รวบแล้ว! "แก๊งปล้น 60 ล้าน" พ่อค้าทอง

05 ต.ค. 2560 เวลา 1:22 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

ตำรวจตามจับกุม แก๊งคนร้ายบุกปล้นเงินสกุลเยน 196 ล้านเยน จากพ่อค้าทองคำ ได้แล้ว หลังพบรถกระบะที่ถูกขโมยไป จอดคลุมผ้า แถวแยกผังเมือง โดยอยู่ระหว่างสอบสวน ก่อนแถลงข่าวในวันนี้

วันที่ 5 ต.ค.60--ความคืบหน้า คดี นายภัทริศ แต้รัตนชัย หรือเสี่ยโตโต้ พ่อค้าทองคำและอัญมณี ส่งขายประเทศญี่ปุ่น พร้อมเพื่อนอีก 2 คน ถูกแก๊งคนร้ายบุกปล้นเงินสดสกุลเยน 196 ล้านเยน หรือ 60 ล้านบาทไทย บริเวณลานจอดรถคอนโดหรู ย่านรัชดา พร้อมขโมยรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส 5179 กทม. ไปด้วย เมื่อช่วงกลางดึกวันจันทร์ที่ผ่านมา

ซึ่งวานนี้(4 ต.ค.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายคดี โดยเชื่อว่า ฝีมือคนในแน่นอน เพราะประสงค์ต่อทรัพย์ โดยคดีลักษณะแบบนี้ปล้นทรัพย์จำนวนมาก เคยเกิดขึ้นในท้องที่สน.บางรักเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท

ขณะที่ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงตรวจที่เกิดเหตุบริเวณคอนโดรัชดา พาวิลเลี่ยน ซ.รัชดา 30 แยก 5 โดยมีการเปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดดูภาพรถกระบะ สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง มีนายเกียรติพงษ์ พึ่งยิ้ม เป็นผู้ขับ และรถเก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น X-6 สีขาว ทะเบียน 4 กบ 7806 มีนายจิรภัสส์ พิทักษ์เกียรติวัฒนา เป็นผู้ขับ ซึ่งรถทั้ง 2 คันขับตามกันมาจากลานจอดรถของสนามบินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 22.43 น. คืนวันที่ 2 ต.ค.

ทั้งนี้ ชุดคลี่คลายคดี พบว่า กลุ่มคนร้ายใช้เวลา ในการก่อเหตุทั้งหมดประมาณ 12 นาที หลังก่อเหตุ ได้ขับรถกระบะ สีส้ม ป้ายแดง วิ่งออกทางปากซอย รัชดา 30 ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสี่แยกรัชดาลาดพร้าว ก่อนจะหายไป ซึ่งชุดคลี่คลายคดีได้เร่งค้นหากล้องวงจรปิดเพิ่มในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ ทั้งถนนลาดพร้าวด้านขาเข้าและขาออก ร่วมถึงข้ามสะพานข้ามแยกลาดพร้าวเพื่อวิ่งต่อบนถนนรัชดามุ่งหน้าสี่แยกสุทธิสารด้วย

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ล่าสุด ช่วง 21.00 น. วานนี้ มีพลเมืองดี แจ้งเบาะแสกับตำรวจ ว่า พบรถกระบะ สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ถูกคลุมผ้าใบทั้งคัน จอดทิ้งอยู่ริมถนนเลียบ รฟม. ขาเข้า ใกล้กับแยกผังเมือง ซึ่งถือว่าผิดปกติ เพราะบริเวณที่พบรถ มีแต่รถทัวร์นักท่องเที่ยวจอดกันเป็นส่วนมาก

หลังได้รับแจ้งเบาะแส พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมกำลังตำรวจ สน.ห้วยขวาง รุดไปตรวจสอบ พบเป็นรถที่ถูกขโมยไปพร้อมเงินสด 60 ล้านบาทจริง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บ ดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือแฝง เบื้องต้นคาดว่า หลังก่อเหตุคนร้ายนำรถมาจอดทิ้งไว้ เนื่องจากสีรถค่อนข้างเตะตา ไม่สะดวกในการเดินทางไปไหน

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจสอบรถกระบะคันดังกล่าวด้วย พร้อมเปิดเผยว่า รถคันดังกล่าวถูกพบจอดทิ้งไว้บริเวณนี้ ในคืนหลังเกิดเหตุ เวลาประมาณ 02.00 น. จากการสืบสวนสอบสวนพบมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน เป็นคนไทย ซึ่งรู้ตัวคนร้ายทั้งหมดแล้ว

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

นอกจากนี้ มีรายงานว่า ช่วง 22.30 น.วานนี้ ชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัย 3 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวน เพื่อออกหมายจับและแถลงข่าวในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 1 ในผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุม คือ นายณรงค์ชัย สวัสดิผล เป็นลูกน้องคนสนิทของเสี่ยโต้โต้ โดยจับได้ภายในบ้านพักใน กทม. ซึ่งในการจับกุม สามารถค้นพบของกลางเป็นเงินจำนวน 196 ล้านเยน ในกระเป๋าเดินทางแบบลาก และได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่สน.พหลโยธิน

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ ได้สร้างความกังขา ถึงการนำธนบัตรต่างประเทศเข้ามาในไทย ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท. ชี้แจงว่า การนำธนบัตรเงินตราต่างประเทศเข้ามาในไทย สามารถนำเข้ามาได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่หากนำเข้ามาเกินกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะที่ผ่านศุลกากร ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรฐานเอฟเอทีเอฟ เพื่อติดตามการเคลื่อนย้ายปัจจัยการชำระเงิน แต่ไม่ได้เป็นข้อจำกัดในเรื่องจำนวนที่จะนำเข้าแต่อย่างใด

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ขณะที่ นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า จากการตรวจสอบการขนเงินเข้าประเทศของเสี่ยโตโต้ พบว่า มีการนำเข้าถูกต้องตามกฎหมาย โดยยื่นสำแดงต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรแล้ว เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบย้อนหลังพบว่า การขนเงินตราต่างประเทศของเสี่ยโตโต้ ได้สำแดงต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน