Breaking กีฬา

ปรากฎการณ์ข่าวกีฬาปี 2017 “ซีเกมส์” หรือ “ซีโกง”

หนึ่งในทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ ของวงการกีฬาปีระกา คงหนีไม่พ้นการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน หรือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ของเจ้าภาพ “เสือเหลือง” มาเลเซีย

เพราะต้องยอมรับว่า ตลอดการแข่งขัน 12 วัน แฟนกีฬาทั่วอาเซียนสนใจผลการแข่งขันน้อยกว่าการจัดงานของ เจ้าภาพ ที่นอกจากจะไม่พร้อมแล้ว มาเลเซีย ยังงัดเล่ห์เหลี่ยมกลโกงสารพัดมาจัดการคู่แข่ง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักกีฬาของตัวเองให้เป็นเจ้าเหรียญทองในกีฬาซีเกมส์บนแผ่นดินเกิด

ยกน้ำหนักหญิง ไม่มีในซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา

มาเลเซีย เริ่มกลโกงแรกตั้งแต่ ซีเกมส์ ยังไม่เปิดฉากแข่งขัน เมื่อพวกเขาขอใช้สิทธิ์การเป็นเจ้าภาพเลือกอยู่สายไหนก็ได้ในกีฬาประเภททีมทั้ง ฟุตบอล และวอลเล่ย์บอล โดยไม่ขอจับสลากร่วมกับชาติอื่นๆ แต่สุดท้ายกฎกติกาที่พวกเขาตั้งขึ้นมาก็โดนหลายชาติรวมตัวกันร้องเรียน จน มาเลเซีย ต้องกลับมาใช้กฎกติกาการจับสลากสากลที่ทั่วโลกเขาใช้กัน

แค่นั้นยังไม่พอ มาเลเซีย ยังไม่จัดการแข่งขันกีฬาสำคัญๆ ทั้ง ยกน้ำหนักหญิง และ มวยสากลสมัครเล่นหญิง โดยให้เหตุผลสุดคลาสสิคว่า นักกีฬาชาติตัวเองไม่มีลุ้นเหรียญรางวัล รวมถึงกีฬาชนิดนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศนั้นเอง นอกจากนี้ มาเลเซีย ยังเจรจาขอให้ ไทย ไม่ส่งตะกร้อ ประเภททีมเดี่ยวชายเข้าแข่งขัน เพราะพวกเขามีลุ้นเหรียญทองในประเภทนี้ และต้องการคว้าเหรียญทองเหรียญนี้เป็นของขวัญให้แฟนกีฬาทั้งประเทศ

ตะกร้อประเภททีมเดี่ยวชาย ก็โดนขอร้องไม่ให้ส่งแข่งขัน

ซึ่งเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่การแข่งขันยังไม่เริ่ม จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เมื่อถึงช่วงเวลาแข่งขันจริง มาเลเซีย ก็สร้างปัญหาให้กับนักกีฬาจากชาติอื่นๆ รวมถึงนักกีฬาไทยอีกมากมาย เริ่มตั้งแต่เดินทางถึงแผ่นดินเสือเหลือง “เจ้าภาพ” ก็ให้นักกีฬาทุกชาติรอคอยรถรับ-ส่งจากสนามบินไปยังโรงแรมที่พัก เป็นเวลาหลายชั่วโมง จนทำให้นักกีฬาไทยหลายคนต้องโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค และ อินสตาแกรม เพื่อเป็นการระบายกันเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งเมื่อเดินทางถึงโรงแรม ก็เจอกับปัญหาที่พัก บ้างก็โดนแยกพักคนละชั้น บ้างก็ห้องพักไม่เพียงพอ แต่ที่หนักที่สุดก็คงจะเป็นสนามฝึกซ้อมที่หลายทีมทั้ง ยิมนาสติก ฟุตบอลชาย และทีมฟุตซอล เจอ “เจ้าภาพ” จัดสนามแข่งขันที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีความเป็นส่วนตัวให้ฝึกซ้อม จนทำให้ต้องควักเงินตัวเองเพื่อเช่าสนามซ้อม และวิ่งเต้นเพื่อเปลี่ยนสนามด้วยตนเอง

ทีมวอลเล่ย์บอลหญิง โดนทั้งเรื่องอาหาร และรถรับ-ส่ง

ยังไม่หมดแค่นั้น รถรับ-ส่ง ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่นักกีฬาไทยประสบพบเจอกันเพียบ เริ่มตั้งแต่ทีมวอลเล่ย์บอลหญิง ที่เจอ “เจ้าภาพ” จัดรถบัสให้ แต่ไม่ได้จัดคนขับมาให้ หรือทีมฟุตซอลชาย-หญิง ที่ต้องเดินทางไปฝึกซ้อมกันเอง เพราะทางเจ้าภาพไม่ได้จัดเตรียมรถรับ-ส่งเอาไว้ให้เลย และที่แย่ที่สุดก็คงจะเป็น ทีมยิมนาสติก ที่ไม่มีรถรับ-ส่งไปสนามแข่งขัน จนต้องควักเงินโบกแท็กซี่เดินทางไปแข่งขันกันเองเพราะเกรงว่าจะไม่ทันเวลา

ปัญหาการจัดโปรแกรมแข่งขันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ “เจ้าภาพ” โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะหลายชนิดกีฬามีการจัดโปรแกรมการแข่งขันแปลกๆ ตั้งแต่ ยิมนาสติก ที่จัดให้นักกีฬาไทยแข่งขันเกือบ 22.00 น. ดึกที่สุดตั้งแต่แข่งขันซีเกมส์มา หรือจะเป็น โปโลน้ำชาย ที่เจ้าภาพจัดโปรแกรมให้ทีมชาติไทยลงแข่งขัน 4 วันติดต่อกันแบบไม่มีวันพัก แต่กลับจัดให้นักกีฬาจากชาติอื่นๆ รวมถึงชาติของตัวเองได้พักชนิดวันเว้นวัน

ทีมฮอกกี้น้ำแข็งก็เจอ “ขน” ปริศนาในอาหาร

แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคงจะเป็น ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่เจ้าภาพจัดโปรแกรมการแข่งขันนัดสุดท้าย ที่มีผลต่อการลุ้นเหรียญทองไม่พร้อมกัน โดยให้ ไทย ลงแข่งขันก่อน เวียดนาม และเมื่อ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซ่ำ ผู้จัดการทีมสาวสวยตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ไปยังฝ่ายจัดการแข่งขัน กว่าที่ “เจ้าภาพ” จะส่งหนังสือยืนยันกลับมา สาวไทย ก็เตะกับ ฟิลิปปินส์ จะจบครึ่งแรกของนัดสุดท้ายอยู่แล้ว ก่อนท้ายที่สุดคู่ที่ 2 เวียดนาม จะถล่มเอาชนะ มาเลเซีย ไป 6-0 ส่งผลให้ เวียดนาม คว้าเหรียญทองไปครองเฉือนชนะ สาวไทย ไปเพียงแค่ประตูได้เสียเท่านั้น

ข้ามมาที่อาหารการกิน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมในการเป็น “เจ้าภาพ” ของมาเลเซีย โดยนอกจากอาหารจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักกีฬา และรสชาติไม่ถูกปากแล้ว “ความสะอาด” ก็ยังไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย ดูได้จาก “ขน” ปริศนาที่ทีมฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติไทยเจอในอาหารที่ “เจ้าภาพ” จัดเตรียมเอาไว้ให้นั้นเอง

ทีมยิมนาสติกไทย โดนเล่ห์เหลี่ยมกลโกงเล่นงานเพียบ

ปิดท้ายกันที่ “กลโกง” ในสนามแข่งขัน ที่นักกีฬาไทยโดนเล่ห์เหลี่ยมกันหลายชนิดกีฬา แต่ที่เด่นชัดสุดคงเป็นทีมยิมนาสติก ที่โดน “กลโกง” ของเจ้าภาพไปหลายขนาน ไล่ตั้งแต่ แอบจับสลากกันเอง โดยไม่ให้ชาติอื่นได้รับรู้ แถมยังให้ทีมไทยแข่งเป็นทีมแรก เพื่อลองคะแนนเหมือนหนูทดลองยา

ต่อด้วยเมื่อลงแข่งขัน ระบบแสดงคะแนนก็มองไม่เห็น แสดงเจตนาปกปิดไม่ต้องการให้คู่แข่งคำนวณคะแนนการแข่งขันได้ แค่นั้นยังไม่พอเมื่อนักกีฬาไทยแข่งขันอยู่ ก็ให้กองเชียร์ส่งเสียงรบกวนนักกีฬาโดยตลอดเพื่อทำลายสมาธิ และที่หนักที่สุดก็คือ ไล่ผู้จัดการทีมของไทยออกจากสนามทั้งที่ทำไอดีการ์ดถูกต้องตามระเบียบ

โปโลน้ำเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่โดนเจ้าภาพจัดให้แข่งถี่ยิบ

อีกหนึ่งชนิดกีฬาที่โดน “เจ้าภาพ” เล่นงานไม่น้อยก็คือ คาราเต้ โดยในรอบรองชนะเลิศ นักกีฬาไทย ทั้ง ทิพย์วัลล์ คำศรี ในรุ่น 55 กก.หญิง กับ สิรวิชญ์ สว่างศรี ในรุ่น 55 กก.ชาย ต่างเจอเล่ห์เหลี่ยมเจ้าภาพเล่นงานครบถ้วน

โดย ทิพย์วัล โดนกรรมการจับแพ้ฟาวล์ ขณะนำคู่แข่งชาวเวียดนามอยู่ 3-2 คะแนนทั้งที่เหลืออีก 5 วินาที โดยกรรมการบอกว่า ทิพย์วัลย์ ไปผลักคู่แข่ง แต่ความจริงแล้วรุ่นนี้ นักคาราเต้มาเลเซีย ที่แพ้ ทิพย์วัลย์ มาแล้วหลายรายการผ่านเข้าไปรอชิงชนะเลิศแล้วนั้นเอง

แต่ที่หนักสุดคงเป็น บอลหญิง ที่พลาดเหรียญทองแบบน่ากังขา

ส่วน สิรวิชญ์ นำคู่แข่งในรอบรองชนะเลิศอยู่ 2-0 ก็โดนกรรมการรายเดิมจับแพ้ฟาวล์ไปอีกคน และน่าจะเป็นเหตุผลเดียวกันคือ นักกีฬา “เจ้าภาพ” มาเลเซีย ที่เคยแพ้ สิรวิชญ์ ผ่านเข้าไปยืนรอชิงชนะเลิศนั้นเอง

แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือ ทีมคาราเต้ไทยไม่สามารถยื่นประท้วงกรรมการได้เพราะระเบียบระบุไว้ชัดเจนว่า หากไม่เกี่ยวข้องกับคะแนน และอยู่ในดุลพินิจของกรรมการบนเวที จะไม่สามารถยื่นประท้วงได้

ไม่ใช่แค่นักกีฬาไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบเรื่องคำตัดสินของกรรมการ นักกีฬาอีกหลายๆ ชาติก็โดนเล่นงานเช่นกัน ไล่ตั้งแต่ ทีมเซปักตะกร้อประเภททีมเดี่ยวหญิงของอินโดนีเซียตัดสินใจวอล์กเอาต์ ขณะแข่งขัน กับ มาเลเซีย โดยให้เหตุผลว่า กรรมการเข้าข้างเจ้าภาพจนเกินไป และพยายามจับฟาวล์ลูกเสิร์ฟของอินโดนีเซียหลายครั้ง

และที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกก็คือ การแข่งขันเดิน 10,000 เมตร หญิง ซึ่ง เอเลน่า โก๊ะ หลิน หยิง นักกีฬาเจ้าภาพได้เหรียญทองไปครอง แต่จากภาพแข่งขันเห็นได้ชัดว่า นักกีฬามาเลเซียทำผิดกติกาเนื่องจากตามกฎการแข่งขัน เท้าข้างใดข้างหนึ่งต้องสัมผัสพื้นตลอดเวลา แต่ โก๊ะ หลิน หยิง เท้าลอยจากพื้นทั้ง 2 ข้าง เข้าข่ายการ “วิ่ง” จึงถือว่า ทำผิดกติกาต้องโดนเตือน แต่ก็ไม่มีกรรมการคนใดเตือนนักกีฬาเจ้าภาพ และปล่อยให้ได้เหรียญทองไปหน้าตาเฉย

ฟุตบอลชายก็โดนเล่นงานเยอะแต่ก็รอดตัวคว้าแชมป์มาได้

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงปัญหาใหญ่ๆ ที่หลายชาติ รวมถึงประเทศไทย ต้องประสบพบเจอกับการเป็นเจ้าภาพของ มาเลเซีย ซึ่งยังมีปัญหาเล็กๆ อีกยิบย่อยที่ถูกร้องเรียนอีกมากมาย แต่ถ้าจะให้เล่าทั้งหมดคงไม่จบในวันนี้

ซึ่งหลังจากนี้เชื่อเหลือเกินว่า ถ้าหากให้ชาติในอาเซียนทำการโหวตได้ว่า ไม่อยากให้ชาติใดเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์อีก

ชื่อของ “มาเลเซีย” คงจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทั่วอาเซียนอย่างแน่นอน

เพราะทุกคนคงเข็ดกันไปอีกนานนนน

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน