Breaking การเมือง ข่าว

“มีชัย”ไม่ตอบเลือกตั้งปี60 หรือไม่ สปท.ชงโทษหนักคุกตลอดชีวิต-ประหาร หากทุจริต+ทำชาติเสียหาย

วันนี้ (09/01/60)–นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า จะพิจารณาข้อเสนอจาก กมธ.สามัญพิจารณาศึกษา ที่เสนอแนะให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.บ.) ล่วงหน้าโดยเฉพาะกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ เพื่อศึกษาประเด็นที่อาจจะมีข้อถกเถียง อาทิ คณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัด, การสิ้นสุดสภาพและคุณสมบัติของกรรมการในองค์กรอิสระเพื่อให้การทำงานของ สนช. เป็นไปโดยเร็วมากขึ้น เพราะเกรงว่าเวลาในการพิจารณากฎหมายลูก 60 วันอาจจะน้อยเกินไปจนทำไม่ทัน  ทั้งนี้อำนาจในการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวอยู่ที่ประธานสนช. ว่าจะตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวหรือไม่

ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะต้องรอร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ กรธ.จึงจะส่งกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองและกกต. ให้ สนช.พิจาณาต่อได้ ดังนั้นจึงตอบไม่ได้ว่าจะมีเลือกตั้งภายในปีนี้หรือไม่ หากทันก็คงเป็นช่วงปลายปี 2560 หรือไม่ก็ช่วงต้นปี 2561   มั่นใจว่า จะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ที่จะทำให้กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งถูกตีตกไปในชั้นสนช. เพราะ กรธ. ยกร่างตามรัฐธรรมนูญอย่างดีที่สุดและรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ถ้า สนช.จะปรับแก้ กรธ.ก็คงไม่คัดค้าน หากไม่ใช่การปรับแก้จากหน้ามือเป็นหลังมือ 

นายวันชัย สอนศิริ โฆษก กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการประชุมสปท.ว่า กมธ.การเมืองจะเสนอรายงานปฏิรูป เรื่องการควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยการตั้งกระทู้ถามในสภาและการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตที่ผ่านมาเปรียบเสมือนการเล่นปาหี่  เป็นแค่การแสดงทางการเมืองและมีแต่วาทกรรมเท่านั้นญัตติหรือกระทู้ถามไม่สามารถที่จะให้รัฐบาลไปแก้ไขข้อบกพร่องและปฏิบัติจริงได้ 

สิ่งที่ กมธ.การเมืองต้องการคือต้องมีมาตรการที่ทำให้กระทู้ถาม ญัตติต่าง ๆ ที่เสนอ รวมทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านสามารถที่จะทำให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติได้จริงโดยอาจจะทำให้เป็นข้อบังคับหรือกฎหมายเพื่อควบคุมให้ทำได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งหากข้อมูลที่นำมาอภิปรายกล่าวหา ไม่เป็นความจริงจะต้องมีบทลงโทษกำหนดเอาไว้ด้วยเพื่อเป็นการยกระดับการประชุมสภาให้โปร่งใสและมีมาตรฐานที่ดีขึ้น 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นายวันชัยกล่าวอีกว่า   มีการเสนอให้ปรับเปลี่ยนอัตราการบทลงโทษผู้ที่กระทำผิดคดีคอร์รัปชั่น   คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ให้จำคุกตลอดชีวิต และคดีที่สร้างความเสียหายเกิน 1,000 ล้านบาท จะต้องโทษประหารชีวิต   หากมีบทลงโทษเเบบนี้จะทำให้การบริหารงานในโครงการต่าง ๆ มีความระมัดระวังในการทำงานมากขึ้น ที่ผ่านมาการกระทำผิดส่วนใหญ่จะมีบทลงโทษความผิดแต่ทางแพ่งเพียงเท่านั้น ไม่มีความผิดทางอาญา ในครั้งนี้ จึงมีการเสนอให้เพิ่มความผิดทางอาญาควบคู่ไปด้วย