
SHORT CUT
พฤติกรรมการ ‘เท’ หรือ ‘Ghosting’ ของ Gen Z ไม่ได้มีแค่บนแอปหาคู่อีกต่อไป เพราะตอนนี้เริ่มลามไปถึงการทำงานในองค์กรแล้ว
พฤติกรรม 'เท' หรือการเงียบหายไปเฉยๆ ที่เรียกกันว่า 'Ghosting' ที่ปกติแล้วอาจเคยพบเห็นได้บ่อยในแอปหาคู่ ตอนนี้ได้กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังระบาดในโลกของการทำงานไปแล้วเรียบร้อย เมื่อพนักงานรุ่น 'Gen Z' เริ่มนำพฤติกรรมนี้มาใช้กับผู้ว่าจ้าง
ตั้งแต่การเงียบหายหลังได้รับข้อเสนอ ยอมรับงานแต่ไม่ยอมเซ็นเอกสาร ไปจนถึงการเทไม่มาทำงานในวันแรก หรือที่นักวิจัยเรียกว่า 'Career Catfishing'
แม้นายจ้างหลายคนจะมองว่านี่เป็นเรื่องของการขาดความเป็นมืออาชีพ แต่หากมองให้ลึกลงไปแล้ว ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากนิสัยส่วนตัวของ Gen Z เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลพวงจากทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมการสื่อสารยุคดิจิทัล และพฤติกรรมสะท้อนกลับจากฝั่งผู้ว่าจ้างเอง
สถิติจากผลการสำรวจของ Resume.org กับผู้จัดการฝ่ายสรรหาบุคลากรมากกว่า 1,100 คน พบว่า
ปรากฏการณ์นี้สร้างความปวดหัวและเพิ่มต้นทุนให้องค์กรอย่างมหาศาล ผู้จัดการถึง 66% ระบุว่าพฤติกรรมนี้ทำให้การคัดเลือกคนยากขึ้นและแพงขึ้น และที่น่าตกใจคือ มีนายจ้างถึง 1 ใน 10 ประกาศปฏิเสธที่จะรับคน Gen Z เข้าทำงาน
แมรี่ จูเลีย คอช (Mary Julia Koch) บรรณาธิการจาก The Wall Street Journal ได้ให้มุมมองผ่านรายการ Varney & Co. ไว้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความหมดหวัง
โดย Gen Z ในอเมริกาก้าวสู่วัยทำงานท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ค่าครองชีพพุ่งสูง ภาวะเงินเฟ้อ และราคาบ้านที่เอื้อมถึงยาก ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากรู้สึกว่า “ระบบเศรษฐกิจกีดกันพวกเขาออกไป” และรู้สึกหมดหวังกับคำว่า ความฝันแบบอเมริกัน (American Dream)
นอกจากนี้เรื่องของการที่ Gen Z เติบโตมาในโลกออนไลน์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาเป็นคนรุ่นที่คุ้นเคยกับการปฏิสัมพันธ์ผ่านหน้าจอ การสื่อสารผ่านข้อความทำให้การเทกลายเป็นเรื่องปกติ
นอกจากนี้การรับมือกับการปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้า หรือการสัมภาษณ์งานที่กดดัน จึงกลายเป็นเรื่องน่ากลัวและสร้างความเครียดให้คนรุ่นนี้มากกว่าคนรุ่นก่อน
อีกหนึ่งประเด็นก็คือตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป เพราะมีอัตราการจ้างงานและการเลิกจ้างต่ำ การเงียบหายไปเลยอาจดูเป็นทางออกที่ง่ายกว่าการต้องเผชิญหน้ากับคำปฏิเสธปฏิสัมพันธ์โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า Gen Z ไม่ได้เป็นผู้คิดค้นพฤติกรรมนี้ขึ้นมา แต่พวกเขาเรียนรู้มาจากบริษัทต่างๆ นั่นเอง โดย 75% ของผู้ว่าจ้างยอมรับว่าการเทผู้สมัคร เป็นเรื่องปกติในกระบวนการสรรหาขององค์กรตนเอง
ผู้สมัครต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธด้วยระบบ AI อัตโนมัติ การไม่ได้รับคำตอบกลับหลังสัมภาษณ์ การถูกปล่อยให้รอนานหลายสัปดาห์ หรือแม้แต่การเปิดรับสมัครงานในตำแหน่งที่ไม่ได้ตั้งใจจะจ้างจริง ที่เรียกกันว่า'Ghost Jobs'
นักจิตวิทยาระบุว่าการเทของ Gen Z เป็นการปกป้องตัวเองทางอารมณ์ จากระบบที่สอนพวกเขาว่า 'การไม่ตอบ คือคำตอบเดียวที่จะได้รับ'
สุดท้ายแล้วแม้ว่าการตอบรับข้อเสนอทำงานแล้วเงียบหายไป หรือมาทำงานแล้วจู่ๆ ก็หายตัวไป ถือเป็น 'พฤติกรรมที่ไม่เป็นมืออาชีพ' อย่างชัดเจน
แต่ว่าถ้าองค์กรสร้างวัฒนธรรมการสรรหาที่ไม่ใส่ใจผู้สมัคร ตอบช้า กำหนดเวลาไม่ชัดเจน หรือเปิดตำแหน่งงานหลอกๆ องค์กรเหล่านั้นก็ไม่ควรที่จะโกรธเมื่อคนรุ่นใหม่นำวิธีการเดียวกันกลับมาใช้เช่นเดียวกัน
หนทางแก้ไขไม่ใช่การสร้างความไม่พอใจระหว่างรุ่น หรือปฏิเสธการจ้างคน Gen Z แต่คือการที่ทั้งสองฝ่ายต้องหันกลับมาปรับปรุงกระบวนการสื่อสาร สร้างความโปร่งใส และฟื้นฟูความไว้วางใจ ให้กลับคืนมาในตลาดแรงงานอีกครั้ง
อ้างอิงข้อมูล : Fox Business และ Forbes