์ แต่แสดงให้เห็นว่า ในบางสถานการณ์ การไม่ยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่มีเหตุผลมากกว่า

ที่มา :psychologytoday 

related