Breaking ข่าว

“ตลาดจตุจักร” เข้าข่ายเสียภาษีที่ดินสูงขึ้น

 

กรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดิน ระบุว่า ที่ดินของตลาดจตุจักรเข้าข่ายที่จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติม ส่วนภาคเกษตร ธุรกิจ สถาบันการศึกษาเอกชน ยังต้องพิจารณาให้รอบด้าน

วันที่ 10 ต.ค.60–นายอภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เปิดเผยว่า ที่ดินบางประเภทอาจจะต้องเสียภาษีมากขึ้น โดยเฉพาะที่ดินที่เป็นของราชการ ปัจจุบันไม่เข้าข่ายการภาษีที่ดิน แต่ถ้าเป็นที่ดินของรัฐที่นำไปสร้างผลประโยชน์ หรือให้เอกชนเช่า ตรงนี้จะต้องเสียภาษีที่ดิน เช่น ตลาดจตุจักร ซึ่งเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็เข้าข่ายที่จะต้องเสียภาษีมากขึ้นกว่าเดิม แต่เท่าไหร่นั้นยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จะพยายามไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการมากนัก ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษี จะกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นมากขึ้น ในส่วนของตลาดจตุจักรก็คือกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ท้องถิ่นได้เติบโต พัฒนามากยิ่งขึ้น

ส่วนการพิจารณาของกรรมาธิการที่ดินและแต่ละประเภท คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน เช่น ที่ดินเกษตรกรรมขนาดใหญ่ มูลค่า 50 ล้านบาท ที่ต้องเสียภาษี แต่ผู้ที่ถือครองที่ดินมีอาชีพเกษตรกร มีรายได้เฉลี่ยต่อปีไม่มาก หากมีภาษีตรงนี้เพิ่มก็จะเป็นภาระ ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะต้องเสียภาษีค่าธรรมเนียมในการประกอบธุรกิจ และภาษีธุรกิจเฉพาะ ในอัตรา ร้อยละ 3.3 อยู่แล้ว ซึ่งยังไม่รวมภาษีที่เกิดจากรายได้ทางธุรกิจ ยังมีข้อกังวลที่ภาคเอกชนสะท้อนเข้ามายังกรรมาธิการ เช่น สถาบันการศึกษาเอกชน ให้ความเห็นว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินจะทำให้สถาบันการศึกษามีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงอาจกระทบกับค่าเรียน ของนักเรียน

สำหรับความคืบหน้าของร่างพ.ร.บ. ภายในเดือนพฤศจิกายนจะเสนอร่างพ.ร.บ. ให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจารณา ขณะนี้กรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นและศึกษาผลกระทบ รวมทั้งซักซ้อมทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดทำกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ให้ประชาชนมีภาระเพิ่มขึ้น ยืนยันว่าเจตนารมย์ของกฎหมายคือปรับปรุงร่างกฎหมายที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัย ที่สำคัญคือการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นมากขึ้น