Travel Off Track

Travel Off Track : ท่องญี่ปุ่น เยือนโอซาก้า ไปหาเมืองโตเกียว #1 [คลิป]

ญี่ปุ่น ประเทศที่เป็นที่หมายปลายทางของหลายคนในช่วงปลายปี อาจจะด้วยเพราะเสน่ห์ของอากาศที่หนาวเย็นช่วงนั้น วัฒนธรรมและภูมิประเทศที่สวยงาม อาหารที่อร่อยล้ำ สารพัดเหตุผลที่ผู้คนอยากเดินทางไปเที่ยวสักครั้งในชีวิต

สปริงนิวส์ออนไลน์มีโอกาสได้ไปเยือนเมืองโอซาก้า และโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้พบเห็นเรื่องราวมากมายตามรายทาง ขอนำมาถ่ายทอดพร้อมภาพสวยๆ ถือเป็นการป้ายยา ให้ชวนกันพาไปเที่ยว ญี่ปุ่น กันสักครั้ง

การเดินทางเริ่มที่ทีมงานออกเดินทางค่ำคืนวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา เดินทางโดยเครื่องบินของ การบินไทย ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลางดึก ถึงท่าอากาศยานคันไซ เมืองโอซาก้า รุ่งเช้าพอดี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก็เดินพ้นตัวอาคาร สัมผัสแรกคืออากาศที่เย็นจับใจ อุณหภูมิวันนั้นราว 7-9 องศา เสื้อผ้าที่เตรียมไปยังพอเอาอยู่ พ้นอาคารผู้โดยสารมาก็เดินลากกระเป๋ามาขึ้นรถที่จอดรออยู่นอกตัวอาคารด้านหน้า สังเกตอย่างหนึ่งว่า การจัดการท่าอากาศยาน โดยเฉพาะเรื่องการจราจรออกมาค่อนข้างดี แม้ว่าท่าอากาศยานแห่งนี้จะมีเครื่องขึ้นลงไม่มาก แต่เทียบกับปริมาณผู้คนที่เข้าออก ก็ถือว่าไม่มีการติดขัดให้อารมณ์เสียเลย แถมทางเท้าที่ต้องลากกระเป๋าไปขึ้นรถก็ราบเรียบตลอดทาง ลากไปไม่มีสะดุดจนถึงตัวรถเลย มันโอเค …

หลังขึ้นรถ เราเดินทางไปที่ เมืองคิบูเนะ ใช้เวลาราว 1 ชม. ก็ถึงเมืองชนบทเล็กๆทางตอนเหนือของเกียวโต เป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้า คิบูเนะ ที่มีตำนานเล่าว่า เทพเจ้าเดินทางจากเมืองโอซาก้า โดยใช้เรือสีเหลือง ล่องตามแม่น้ำขึ้นมาที่ภูเขาและมาถึงปลายทางที่เมืองแห่งนี้ จึงตั้งชื่อเมืองตามตำนานว่า คิบูเนะ ที่แปลว่า เรือสีเหลือง ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างอุทิศให้แก่เทพเจ้า น้ำและฝน และเชื่อกันว่าจะช่วยดูแลพิทักษ์รักษาผู้ที่ออกทะเลอีกด้วย

ถนนทางเดินสู่ศาลเจ้า
ทางเข้าศาลเจ้า คิบูเนะ
ทางเดินสวยๆ อีกจุดไฮไลท์การถ่ายภาพประทับใจของที่นี่

วันเวลาผ่านไป ศาลเจ้าแห่งนี้ ก็มีพัฒนาการเพื่อสร้างแรงดึงดูดให้แก่ผู้คน ด้วยการออกวิธีการทำนายดวงชะตาในแบบแปลกแหวกแนวคือผู้เข้ารับคำทำนาย จะได้กระดาษคำทำนายแบบสุ่มมาตามดวง ดวงใครดวงมัน แต่กระดาษที่ได้รับมาจะเป็นกระดาษพิเศษ(omikuji) ซึ่งจะยังมองไม่เห็นคำทำนายจนกว่าจะนำไปแช่ธารน้ำหน้าศาลเจ้า ตัวอักษรคำทำนายจะค่อยๆปรากฏขึ้นมา ก็ถือเป็นกลเม็ดเล็กๆน้อยๆที่นำมาใช้เพื่อสร้างความน่าสนใจ

ใบคำทำนาย ที่ต้องแช่น้ำก่อนจึงจะเห็นตัวอกษรปรากฎ

สำหรับบรรยากาศทางเดินสู่ศาลเจ้าแห่งนี้ รถใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงทางขึ้นได้ ต้องจอดที่ท่ารถซึ่งห่างออกมาราว 5-600 เมตร ลงรถแล้วเดินเท้าต่อไปอีกไม่นาน ทางขึ้นศาลเจ้า ตกแต่งด้วยซุ้มประตูศิลปะแบบญี่ปุ่นสีแดงเด่นเป็นสง่า ข้างทางเดินฝั่งซ้ายมือจะเป็นแนวลำธารที่น้ำใสมากตลอดทาง เรียกว่าสวยงามตามเส้นทาง ถึงที่หมายแบบไม่รู้สึกเหนื่อยกันเลย

ลำธารริมทางเดินขึ้นสู่ตัวศาลเจ้า คิบูเนะ

ออกจากศาลเจ้า ไปเที่ยวป่ากันต่อ เหตุเพราะว่าเมืองแห่งนี้ อุดมไปด้วยป่าเขาที่สวยงาม เราเดินทางต่อไปที่ เขาอาราชิ เขาแห่งนี้ ในอดีตที่ผ่านมา เป็นสถานที่พักผ่อนของชนชั้นสูงสมัย เฮอัน และถือว่ามีบรรยากาศที่โรแมนติคที่สุดในเกียวโต หลายคนคงอาจจะเคยเห็นภาพถ่ายป่าไผ่ที่งดงามแห่งนี้มาบ้างแล้ว เราเองก็เช่นกัน จนได้มาสถานที่จริง ก็พบว่ามีความสวยงามไม่แพ้ภาพถ่ายที่เคยเห็น เสียแต่ว่าวันนั้นมีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อยช่วงหนึ่ง และนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะมาก จึงอาจจะดูวุ่นวายคราคร่ำไปด้วยผู้คน

สวนไผ่ เขาอาราชิ

จากสวนไผ่ จะมีทางเข้าสู่วัดเทนริวจิ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1339 ถือเป็น 1 ใน 5 ของวัดนิกายเซนที่มีความสำคัญมากของเกียวโต ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1994 ลักษณะอาคารของวัดเป้นไปในแบบศิลปะญี่ปุ่น เท่าที่สังเกตด้วยตาตัวอาคารที่ก่อสร้างด้วยไม้นั้น ไม่พบเห็นตะปูเลยสักตัวเดียว เป็นการก่อสร้างโดยขัดไม้เข้ามุมอย่างปราณีตจริงๆ ส่วนบรรยากาศโดยรอบก็เป็นสวนสวยๆ และสระน้ำ มิน่า เขาถึงเกริ่นนำมาว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่โรแมนติคที่สุดในเกียวโต…

ตอนหน้า จะพาเดินชมเมืองเกียวโต ในแบบทำตัวกลมกลืนสุดๆ เพราะสวมชุดกิโมโนเดินในเมืองโบราณท่ามกลางผู้คน และร้านค้ามากมาย บอกเลยว่าเกียวโต สวยงามในทุกๆที่จริงๆ

ขอบคุณข้อมูลสถานที่จาก : J Plan Holiday