
SHORT CUT
การบอกเรื่องเงินเดือนกับคนอื่น อาจเคยเป็นเรื่องแปลก แต่ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาเปิดเผยเงินเดือนกันมากขึ้น โดยเฉพาะการโพสต์ลงบนโลกออนไลน์
ในอดีตนั้นเรื่อง 'เงินเดือน' มักเป็นสิ่งที่เราอาจเคยถูกพร่ำสอนกันมาว่า ห้ามหยิบยกมาคุยกันบนโต๊ะอาหาร และถ้ามีคนมาถามเราว่า 'ได้เงินเดือนเท่าไหร่ ?' ก็มักจะปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้ไป เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
แต่พอตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ค่านิยมเหล่านั้นอาจกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z รวมไปถึง Gen Y เริ่มหันมาเปิดเผยเงินเดือน และแจกแจงบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตัวเอง ลงบนโลกออนไลน์อย่างตรงไปตรงมา
เทรนด์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'Loud Budgeting' หรือ การประกาศงบการเงินส่วนบุคคลอย่างเปิดเผย วัยรุ่นยุคนี้หันมาอัดวิดีโอลง TikTok หรือ Instagram เพื่อบอกเล่าว่าตัวเองมีรายได้เท่าไรในแต่ละเดือน เงินจำนวนนี้เอาไปจ่ายค่าอะไรบ้าง และทำไมพวกเขาถึงเลือกที่จะปฏิเสธทริปราคาแพงหรือการออกเดตที่สิ้นเปลือง
แมรี จูเลีย คอช (Mary Julia Koch) บรรณาธิการจาก The Wall Street Journal อธิบายว่า คน Gen Z เติบโตมากับการแชร์ทุกอย่างบนโลกออนไลน์อยู่แล้ว ทั้งเรื่องเพื่อน ความรัก หรือชีวิตในมหาวิทยาลัย ดังนั้นการแชร์เรื่องเงินจึงเป็นแค่ก้าวต่อไปตามธรรมชาติ
ประกอบกับคนรุ่นนี้ต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพที่สูงลิ่ว ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความกังวลว่า AI อาจเข้ามาแย่งงานในอนาคต การพูดคุยเรื่องเงินจึงกลายเป็นวิธีที่ช่วยให้พวกเขาตระหนักรู้และหันมาควบคุมอนาคตทางการเงินของตัวเองได้ดีขึ้น
นอกจากนี้มีผลสำรวจจาก The Harris Poll ที่ทำร่วมกับ Empower ที่พบข้อมูลน่าสนใจว่า ชาวอเมริกันถึง 62% ยังไม่กล้าคุยเรื่องเงินในชีวิตจริง แม้ว่า 66% จะเชื่อว่าความโปร่งใสเรื่องเงินคือหัวใจสำคัญสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ก็ตาม
ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลกก็คือ บางคนนั้นกล้าโพสต์บอกเงินเดือนให้คนบนโซเชียลมีเดียรับรู้มากกว่าการเดินไปคุยกับเพื่อนร่วมงานตรงๆ เสียอีก และยังมีพนักงานอีกประมาณ 34% ที่บอกว่ายินดีจะโพสต์เงินเดือนตัวเองลง LinkedIn
ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นเมื่อเป็นคนรุ่นใหม่ โดย Gen Z 53% และ Gen Y 58% พร้อมที่จะเปิดเผยรายได้ของตัวเองบนโลกออนไลน์
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การโพสต์ออนไลน์ช่วยลดความอึดอัดของการคุยแบบต่อหน้า เพราะมันไม่รู้สึกเหมือนเป็นการโอ้อวดหรือเกทับกัน แต่เป็นการแบ่งปันข้อมูลในพื้นที่สาธารณะที่คนกำลังมองหาความจริง
อย่างไรก็ตาม ในโลกการทำงานจริง มีพนักงานเพียง 19% เท่านั้นที่เคยเอ่ยปากถามเงินเดือนของเพื่อนร่วมงาน และ 68% เลือกที่จะหลีกเลี่ยงบทสนทนาชวนอึดอัดนี้ ทั้งที่ใจจริงแล้ว พนักงานกว่า 56% อยากให้เรื่องเงินเดือนเลิกเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะความโปร่งใสจะช่วยลดความเข้าใจผิดและสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้มากกว่า
นอกจากนี้ความมั่นใจในการเรียกร้องความเท่าเทียมยังมีเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเพศด้วย โดยผู้ชาย 50% กล้าคุยเรื่องเงินเดือนกับเพื่อนร่วมงาน ขณะที่ผู้หญิงที่กล้าคุยมีเพียง 36% เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ระบุว่า ผู้หญิงมักถูกมองในแง่ลบหรือเสียเปรียบมากกว่าเมื่อเอ่ยปากขอขึ้นเงินเดือน
การลุกขึ้นมาเปิดเผยรายได้ของกลุ่ม Gen Z บน TikTok ไม่ใช่แค่การอวดหรือระบายความเครียด แต่อาจกลายเป็น 'การเคลื่อนไหวทางสังคม' เพื่อต่อสู้กับความไม่โปร่งใสของบริษัท ที่มักจะปกปิดอัตราค่าจ้าง ซึ่งความลับเหล่านี้เองที่ทำให้เกิดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางรายได้มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงและคนผิวสี
คริสตี เหงียน (Kristy Nguyen) ผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตและครีเอเตอร์วัย 23 ปี เปิดเผยกับ Inc ว่า การแชร์เงินเดือนบนอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องธรรมชาติมากสำหรับคนรุ่นเธอ ส่วนหนึ่งก็เพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้และช่วยเหลือผู้ติดตามที่รายได้น้อยให้รู้จักการจัดสรรงบประมาณ
กระแสความตื่นตัวบนโซเชียลนี้ยังสอดรับกับความเคลื่อนไหวของภาครัฐ โดยในสหรัฐฯ มีหลายรัฐ เช่น โคโลราโด และนิวยอร์ก ที่ออกกฎหมายบังคับให้บริษัทต้องระบุช่วงเงินเดือนในประกาศรับสมัครงานอย่างชัดเจนด้วย และผลวิจัยก็พบว่า กฎหมายนี้ช่วยให้บริษัทต่างๆ จ้างผู้หญิงเข้าทำงานในตำแหน่งบริหารมากขึ้น ถือว่าช่วยลดช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศลงได้บ้างเล็กน้อย
ถือว่าการขับเคลื่อนผ่าน TikTok และ Instagram ของคนรุ่นใหม่นั้น กำลังส่งแรงกดดันมหาศาลไปถึงกลุ่มนายจ้าง พนักงาน Gen Z ยุคนี้บางคนถึงขั้นประกาศว่า
“ถ้าบริษัทไม่ลงช่วงเงินเดือนให้ชัดเจน พวกเขาก็จะไม่ยอมกดสมัครงานเด็ดขาด”
ดังนั้นเมื่อคนรุ่นเก่าๆ ที่มักจะเก็บเรื่องเงินไว้เป็นความลับทยอยเกษียณอายุออกไป โลกการทำงานในอนาคตจะถูกแทนที่ด้วยคนรุ่นใหม่ที่จะทำให้อัตราค่าจ้างที่เคยเป็นความลับสุดยอด กลายเป็นเรื่องของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อ้างอิงข้อมูล : Fox 9, CNBC และ Inc