'ทำงานในร้านกาแฟ' ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ-ความคิดสร้างสรรค์

'ทำงานในร้านกาแฟ' ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ-ความคิดสร้างสรรค์

เปิด 4 เหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา ไปนั่งทำงานในร้านกาแฟ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และความคิดสร้างสรรค์ได้จริง

SHORT CUT

  • บรรยากาศและระดับเสียงในร้านกาแฟ ช่วยกระตุ้นสมอง เสียงในร้านกาแฟที่ประมาณ 70 เดซิเบล เป็นระดับที่สมดุลที่สุด ไม่เงียบหรือดังเกินไป ช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ผนวกกับการได้เปลี่ยนสถานที่และเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะยิ่งช่วยกระตุ้นความจำและความอยากรู้อยากเห็น
  • การทำงานที่ร้านกาแฟท่ามกลางผู้คนแปลกหน้า ที่กำลังโฟกัสกับงานของตัวเอง จะส่งผ่านพลังงานความมุ่งมั่นมาสู่เรา ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะตั้งใจทำงานและมีสมาธิมากขึ้นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ
  • อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางธรรมชาติของร้านกาแฟ เช่น การไม่มีปลั๊กไฟ, เวลาจอดรถที่จำกัด หรือความเกรงใจที่จะนั่งแช่นานๆ จะช่วยสร้างความรู้สึกเร่งด่วน บังคับให้เราต้องรีบปั่นงานให้เสร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากเมื่อทำงานอยู่ที่บ้าน

เปิด 4 เหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา ไปนั่งทำงานในร้านกาแฟ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และความคิดสร้างสรรค์ได้จริง

ถ้าใครกำลังมองหาวิธี 'เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน' หรือแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแนะนำให้ลองยกโน้ตบุ๊กไปนั่งทำงานที่ 'ร้านกาแฟ' ใกล้บ้าน ไม่ว่าปกติจะทำงานที่ออฟฟิศหรือที่บ้าน ร้านกาแฟถือเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบในการหลีกหนีจากเพื่อนร่วมงานสายเม้าท์ที่ออฟฟิศ หรือกองผ้าที่ยังไม่ได้ซักในบ้าน

นอกจากนี้บรรยากาศของร้านกาแฟยังช่วยเปิดโลกทัศน์เมื่อเจอภาวะสมองตัน (Writer's Block) หรือคิดงานไม่ออก ที่สำคัญมันคือสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสกับพลังงานหมุนเวียนของผู้คนรอบข้างโดยมีข้อดีคือ 'ทุกคนเป็นคนแปลกหน้า จึงไม่มีใครมาขัดจังหวะความคิดของคุณ'

'ทำงานในร้านกาแฟ' ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ-ความคิดสร้างสรรค์

โดยเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา ที่อธิบายว่าทำไมการทำงานในร้านกาแฟถึงช่วยกระตุ้นไฟในการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ได้ แบ่งออกได้เป็น 4 หัวข้อหลักๆ ดังนี้

เสียงบรรยากาศรอบข้างที่สมบูรณ์แบบ

วิทยาศาสตร์พบว่าร้านกาแฟมีระดับเสียงภูมิหลังที่สมดุลพอดี มันไม่เงียบเกินไปจนได้ยินเสียงความคิดตัวเองก้องในหัว และไม่ดังเกินไปจนเสียสมาธิ

'ทำงานในร้านกาแฟ' ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ-ความคิดสร้างสรรค์

แจ็ก โคลส (Jack Close) แพทย์จากสหราชอาณาจักร อธิบายไว้ว่าระดับเสียงประมาณ 70 เดซิเบล คือปริมาณเสียงบรรยากาศที่พอดีที่สุดในการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ถ้าดังกว่า 70 เดซิเบลจะเริ่มรบกวนสมาธิ แต่ถ้าเงียบกว่านั้น สมองก็จะไม่ถูกกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ดังนั้นเราจึงได้รับแรงจูงใจจากผู้คนรอบข้างและดึงเอาศักยภาพออกมาใช้ได้ดีที่สุดท่ามกลางระดับเสียงที่พอเหมาะพอดี

สถานการณ์ใหม่ นำไปสู่ไอเดียใหม่

ผลการวิจัยชี้ว่า เมื่อสมองเปิดรับสิ่งกระตุ้นใหม่ๆ จะช่วยให้การเรียนรู้และจดจำข้อมูลใหม่ทำได้ง่ายขึ้น 'การพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์และสถานที่ใหม่ๆ จะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นเพื่อดูว่าเราจะได้รับอะไรใหม่ๆ จากที่นั่นบ้าง ความแปลกใหม่มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับทั้งแรงจูงใจและความจำ' แจ็กกล่าว

แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ความแปลกใหม่นั้นมักคงอยู่ไม่นาน เพราะว่ามันมาไวไปไวนั่นเอง ดังนั้นถ้าคุณชอบทำงานในร้านกาแฟ การสลับสับเปลี่ยนร้านหรือเปลี่ยนมุมนั่งไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยรักษาแรงกระตุ้นนี้ไว้ได้ดีขึ้น

แรงกดดันทางสังคม

ร้านกาแฟช่วยให้เราได้รับพลังงานแห่งแรงจูงใจจากการอยู่ท่ามกลางผู้คน โดยไม่มีสิ่งรบกวนจากคนรู้จัก

'ความพยายามเป็นสิ่งที่ติดต่อกันได้' แจ็กระบุ พร้อมอธิบายเสริมว่าเรามีแนวโน้มที่จะทุ่มเทให้กับตัวเองและการทำงานมากขึ้น เมื่อเห็นคนอื่นกำลังทุ่มเททำสิ่งเดียวกัน การอยู่ล้อมรอบด้วยคนที่กำลังโฟกัสและมีมุ่งมั่น จะผลักดันให้เราเลียนแบบสภาวะจิตใจแบบนั้นไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

ข้อจำกัดเรื่องเวลา

เวลาทำงานที่บ้านถ้าตารางเวลาอำนวย เรามักจะเริ่มหรือเลิกงานตอนไหนก็ได้ ซึ่งความยืดหยุ่นนี้บ่อยครั้งก็ทำให้สร้างแรงจูงใจได้ยาก แต่เมื่ออยู่ในร้านกาแฟ ก็จะไม่สามารถนั่งแช่อยู่ได้ทั้งวัน ต้องรีบปั่นงานให้เสร็จก่อนที่คนอื่นจะเริ่มสังเกตว่าเรานั่งนานเกินไปแล้ว (หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องสั่งเครื่องดื่มเพิ่มอีกแก้ว)

นิโคล มอชเฟก (Nicole Moshfegh) นักจิตวิทยาและผู้ก่อตั้ง We Rise Psychology ให้ความเห็นว่า โดยปกติแล้วการนั่งร้านกาแฟจะมีข้อจำกัดทางธรรมชาติบางอย่าง เช่น เวลาที่จอดรถ เวลาปิดร้าน หรือการไม่มีปลั๊กไฟ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความรู้สึกเร่งด่วนที่ขับเคลื่อนให้เราทำงานเสร็จเร็วขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้ยากมากเวลาทำงานที่บ้าน

สุดท้ายนี้ก็อาจเรียกได้ว่าถ้าช่วงนี้คุณรู้สึกหมดไฟ คิดงานไม่ออก ร้านกาแฟอาจเป็นคำตอบที่ให้ความสมดุลอย่างลงตัว ทั้งพลังงานจากผู้คน สิ่งกระตุ้นทางประสาทสัมผัส และโครงสร้างเวลาที่ช่วยให้โฟกัสกับงานตรงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครั้งหน้าที่รู้สึกว่างานไม่คืบหน้า ลองหยิบโน้ตบุ๊กแล้วไปจับจองมุมโปรดในร้านกาแฟใกล้บ้านดู อาจจะทำให้ทำงานดีขึ้นมากกว่าที่คิดก็ได้

ที่มา : Yahoo Life

related