
SHORT CUT
Chang of Art ชวนเปิดประตูสู่การค้นหาแรงบันดาลใจครั้งใหม่ ในงาน ‘20 Years of Artistic Journey’ นิทรรศการเดี่ยวครั้งสำคัญสะท้อนความรัก ความหวัง และความเชื่อ ณ MOCA BANGKOK
เมื่อศิลปะไม่ได้จบอยู่แค่บนผนัง และการสะสมงานไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของคนในแวดวงอีกต่อไป นิทรรศการ 20 Years of Artistic Journey ของ Chang of Art หรือ กรีฑา พรมโว จึงไม่ได้ชวนคนดูเพียงย้อนกลับไปสำรวจผลงานตลอด 20 ปีของศิลปิน แต่ยังชวนมองว่า ศิลปะสามารถเดินออกจากแกลเลอรี เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน และกลายเป็นทั้งพื้นที่ทางความรู้สึก ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมได้อย่างไร
เส้นทางของ Chang of Art หรือ กรีฑา พรมโว เริ่มต้นจากความหลงใหลในการวาดภาพตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนใช้เวลากว่าสองทศวรรษค่อยๆ พัฒนาภาษาทางศิลปะของตัวเอง ผ่านการผสมลายเส้นแบบ Doodle Surrealism และ Auspicious Pop Art สีสันจัดจ้าน และสัญลักษณ์เกี่ยวกับความเชื่อมงคล ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความหวัง และความเชื่อ
และด้วยความเชื่อว่าศิลปะไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดแนวคิด แต่เป็นวิถีชีวิต Chang of Art จึงมุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่ผสานคุณค่าทางศิลปะเข้ากับการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด Art in Hi-End Lifestyle ที่นำศิลปะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างมีรสนิยม โดยต่อยอดจากงานจิตรกรรมสู่ Functional Art ผ่านประติมากรรม กีตาร์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์คัสตอม
ที่ผ่านมา ผลงานของ Chang of Art ถูกจัดแสดงทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างประติมากรรมบรอนซ์ขนาดสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งถูกนำไปติดตั้งเป็นแลนด์มาร์กในกรุงเทพฯ
นิทรรศการ 20 Years of Artistic Journey เปรียบเสมือนบันทึกการเดินทางบนเส้นทางศิลปะตลอดสองทศวรรษของ Chang of Art ผ่านผลงานจาก 6 Iconic Collections เช่น
กรีฑา พรมโว หรือ Chang of Art มองว่า คนรุ่นใหม่เริ่มเห็นคุณค่าของการสะสมงานศิลปะมากขึ้น ขณะเดียวกันศิลปินไทยก็ได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เชื่อว่าในอนาคต ศิลปะจะไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งหรือของสะสม แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ การลงทุน และ Soft Power ที่สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลกได้
มุมมองนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่ต้องการงานศิลปะก้าวข้ามการเป็นเพียงผลงานสร้างสรรค์ ไปสู่การเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (Cultural Asset) ที่มีทั้งเรื่องราว อัตลักษณ์ และคุณค่าซึ่งเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา
ตัน ภาสกรนที ซึ่งเข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ มองว่าจุดเด่นของ Chang of Art อยู่ที่เอกลักษณ์ของลายเส้น สีสัน และจินตนาการ โดยงานศิลปะที่มีเรื่องราว มีตัวตน และสามารถสร้างแรงบันดาลใจ มีโอกาสสร้างคุณค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ขณะเดียวกันการสนับสนุนศิลปินไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ศิลปินมีโอกาสไปสู่เวทีระดับนานาชาติ
ด้าน คณชัย เบญจรงคกุล มองจากมุมของนักสะสมว่า จุดเริ่มต้นควรมาจากความชอบและความรู้สึกเชื่อมโยงกับผลงาน เพราะงานที่ซื้อมาอยู่ด้วยอาจต้องมองมันไปอีกนาน
แต่การสะสมก็มีมิติการลงทุนด้วย สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือ ตัวตนของศิลปิน ภาษาทางศิลปะที่ชัดเจน รวมถึงพัฒนาการและความต่อเนื่องในการสร้างผลงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้คุณค่าของงานเติบโตไปพร้อมกับเส้นทางของศิลปิน
หากมองนิทรรศการนี้เป็นเพียง retrospective เราอาจเห็นเรื่องราวของศิลปินคนหนึ่งที่ทำงานมาต่อเนื่องกว่า 20 ปี แต่หากมองอีกชั้น นิทรรศการนี้กำลังสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่าง ศิลปิน งานศิลปะ และคนดู
จากภาพบนผืนผ้าใบสู่ประติมากรรม จากแกลเลอรีสู่พื้นที่สาธารณะ จากกีตาร์ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์ งานศิลปะไม่ได้ถูกขอให้อยู่นิ่งๆ ในกรอบอีกต่อไป
นิทรรศการ 20 Years of Artistic Journey ของ Chang of Art จัดแสดงถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1–2 ชั้น G MOCA BANGKOK