
เพลงที่รันทุกวงการ! ชวนลงลึกถึงเพลง Seven Nation Army เพลงร็อกริฟฟ์กีตาร์ในตำนานที่รันทุกวงการ สู่โชว์เวอร์ชั่นเมทัลสุดเดือดของ "เนเน่" บนเวทีระดับโลก ในรายการ America's Got Talent รอบชิงฯ
ย้อนกลับไปในวันที่ 29 มกราคม ปี 2002 ที่โรงแรม Corner Hotel เมืองเมลเบิร์น แจ็ค ไวท์ (Jack White) นักร้องและมือกีตาร์แห่งวงร็อกดูโอชาวอเมริกัน The White Stripes ได้คิดค้นท่อนริฟฟ์กีตาร์ขึ้นมาระหว่างการทัวร์ออสเตรเลีย แต่
ตอนนั้นเมื่อเขานำไปให้ เบน สแวงก์ ผู้บริหารค่ายเพลงฟัง คำตอบที่ได้กลับเป็นความเฉยเมย เดิมทีแจ็คตั้งใจจะเก็บทำนองนี้ไว้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ แต่เมื่อคิดว่าโอกาสนั้นริบหรี่ เขาจึงตัดสินใจนำมาใช้เป็นแทร็กแรกและซิงเกิลนำในอัลบั้มชุดที่สี่ Elephant (ค.ศ. 2003) ซึ่งบันทึกเสียงกันที่ Toe Rag Studios ในลอนดอน อังกฤษ
ชื่อเพลง "Seven Nation Army" ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวกับการเมืองหรือสงครามแต่อย่างใด แต่มันมาจากความทรงจำวัยเด็กของแจ็ค ไวท์ที่ออกเสียงชื่อองค์กร Salvation Army (กองทัพแห่งความรอด) ผิดเพี้ยนไป เนื้อหาที่แท้จริงของเพลงนี้ แจ็คเปรียบให้เป็น 'เพลงบลูส์หวาดระแวง' แห่งยุคมิลเลเนียม ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดัน การเผชิญหน้ากับข่าวลือ และการถูกนินทาในเมืองดีทรอยต์ ซึ่งเป็นเมืองเกิดของสมาชิกวง โดยผู้เล่าเรื่องประกาศกร้าวว่าต่อให้กองทัพทั้งเจ็ดชาติมาขวางหน้า เขาก็จะไม่ยอมอ่อนข้อใดๆ
ทันทีที่ปล่อยออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2003 เพลงที่บันทึกเสียงด้วยชิ้นดนตรีแบบมินิมอล ประกอบด้วยเสียงร้องที่แตกพร่า จังหวะกลองที่เรียบง่าย และไลน์เบสจากเอฟเฟกต์ปรับระดับเสียง กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการเพลงของโลก ณ ตอนนั้น
เพลงนี้ทะยานขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตอัลเทอร์เนทีฟของ Billboard เจาะเข้าชาร์ต US Billboard Hot 100 ได้เป็นครั้งแรกของวง และคว้ารางวัล Best Rock Song จากเวทีแกรมมี่อวอร์ดส์ ครั้งที่ 46 ขณะที่มิวสิกวิดีโอรูปสามเหลี่ยมลานตาสีแดง ขาว และดำอันเป็นเอกลักษณ์ ก็คว้ารางวัลการตัดต่อยอดเยี่ยมจากเวที MTV Video Music Awards ปี 2003 เช่นกัน
ความมหัศจรรย์ของเพลง Seven Nation Army คือทำนองริฟฟ์ที่ทะลวงสมอง เกาะติดทุกหน่วยความทรงจำ
ฟังเพียงรอบเดียวก็สามารถร้องตามได้ทันที จุดเปลี่ยนสำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อแฟนบอล Club Brugge ในเบลเยียม นำทำนองริฟฟ์มาร้องเป็นเสียง "โอ้..." ต่อเนื่องกันเพื่อเชียร์ทีม ก่อนที่เพลงนี้จะแพร่ระบาดเข้าสู่วงการฟุตบอลอิตาลี และกลายเป็นเพลงเชียร์อย่างเป็นทางการของแฟนบอลทีมชาติอิตาลีในศึกฟุตบอลโลก 2006 (Po Po Po Po Po Po Po) ซึ่งปีนั้นอิตาลีคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ
ด้วยความที่ริฟฟ์กีตาร์นี้ไม่มีข้อจำกัดด้านภาษา และคนนับหมื่นสามารถร้องพร้อมกันเพื่อสร้างความฮึกเหิมได้ทันที
ปัจจุบันเพลงนี้จึงถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางรันไปทุกวงการ ทั้งในอเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล ฮอกกี้ มวย ไปจนถึงการใช้เป็นสัญลักษณ์ในการชุมนุมทางการเมืองในสหราชอาณาจักร แจ็ค ไวท์ ถึงกับยกย่องว่าการที่ผลงานของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมประหนึ่งเพลงพื้นบ้านที่ไม่มีใครต้องถามหาความเป็นเจ้าของ คือจุดสูงสุดของการเป็นนักแต่งเพลง
ความทรงพลังของทำนองเพลงนี้ยังคงส่งอิทธิพลข้ามพรมแดน รวมถึงข้ามเวลา มาจนถึงปัจจุบัน เมื่อ "เนเน่" (Royal) ตัวแทนจากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย เลือกหยิบเพลง Seven Nation Army ไประเบิดศักยภาพ ความสามารถและพลังแห่งความร็อก ในการแข่งขันรอบชิง America's Got Talent เธอได้ทำการเปลี่ยนโฉมเพลงร็อกการาจสัญชาติอเมริกันต้นตำรับ ให้กลายเป็นเวอร์ชันเมทัลสุดเดือดที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก
การแสดงของเนเน่ไม่เพียงแต่โชว์พลังทางดนตรีที่ดุดันทะลุขีดจำกัด แต่ยังเสมือนเป็นการคารวะและสดุดีวง The White Stripes ซึ่งมีสมาชิกเพียง 2 คนคือ แจ็ค และ เม็ก ไวท์ (Meg White) ด้วยท่วงทำนองที่เน้นเสียงกีตาร์และกลองตามแบบฉบับดั้งเดิม
การโชว์ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "หนึ่งในริฟฟ์กีตาร์ที่ดีที่สุดในโลก" เพลงนี้ ผ่านมาเกิน 20 ปีแล้ว แต่ไม่ว่าจะถูกนำมาตีความใหม่กี่ครั้ง ก็ยังคงเป็นบทเพลงที่จุดพลังชีวิตและเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ