Breaking ข่าว ทั่วไทย

ได้เวลาเอาเสื้อหนาวออกจากตู้แล้ว กรมอุตุฯจ่อประกาศเข้าฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ 25 ต.ค.นี้ แถมวิธีจัดตู้ผ้า สไตล์ “คมมาริ”

อธิบดีกรมอุตุ ยัน 26 ต.ค.นี้ กทม. ท้องฟ้าโปร่ง ไม่ต้องห่วงเรื่องฝน และเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว

 

 

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศ ช่วงวันที่ 26 ต.ค.นี้ ว่า จากการคาดการณ์ ช่วงวันที่ 25-26 ต.ค.นี้ เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ฉะนั้น ภาคกลาง ภาคเหนือ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร จะมีฝนตกน้อยมาก อากาศโปร่งใส อาจมีแดดจัด ไม่ต้องห่วงเรื่องฝน เนื่องจากจะมีฝนในกรุงเทพฯ ช่วง 22-23 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นฝนจะหายไป เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแทน  อย่างไรก็ตาม ช่วงสัปดาห์หน้า จะมีการประกาศเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว คาดว่าอากาศหนาวจะถึงประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่อากาศจะไม่หนาวขนาดลดฮวบ จะอากาศเย็นสลับกับอากาศอุ่นเป็นระยะ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภาคอีสาน และยอดดอยต่างๆ

 

 

ขอบคุณภาพ จาก ladyissue.com

 

ช่วงนี้ ถึงเวลาที่หลายคนรอคอย กับการตระเตรียมเสื้อหนาๆ หรือถึงเสื้อหนาว และอุปกรณ์กันหนาวอื่นๆ ทั้งผ้านวม ถุงนอน ในกรณี ที่เตรียมเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสอาการหนาวเย็น ลองดูวิธีการจัดเก็บตู้เสื้อผ้า (และรื้อผ้า) ให้มีประสิทธิภาพตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น อ้างอิงจาก วิธีการจัดบ้านแบบคมมาริ  (KONMARI) ของ คุณคนโด มาริเอะ (KONDO MARIE) นักจัดบ้านชื่อดังชาวญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ และมีความเป็นระเบียบ ชาวญี่ปุ่นชอบจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้โดยแบ่งตามหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ เรียบง่าย ประหยัดพื้นที่ สวยงาม และง่ายต่อการหยิบใช้งาน

 

ตามลำดับดังนี้

เก็บเสื้อยืดด้วยวิธีการม้วน เสื้อยืดสีต่างๆ ที่ซักรีดเสร็จแล้ว ให้นำมาม้วนหรือพับเรียงกัน แต่ไม่ควรพับแล้วซ้อนกัน เพราะเวลาหยิบมาใช้ จะทำให้เสื้อตัวอื่นยับได้  แนะนำให้จัดตามเฉดสีจากอ่อนไปเข้ม เพื่อช่วยให้มองเห็นและหยิบใช้งานง่ายขึ้น  วิธีนี้สามารถใช้จัดกับการเก็บกางเกงยีนส์หรือกางเกงอื่นๆ และชุดนอน ชุดอยู่บ้าน ได้อีกด้วย

 

 

  • แยกเสื้อผ้าตามการใช้งาน อย่างเสื้อผ้าที่ใช้ออกงานควรแขวนให้เป็นระเบียบ และแยกออกจากเสื้อผ้าอยู่บ้าน โดยใช้ไม้แขวนเสื้อแยกประเภทของชุด เช่น ชุดราตรี สูท เสื้อแจ็คเก็ต ควรเลือกใช้ไม้แขวนเสื้อที่ทำจากวัสดุคงทน รับน้ำหนักได้ดี ไม่ทำให้ผ้าเกี่ยวเป็นขุย มิเช่นนั้นเสื้อผ้าอาจเสียรูปทรงได้ และที่สำคัญ แขวนเฉพาะเสื้อผ้าที่ใช้งานเท่านั้นเพื่อไม่ให้เสื้อผ้าเบียดอัดกันจนยับ
  • แยกเสื้อผ้าและของใช้ในแต่ละฤดู  เนื่องจากญี่ปุ่นมีสภาพอากาศแต่ละฤดูที่ต่างกัน ชาวญี่ปุ่นจึงมีเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เสื้อบางๆ ยันเสื้อโค้ทตัวหนา  ดังนั้นเราจึงนำวิธีการแยกเสื้อผ้าและของใช้ในแต่ละฤดูมาปรับใช้กับอากาศอย่างบ้านเรา คือ แยกเสื้อผ้าบางกับเสื้อผ้าหนา และพับเสื้อผ้าหนาเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อย พอถึงช่วงอากาศหนาวเมื่อไหร่ ก็ค่อยนำมาซักและใช้งาน จะได้ไม่ต้องแขวนให้เต็มตู้เสื้อผ้า
  • การเก็บถุงเท้าและถุงน่อง ให้ใช้วิธีพับประมาณสองทบแล้วม้วนเหมือนการพับเสื้อยืด เวลาเก็บให้วางเรียงกันในลิ้นชัก ทำให้เราหยิบใช้ง่ายและรู้จำนวนด้วย แต่ไม่แนะนำให้มัดหรือทำถุงน่องและถุงเท้าให้เป็นก้อน เพราะเนื้อผ้าหรือยางจะยืดได้
  • เก็บรองเท้าเข้ากล่อง  หากคุณไม่มีตู้ใส่รองเท้าหรือมีรองเท้าหลายคู่จนใส่ตู้ไม่พอ ให้แยกเก็บรองเท้าใส่กล่องเก็บรองเท้าแบบใส เพื่อให้สามารถเห็นลักษณะของรองเท้าได้ เมื่อถึงเวลาต้องใช้ ก็เลือกดูไม่ยาก หยิบคู่ที่ต้องการมาใช้ได้อย่างสะดวก
  • เก็บเครื่องประดับในกล่องใบเล็ก โดยแยกเครื่องประดับตามแต่ละประเภทใส่กล่องให้เป็นหมวดหมู่ แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู นาฬิกา ถ้าไม่มีกล่อง อาจใช้เป็นชั้นหรือลิ้นชักเล็กๆ ก็ได้

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูล จาก baanraoliving.com

คุณคนโด มาริเอะ (KONDO MARIE) ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการจัดระเบียบบ้าน เธอได้เขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวการจัดระเบียบบ้านเล่มแรกชื่อ “The Life-Changing Magic of Tidying Up” และฉบับแปลเป็นภาษาไทย “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว”  ซึ่งโด่งดังเป็นหนังสือขายดีติดอันดับในหลายประเทศ จนทำให้เธอกลายเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดบ้านอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

 

 

และอย่าลืมเตรียมเสื้อหนาวโทนสีอบอุ่น เน้นสุภาพไว้ทุกข์ไว้ด้วยนะคะ

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

konmari.com

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน