Breaking ข่าว

ปปส.เผยรอประกาศใช้ “กัญชง”พืชเศรษฐกิจ

วันที่ 29 ธ.ค.59–นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เผยความคืบหน้ากรณีการส่งเสริมการปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยกล่าวว่า  เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ  "กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 เฉพาะกัญชง หรือ เฮมพ์ (Hemp)" ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกกัญชง หรือ เฮมพ์ (Hemp) สำหรับการใช้ประโยชน์ในครัวเรือน (ใช้ในการทอเส้นใยผ้า) และในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้กฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเมื่อประกาศฯ แล้วจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 360 วันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป “

สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มูลนิธิโครงการหลวง ได้ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทาง เพื่อเตรียมการรองรับ เมื่อกฎกระทรวงนี้ มีผลบังคับใช้  ซึ่งจะเป็นมาตรการเพิ่มเติม สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง โดยดำเนินการเพื่อปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์กัญชงที่มีปริมาณสาร THC ต่ำกว่าร้อยละ 0.5 และมีผลผลิตเส้นใยหรือปริมาณเมล็ดสูงและคุณภาพดี การส่งเสริมเกษตรกรปลูกเพื่อผลิตเส้นใยภายใต้ระบบควบคุมและการแปรรูป    จากเส้นใยภายใต้ระบบควบคุมของรัฐ การพัฒนากระบวนการแปรรูปลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการผลิต รวมทั้งการปรับปรุงและออกแบบผลิตภัณฑ์จากกัญชงที่มีรูปแบบที่ทันสมัย 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. จะนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ส. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว พร้อมทั้งจะกำหนดกลไกในการกำกับดูแลการปลูกกัญชงทั้งในระดับส่วนกลาง และในระดับพื้นที่ 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนการปรับแนวทางการควบคุมและกำกับดูแลการปลูกกัญชง โดยการส่งเสริมกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อนำเส้นใยมาผลิตเสื้อผ้า กระเป๋าฯ นั้น ยังคงมีการควบคุมจากภาครัฐ โดยมีการกำหนดการขออนุญาตปลูก พื้นที่ปลูก และให้ใช้ประโยชน์ได้เฉพาะตามที่ได้รับอนุญาต และต้องมีการตรวจวัดปริมาณสาร THC ของกัญชงที่ปลูก ต้องไม่เกิน ร้อยละ 1.0 ต่อน้ำหนักแห้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำกัญชงไปใช้ในทางที่ผิด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงให้มากขึ้นด้วย”