
SHORT CUT
ผลวิจัยล่าสุดเผยคนรุ่น Gen Z ใช้ AI มากสุดในเอเชียแปซิฟิก ราว 1 ใน 3 มีปฏิสัมพันธ์กับ AI แบบเดียวกับเพื่อน สะท้อนบทบาทของ AI ที่กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือช่วยงานไปสู่ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ผลการสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยบริษัทแคสเปอร์สกี (Kaspersky) ระบุว่า คนรุ่น Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 50% ใช้ AI ทุกวันหรือเกือบทุกวัน ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรรุ่นอื่น โดยกิจกรรมที่นิยมใช้ AI ได้แก่ การค้นหาข้อมูล 57% การเรียน 54% และการระดมความคิด 50%
อย่างไรก็ตาม คนรุ่น Gen Z ไม่ได้ใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเท่านั้น โดย 32% ของผู้ตอบแบบสำรวจ รุ่น Gen Z ในภูมิภาค ระบุว่า ใช้ AI ในฐานะเพื่อน ซึ่งสูงกว่าคนรุ่นอื่น โดยพบแนวโน้มดังกล่าวในหลายประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย 39% เวียดนาม 35% ไทย 34% มาเลเซีย 33% และอินเดีย 32% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของบทบาท AI ที่กำลังเปลี่ยนจากเทคโนโลยีที่ผู้ใช้เรียกใช้งานเฉพาะเรื่อง ไปสู่ระบบที่บางคนหันมาใช้เพื่อพูดคุย ขอคำปรึกษา รับการสนับสนุนทางอารมณ์ หรือคลายความเหงา
ผลสำรวจยังพบว่า 34% ของ Gen Z ในเอเชียแปซิฟิกใช้ AI เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวที่ไม่ต้องการเปิดเผยกับผู้อื่น โดยเวียดนามมีสัดส่วนสูงสุดที่ 42% ตามมาด้วยอินเดีย 37% และอินโดนีเซีย 36%
อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและช่วยด้านอารมณ์ได้ แต่แคสเปอร์สกีย้ำว่า AI ไม่ใช่เพื่อนมนุษย์ และคำตอบอาจผิดพลาดหรือไม่เหมาะสมได้ การที่ผู้ใช้งานรู้สึกไว้วางใจ AI มากขึ้นยังอาจทำให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากกว่าการใช้บริการออนไลน์ทั่วไป
ใช้ AI มาก แต่ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป
แม้ Gen Z จะมีความคุ้นเคยและมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยี แต่ผลสำรวจชี้ว่า ผู้ใช้จำนวนมากยังประเมินความเสี่ยงจาก AI ต่ำเกินไป โดย 45% ของกลุ่มคนรุ่น Gen Z ระบุว่า ใช้มาตรการป้องกันอย่างสม่ำเสมอเมื่อใช้งาน AI ขณะที่ 51% ใช้มาตรการดังกล่าวเป็นครั้งคราวเท่านั้น
ความไม่สม่ำเสมอนี้เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษในมาเลเซีย ซึ่ง 54% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า ใช้มาตรการป้องกันเพียงบางครั้ง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาตลาดเอเชียแปซิฟิกที่สำรวจ รองจากจีนที่ 60% ในขณะที่อินโดนีเซียมีสัดส่วนต่ำที่สุดที่ 43%
มาตรการป้องกันที่ควรทำสามารถเริ่มต้นได้ง่าย เช่น ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออื่นก่อนนำไปใช้ และหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทด้านการศึกษา การสื่อสาร และการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นผิดพลาดอาจส่งผลต่อการเรียนหรือการตัดสินใจ ขณะที่ข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนในการสนทนาอาจรวมถึงเอกสารส่วนตัว รหัสผ่าน รายละเอียดทางการเงิน ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อความส่วนตัว ดังนั้น ยิ่งการสนทนากับ AI มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ผู้ใช้ยิ่งควรตระหนักว่าข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่บริการ AI ไม่ควรถูกถือว่าเป็นข้อมูลลับโดยอัตโนมัติ
‘วลาดิสลาฟ ทุชคานอฟ’ (Vladislav Tushkanov) ผู้จัดการกลุ่มของศูนย์วิจัยเทคโนโลยี AI ของแคสเปอร์สกี กล่าวว่า Gen Z เข้าใจแนวโน้ม AI ใหม่ ๆ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียน การสื่อสาร และชีวิตประจำวันมากกว่าคนรุ่นอื่น แต่ผู้ใช้ควรผสานความมั่นใจและความอยากรู้อยากเห็นเข้ากับการตรวจสอบข้อมูล การปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการคิดวิเคราะห์คำตอบจาก AI
ด้าน ‘เอเดรียน เฮีย’ (Adrian Hia) กรรมการผู้จัดการแคสเปอร์สกีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การที่ 1 ใน 3 ของกลุ่มคน Gen Z มอง AI เป็นเพื่อน แสดงให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นมากกว่าเครื่องมือ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับ AI มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การรู้ว่าอะไรควรเชื่อถือ ข้อมูลใดควรเปิดเผย และควรวางขอบเขตไว้ตรงไหน จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ
ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำโดยศูนย์วิจัยตลาดของแคสเปอร์สกีในเดือนมีนาคม 2026 จากผู้ตอบแบบสอบถาม 7,200 คนใน 18 ประเทศ รวมถึง ไทย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา
ที่มา: The Tech Panda